สะเทือนกาฐมาณฑุ! มวลชนเรือนหมื่นตะโกนกึกก้อง “นำพระมหากษัตริย์กลับมา” รับเสด็จอดีตกษัตริย์เนปาล ท่ามกลางแรงกระเพื่อมก่อนเลือกตั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งซึ่งเห็นว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียใต้ เพราะมิใช่เพียงเหตุการณ์ต้อนรับบุคคลสำคัญ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความรู้สึกทางการเมืองที่ยังคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวสังคมเนปาล
รายงานระบุว่า ประชาชนชาวเนปาลจำนวนมากได้รวมตัวกันบริเวณด้านนอกท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อรอต้อนรับการเสด็จกลับของ สมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระ วีรวิกรม ศาหเทวะ อดีตพระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศ ภาพที่ปรากฏคือมวลชนจำนวนมากโบกธงชาติ เปล่งเสียงคำขวัญเรียกร้องให้ฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เสียงตะโกน “เรารักพระมหากษัตริย์ของเรา” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ สะท้อนความผูกพันของประชาชนบางส่วนที่ยังมิได้เลือนหายไปตามกาลเวลา
เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความหมาย เมื่อพิจารณาย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งการประท้วงครั้งใหญ่ได้กดดันให้พระองค์ทรงสละพระราชอำนาจ ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2551 รัฐสภาเนปาลจะมีมติเป็นเอกฉันท์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากราชอาณาจักรสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตย อันเป็นการปิดฉากระบอบกษัตริย์ที่ดำรงอยู่ยาวนานหลายศตวรรษ และทำให้พระองค์กลายเป็นอดีตกษัตริย์ที่ต้องใช้ชีวิตในสถานะสามัญชน
แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าทศวรรษ แต่กระแสเรียกร้องกลับมิได้มอดดับลงโดยสิ้นเชิง ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้สนับสนุนกว่า 10,000 คนเคยรวมตัวกันในลักษณะใกล้เคียงกัน กระทั่งสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเครื่องเตือนใจว่าสังคมเนปาลยังคงมีรอยร้าวทางความคิดในประเด็นโครงสร้างการปกครอง
อย่างไรก็ตาม ในเชิงการเมือง กลุ่มที่สนับสนุนการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ยังมีที่นั่งในสภาเพียงราวร้อยละ 5 เท่านั้น ขณะที่พรรคการเมืองกระแสหลักส่วนใหญ่ยังคงยืนหยัดในแนวทางสาธารณรัฐ จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้เสียงสนับสนุนจะดังขึ้นในบางช่วงเวลา แต่โอกาสที่อดีตกษัตริย์จะกลับมามีพระราชอำนาจในทันทีนั้นยังค่อนข้างจำกัด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในเดือนมีนาคม จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะถูกมองว่าเป็นแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่อาจมีผลต่อบรรยากาศการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะในเชิงการปลุกฐานเสียง หรือการสร้างวาระสาธารณะให้ประเด็น “สถาบันกษัตริย์” กลับมาอยู่ในวงสนทนาอีกครั้ง
ในทัศนะของผู้เขียน เหตุการณ์นี้มิใช่เพียงภาพของการต้อนรับบุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ หากแต่เป็นสัญญาณสะท้อนว่า ประวัติศาสตร์และความทรงจำทางการเมืองยังคงมีอิทธิพลต่อจิตใจผู้คนอย่างลึกซึ้ง การเปลี่ยนผ่านระบอบการปกครองอาจสำเร็จในเชิงกฎหมาย แต่ในเชิงความรู้สึกของประชาชนบางส่วน อาจยังคงต้องใช้เวลา
ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกตั้งที่จะมาถึงอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า เสียงเรียกร้องให้ฟื้นฟูราชบัลลังก์จะเป็นเพียงกระแสที่ก้องกังวานชั่วคราว หรือจะพัฒนาไปสู่แรงผลักดันทางการเมืองที่จับต้องได้ในอนาคตอันใกล้ สถานการณ์ของเนปาลจึงควรค่าแก่การติดตามอย่างรอบคอบและสุขุมต่อไป.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ถอดรหัสเลขเด็ดปกกองสลากฯ งวดวันที่ 16 เมษายน 2569
3 ประเทศที่ “มีความสุขที่สุดในโลก” ครองแชมป์ซ้ำหลายปี ไทยอยู่ตรงไหน?
ประเทศที่มีการเดินเยอะที่สุดในโลก
5 ประเทศที่ “ขอสัญชาติได้ง่ายที่สุดในโลก”
2 ประเทศเท่านั้นในโลก ที่ไม่เคยมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น
4 อุปกรณ์"กินไฟเงียบ"ทำให้ค่าไฟคุณพุ่งสูง
ภาพ "มุมมองจากบนฟ้า" ของการปล่อยจรวดอาร์เทมิส 2 กลายเป็นไวรัล






