รมว.มาเลเซียรับเอง นักท่องเที่ยวโวย “ไม่เป็นมิตร” สั่งเร่งปรับทัศนคติทั้งประเทศ ก่อนเป้าหมาย 47 ล้านคนสะดุด
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วต้องหยุดพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ เพราะไม่บ่อยนักที่รัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของประเทศหนึ่งจะออกมายอมรับต่อสาธารณชนว่า “ประชาชนของตนบางส่วนปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวอย่างไม่เป็นมิตร” และเรียกร้องให้ทั้งประเทศปรับทัศนคติใหม่อย่างจริงจัง
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย โดยนาย Tiong King Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมของ Malaysia ได้กล่าวในระหว่างเปิดตัวแคมเปญ “Mesra Malaysia” ณ สถานีรถไฟ KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยยอมรับว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งจากประชาชนทั่วไป คนขับรถโดยสาร พนักงานบริการ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางราย
ถ้อยคำที่รัฐมนตรีผู้นี้กล่าว ถือว่าตรงไปตรงมาและค่อนข้างเข้มข้น ท่านระบุว่า มีนักท่องเที่ยวร้องเรียนว่า เมื่อสอบถามเส้นทางกลับถูกตอบโต้ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ บางกรณีคนขับรถโดยสารต่อว่านักท่องเที่ยวที่สอบถามจุดหมายปลายทาง พร้อมกล่าวในลักษณะว่า “หากไม่เข้าใจก็ไม่ต้องใช้บริการ” ซึ่งรัฐมนตรีได้ตั้งคำถามกลับอย่างชัดเจนว่า “แล้วนักท่องเที่ยวจะไปไหน ให้เดินเอาหรือ” สะท้อนถึงความไม่สบายใจต่อพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อร้องเรียนในภาคค้าปลีกว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปเลือกซื้อสินค้า กลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นลูกหนี้ที่ติดค้างมานานนับสิบปี ภาพลักษณ์เช่นนี้ หากปล่อยไว้ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นในระดับประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกของแคมเปญ Visit Malaysia 2026 ซึ่งเปิดตัวโดยนาย Anwar Ibrahim นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ถึง 47 ล้านคน เพื่อผลักดันประเทศให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก หากภาพลักษณ์ “ความไม่เป็นมิตร” เริ่มปรากฏในช่วงต้นของแคมเปญระดับชาติ
นายเตียงยังได้เรียกร้องให้หัวหน้าหน่วยงานและปลัดกระทรวงต่าง ๆ ทำงานร่วมกันแก้ไขปัญหา รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่บางรายที่อาจใช้อำนาจเกินขอบเขต พร้อมเน้นย้ำว่า จุดแข็งที่แท้จริงของมาเลเซีย ไม่ได้มีเพียงความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ หรือธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น หากแต่คือ “ทัศนคติที่สุภาพ อบอุ่น และพร้อมช่วยเหลือ” ของประชาชน
ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารภูมิภาคอาเซียนมายาวนาน ต้องยอมรับว่า ท่าทีของรัฐมนตรีท่านนี้ถือว่า “กล้ายอมรับความจริง” และเลือกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือทัศนคติของคน มากกว่าการปฏิเสธหรือปกป้องภาพลักษณ์เพียงผิวเผิน
การท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน มิได้แข่งขันกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วย “ประสบการณ์” และ “ความรู้สึก” ของผู้มาเยือน หากนักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ได้รับเกียรติ หรือไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ต่อให้มีสถานที่สวยงามเพียงใด ก็ยากจะรักษาความประทับใจไว้ได้
เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญ ไม่เฉพาะสำหรับมาเลเซียเท่านั้น แต่รวมถึงทุกประเทศในภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยของเราเองด้วยว่า การต้อนรับอย่างจริงใจ มิใช่เพียงหน้าที่ของภาคธุรกิจ หากเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม
เพราะในโลกที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเข้มข้นเช่นนี้ ภาพลักษณ์ประเทศอาจสร้างได้ยาก แต่เสียหายได้ง่าย เพียงคำพูดไม่กี่คำเท่านั้นครับ.
5 อันดับ ประเทศที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นมูลค่ามากที่สุด
3 จังหวัดที่มีการบริโภค"เนื้อวัว"มากที่สุดในประเทศไทย
ภรรยา กับ ภริยา ต่างกันอย่างไร ความหมายจริงในภาษาไทย
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย
😃 ลองมาดูผู้คนจากหลากหลายอาชีพ แสดงให้เห็นว่า วันทำงานของพวกเขามีความพิเศษยังไง ? 😆
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติ
ถอดรหัสคำว่า "ป่าช้า": ไม่ได้แปลว่าช้าอย่างที่คิด
เปิด 8 ธุรกิจจีนที่เติบโตในไทย
รู้จักนกเลขานุการ นักล่าแห่งทุ่งสะวันนา ผู้เชี่ยวชาญล่างูพิษ
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
จังหวัดที่มีจำนวน'เทศบาล'มากที่สุดในประเทศไทย



