ฮือฮาริมเจ้าพระยา! “คริส หอวัง” ผงะอุปกรณ์ไล่นกพิราบไร้ผล ลั่นกลางคลิป “ของบคืนได้ไหม”
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “คริส หอวัง” ได้เผยแพร่คลิปผ่านบัญชี TikTok @crishorwangtiktok ขณะเดินทางไปทำกิจกรรมปล่อยปลาบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทว่าเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นสนใจกลับมิใช่กิจกรรมทำบุญ หากเป็น “อุปกรณ์ไล่นกพิราบ” ซึ่งติดตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
จากภาพที่ปรากฏ อุปกรณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกังหันสะท้อนแสง ติดกระจกหรือวัสดุที่สามารถหักเหแสงแดด เพื่อสร้างแสงวาบสะท้อนรบกวนสายตานก ควบคู่กับการติดตั้งเครื่องส่งเสียงเลียนแบบเสียงเหยี่ยว เพื่อสร้างความหวาดกลัวและผลักดันฝูงนกพิราบให้ออกห่างจากพื้นที่สาธารณะ แนวคิดดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่หลายหน่วยงานเลือกใช้เพื่อลดปัญหามูลนกและความสกปรกในแหล่งชุมชน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรากฏในคลิปกลับสร้างรอยยิ้มปนคำถามให้แก่ผู้ชมจำนวนมาก เนื่องจากฝูงนกพิราบมิได้มีท่าทีหวาดหวั่นต่อแสงสะท้อนหรือเสียงเหยี่ยวแต่อย่างใด ตรงกันข้าม บางช่วงกลับพบว่ามีนกจำนวนมากบินวนและเกาะอยู่บริเวณใกล้เคียงราวกับมิได้รับผลกระทบใด ๆ จนเจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากในเชิงหยอกล้อแต่สะท้อนความจริงว่า “ของบคืนได้ไหม”
แม้คำกล่าวดังกล่าวจะเป็นไปในลักษณะขบขัน หากแต่ก็สะท้อนคำถามเชิงสาธารณะเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่จัดซื้อจัดหาเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่จริง ว่าได้ผ่านการทดสอบอย่างรอบคอบเพียงใด และสามารถใช้งานได้ผลตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ปัญหานกพิราบในเขตเมืองถือเป็นประเด็นที่หลายหน่วยงานท้องถิ่นพยายามบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ตาข่ายกั้น การติดหนามกันเกาะ การใช้เสียงรบกวน ตลอดจนการออกมาตรการควบคุมการให้อาหาร อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์หลายรายเคยให้ความเห็นว่า นกพิราบในเมืองใหญ่มีการปรับตัวสูง และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว หากมาตรการใดไม่สร้างผลกระทบจริงในระยะยาว นกย่อมกลับมาใช้พื้นที่เดิมอีกครั้ง
กรณีที่เกิดขึ้นจึงมิใช่เพียงคลิปไวรัลเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นภาพสะท้อนถึงความจำเป็นในการประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิผลของอุปกรณ์หรือโครงการใด ๆ ที่ใช้งบประมาณสาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ทำกิจกรรมของประชาชน
ในมุมมองของผู้เขียนซึ่ง เห็นว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างสร้างสรรค์ มิใช่เพื่อกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแต่เพื่อทบทวนว่าการแก้ไขปัญหาสาธารณะจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ การทดลองภาคสนาม และการติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง มิใช่อาศัยเพียงแนวคิดที่ดูเหมือนจะได้ผลในทางทฤษฎี
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้อาจเป็นเพียงสีสันหนึ่งในโลกออนไลน์ แต่ก็เพียงพอที่จะจุดประกายคำถามสำคัญว่า การจัดการพื้นที่สาธารณะของเราควรเดินไปในทิศทางใด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และคุ้มค่าต่อประชาชนอย่างแท้จริง
ขอบคุณภาพจาก TikTok @crishorwangtiktok
https://www.tiktok.com/@crishorwangtiktok/video/7604852991111318805
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
ห้าง "คาร์ฟูร์" จะเปลี่ยนชื่อเป็น "เล่อเจียคัง"
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
คิดจะดัด… จัดฟันทั้งทีอย่าให้มีรอบสอง
ทำไมใช่หน่วยบาร์เรล วัดน้ำมันโลก พร้อมวิธีแปลงเป็นลิตร
อย่าเพิ่งเติม! พรุ่งนี้! ดีเซลลดราคา 2.14 บาท
“Ghost Murmur” เทคโนโลยีหลอน! แค่หัวใจเต้น ก็หนีไม่พ้นอุปกรณ์ลับ CIA ที่ “ได้ยินเสียงหัวใจคุณ” แม้อยู่ไกล 60 กม.
มัลแวร์ Darksword มุ่งโจมตี iPhone นับล้านเครื่อง
สกัดกลางทาง! ตำรวจชัยภูมิรวบแก๊งขนยาบ้า 8 แสนเม็ด ก่อนสงกรานต์ ล่าขยายผลโยงเครือข่ายใหญ่
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ



