สรุปผลเลือกตั้งประเทศไทยปี 2569
ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทย หลังจากที่มีการยุบสภาไปเมื่อช่วงปลายปี 2568 ทำให้คนไทยต้องตื่นตัวออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคักท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความเปลี่ยนแปลง ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ออกมานั้นเรียกได้ว่า "หักปากกาเซียน" และสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะชัยชนะที่เหนือความคาดหมายของพรรคสีน้ำเงิน และการเปลี่ยนขั้วอำนาจในหลายพื้นที่ครับ
วันนี้ผมจะมาสรุปภาพรวมและผลการเลือกตั้งปี 2569 ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทิศทางการเมืองไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์สีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้คือคะแนนของ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นอันดับที่ 1 อย่างทิ้งห่างคู่แข่งแบบขาดลอย จากผลนับคะแนนล่าสุดที่มากกว่า 95% คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะคว้าที่นั่งได้ถึงราว 192 ถึง 194 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมในปี 2566 เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความนิยมอย่างพุ่งพรวดคือกระแส "ชาตินิยม" ที่รุนแรงขึ้นจากประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการเดินยุทธศาสตร์ดึงตัวกลุ่ม "บ้านใหญ่" ในต่างจังหวัดเข้ามาเสริมทัพได้แข็งแกร่งมาก ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัยด้วยเสถียรภาพที่แน่นปึ้กกว่าเดิม
พรรคประชาชนกับตำแหน่งแชมป์อันดับ 2 และบทบาทฝ่ายค้านที่เหนียวแน่น
ทางด้าน พรรคประชาชน (People's Party) ซึ่งเป็นพรรคที่หลายฝ่ายจับตามองในฐานะผู้สืบทอดอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล แม้ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้คว้าชัยชนะเป็นอันดับที่ 1 แต่ก็ยังสามารถรักษาฐานเสียงคนรุ่นใหม่และคนเมืองไว้ได้ โดยกวาดที่นั่งมาเป็นอันดับที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 116 ถึง 118 ที่นั่ง
เป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคประชาชนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องจุดยืนทางการเมืองและประเด็นความมั่นคงชายแดนที่ถูกนำมาใช้โจมตีในช่วงหาเสียง อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคก็ได้ประกาศยืนยันพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง เพื่อตรวจสอบรัฐบาลและเดินหน้าผลักดันประเด็นเชิงโครงสร้างต่อไปตามที่เคยให้สัญญาไว้กับประชาชน
วิกฤตศรัทธาของพรรคเพื่อไทยที่ตกลงสู่อันดับ 3
ผลการเลือกตั้งที่น่าตกใจที่สุดหนีไม่พ้นการร่วงหล่นของ พรรคเพื่อไทย ที่เคยครองอันดับหนึ่งหรือสองมาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้กลับตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 โดยมีที่นั่งอยู่ราว 74 ถึง 80 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งลดลงอย่างมากจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566
นักวิเคราะห์มองว่าพรรคเพื่อไทยเผชิญกับภาวะ "การเมืองที่เหนื่อยล้า" และความขัดแย้งภายในพรรค รวมถึงการที่ฐานเสียงส่วนหนึ่งเปลี่ยนใจไปเลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชนแทน แม้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะออกมายอมรับความพ่ายแพ้และพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท แต่ก็นับว่าเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่พรรคเพื่อไทยต้องกลับไปถอดบทเรียนอย่างหนักครับ
การเกิดขึ้นของ "พรรคกล้าธรรม" และพรรคร่วมรัฐบาลใหม่
นอกเหนือจากสามพรรคใหญ่แล้ว พรรคกล้าธรรม ภายใต้การขับเคลื่อนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจโดยกวาดที่นั่งไปได้ประมาณ 58 ถึง 60 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคขนาดกลางที่มีพลังต่อรองสูงมากในทันที ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงรักษาที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้ไว้ได้บางส่วน โดยได้ไปประมาณ 20 กว่าที่นั่ง
สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ค่อนข้างชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำหลัก โดยอาจมีการจับขั้วกับพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคขนาดเล็กอื่นๆ เพื่อสร้างรัฐบาลที่มีเสียงเกิน 251 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งและเน้นไปที่นโยบายเศรษฐกิจปากท้องควบคู่ไปกับความมั่นคงของชาติ
มากกว่าการเลือกตั้ง คือการทำ "ประชามติ" รัฐธรรมนูญ
ความพิเศษของการเลือกตั้งปี 2569 อีกอย่างหนึ่งคือการที่ กกต. ให้ประชาชนลงมติประชามติไปพร้อมกับการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกัน โดยผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ลงความเห็น "เห็นชอบ" ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาแทนที่ฉบับปี 2560 ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาลหน้า
ผลคะแนนที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า แม้ประชาชนจะเลือกฝ่ายบริหารที่เน้นความมั่นคง แต่พวกเขาก็ยังต้องการเห็นโครงสร้างทางกฎหมายที่ทันสมัยและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทินจะต้องแบกรับความคาดหวังนี้ไปพร้อมๆ กัน
สรุปตัวเลขคาดการณ์จำนวน สส. (อย่างไม่เป็นทางการ เวลาบ่ายโมง 9/2/2569)
-
พรรคภูมิใจไทย ประมาณ 194 ที่นั่ง
-
พรรคประชาชน ประมาณ 118 ที่นั่ง
-
พรรคเพื่อไทย ประมาณ 76 ที่นั่ง
-
พรรคกล้าธรรม ประมาณ 58 ที่นั่ง
-
พรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 22 ที่นั่ง
-
พรรคอื่นๆ รวมประมาณ 32 ที่นั่ง
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากระแสสังคมไทยเปลี่ยนไปตลอดเวลา ความเชื่อมั่นไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่พรรคเดิมๆ อีกต่อไป และการเมืองเรื่อง "พื้นที่" กับ "กระแสชาตินิยม" ยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในสนามเลือกตั้งไทย เราคงต้องติดตามกันต่อว่าการฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร และนโยบายที่หาเสียงไว้จะถูกผลักดันออกมาได้จริงแค่ไหนครับ
บทความอื่น ๆ ของเรา
วิธีเลือกอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ
https://board.postjung.com/tp-13svb
LINE Out คืออะไร? ทำความรู้จักฟีเจอร์ลับ
https://board.postjung.com/tp-13svb
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง
https://board.postjung.com/1602983
หลังคาโลหะประเภทใดดีที่สุดสำหรับบ้านของคุณ?
https://board.postjung.com/1602457
คู่มือสำหรับคนเลี้ยงสัตว์น้ำ สำคัญสำหรับการดูแลสิ่งแวดล้อมในบ่อ
https://board.postjung.com/1601242
วิธีทำความสะอาดท่ออุดตันระแวกบ้านด้วยตัวเอง
https://board.postjung.com/1600784
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!
"พชร์ อานนท์" ฟาดเดือด! "ไทย" มี 77 จังหวัดไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ..อย่ามาดราม่าปมผลเลือกตั้ง
แฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกา
วิบากกรรมพรรคประชาชน! ป.ป.ช. ชี้มูล 44 อดีต สส. ก้าวไกล ผิดจริยธรรมปมแก้ ม.112 สะเทือน "เท้ง-ศิริกัญญา" เสี่ยงหยุดปฏิบัติหน้าที่
ระทึก! โดมยักษ์ถล่มกลางศูนย์ฝึกการไฟฟ้าบางพลี เจ้าหน้าที่เร่งรุดตรวจสอบความเสียหาย
อดีตเรือนจำของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากที่สุด
วิบากกรรมพรรคประชาชน! ป.ป.ช. ชี้มูล 44 อดีต สส. ก้าวไกล ผิดจริยธรรมปมแก้ ม.112 สะเทือน "เท้ง-ศิริกัญญา" เสี่ยงหยุดปฏิบัติหน้าที่
บทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ


