หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สามีอยากเจอรักแรกของเขา ครั้งสุดท้ายก่อนตาย ภรรยาจึงตัดสินใจเซอร์ไพรส์

โพสท์โดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์

     โพสต์นิรนามบนเฟสบุ๊ก ได้สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังเล่าถึง "ความปรารถนาสุดท้าย" ของชายวัย 39 ปี ที่กำลังอยู่ในระยะสุดท้ายของโรคมะเร็งตับ โดยเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว โดยมียอดกดถูกใจกว่า 2,000 ครั้ง พร้อมความคิดเห็นที่แตกออกเป็นหลายมุมมอง โดยถกเถียงกันถึงการตัดสินใจที่เหนือความคาดหมาย ของผู้เป็นสามีในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต

     ตามคำบอกเล่าของภรรยา [ซึ่งเป็นผู้เขียนโพสต์] ระบุว่า "สามีของฉัน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในขณะที่ลูกสาวคนแรกของเรา มีอายุเพียง 4 เดือน" และ "หลังจากเขาเข้ารับการรักษาอยู่นาน 1 ปี อาการป่วยไม่เพียงไม่ดีขึ้น แต่ยังลุกลามไปสู่อวัยวะอื่นๆ เขาค่อยๆสูญเสียความสามารถในการรับประทานอาหาร การพูดคุย และ ต้องนอนติดเตียง เมื่อเวลาชีวิตเหลือเพียงนับวัน ฉันคิดว่าสามีคงอยากใช้ช่วงเวลาสุดท้าย ฝากฝังถึงพ่อแม่หรือลูกสาวตัวน้อย แต่สิ่งที่เขาปรารถนากลับเป็นการได้พบ "รักแรก" ของเขาอีกสักครั้ง"

     ชายผู้นั้นยอมรับว่า "ในวัยหนุ่มเขาเคยนอกใจหญิงสาวคนนั้น ต่อมาเธอแต่งงานและหย่าร้าง ความรู้สึกผิดติดค้างอยู่ในใจเขามาหลายปี และ ก่อนสิ้นลมหายใจ เขาเพียงต้องการกล่าวคำขอโทษด้วยตนเอง" เมื่อภรรยาได้ยินความปรารถนานี้ เธอก็ยอมรับตามตรงว่า "ปฏิกิริยาแรกของฉัน คือ หัวเราะทั้งที่โกรธ ฉันมองว่าสามีเคยขาดความรับผิดชอบ ทั้งในความรักและชีวิตสมรส อย่างไรก็ตาม ด้วยอาการป่วยที่วิกฤต ฉันก็ตัดสินใจช่วยให้เขาได้ทำตามความตั้งใจ"

     หลังจากพยายามสืบหาอยู่หลายครั้ง เธอพบว่าสามียังจำหมายเลขโทรศัพท์บ้านของครอบครัวอดีตคนรักได้ จากเบาะแสเพียงเล็กน้อยนั้น เธอติดต่อผู้คนหลายฝ่าย จนในที่สุดได้เบอร์โทรศัพท์มือถือของหญิงผู้นั้น ตอนแรกอีกฝ่ายไม่เชื่อเรื่องอาการป่วยร้ายแรง จนกระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งช่วยยืนยัน เธอจึงยอมมาที่โรงพยาบาล

     อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอมาถึง ชายผู้นั้นได้เข้าสู่ภาวะโคม่าลึก ไม่สามารถลืมตาหรือพูดจาได้ ภรรยาจึงขออนุญาตออกไปรอด้านนอก ปล่อยให้ทั้ง 2 คน มีพื้นที่ส่วนตัวราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกมาส่งหญิงคนนั้นกลับไป คืนนั้นเอง สามีของเธอก็จากไป ในขณะที่หญิงคนดังกล่าวไม่ได้มาร่วมงานศพแต่อย่างใด

     โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง หลายคนชื่นชมในความใจกว้างของภรรยา โดยมองว่าเธอมีน้ำใจสูงส่ง ในขณะที่อีกหลายคนเห็นว่า "เพราะภรรยาคนนี้ ชายผู้นั้นจึงสามารถจากไปอย่างสงบ" ในทางกลับกัน ก็มีเสียงคัดค้านไม่น้อย บางคนมองว่า "คำขอโทษที่สายเกินไปไร้ความหมาย" และ "ผู้ชายคนนี้เห็นแก่ตัว ที่นำความค้างคาใจส่วนตัวติดตัว ไปจนวาระสุดท้าย"

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดเปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดอำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุดเปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกันจุดจบรถ EV จีนราคาถูก กับ "ยุคทองของการช้อนซื้อของถูก"แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนโทรศัพท์มือถือ 5 รุ่นในตำนาน ที่มียอดขายมากที่สุดในโลกความสวยงามของแปลงปลูกผักในเมืองโวโนโซโบ หนึ่งในทัศนียภาพทางการเกษตรที่สวยงามที่สุดในอินโดนีเซีย"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นี่คือภาพของความสวยงามของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมองมาจากนอกโลกพูดไม่ออก มันติดอยู่ที่ปาก ปรากฎการณ์ปลายลิ้น tip-of-the-tongueมัสก์ประกาศ SpaceX จะสร้างเมืองบนดวงจันทร์เป็นอันดับแรก และเลื่อนแผนการสำรวจดาวอังคารออกไปก่อนโทรศัพท์มือถือ 5 รุ่นในตำนาน ที่มียอดขายมากที่สุดในโลกรดน้ำเช้า‑เย็นจริงหรือทำให้ราก “ขี้เกียจ”? เคล็ดลับรดน้ำอย่างมีเหตุผลChallenge 21 วัน! เปลี่ยนหุ่นใหม่ด้วยการกินตามกรุ๊ปเลือด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
รถตู้คณะหมอลำชนมอเตอร์ไซค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต.อื้อฉาว! ในโอลิมปิกฤดูหนาว นักกระโดดสกีชายถูกกล่าวหาว่าฉีดกรดไฮยาลูรอนิกเข้าไปในอวัยวะลูกสาวรวบรวมเสื้อผ้าเก่าของแม่ ก่อนโยนลงถังขยะ แต่เธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อแม่ถามหาเขมรอ้าง! เป็นต้นกำเนิดเทรนด์ "นุ่งสไบใส่ยีนส์" แต่ "ไทย" กลับมาลอกเลียนแบบ
ตั้งกระทู้ใหม่