หญิงวัย 64 ปีเสียชีวิต หลังรับประทานทับทิม
สร้างภาพประกอบเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกิน ซึ่งดูเหมือนไม่เป็นอันตรายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือน ถึงความประมาทในการดูแลสุขภาพของตนเอง... ล่าสุด!! เรื่องราวหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ถูกนำมาแชร์อีกครั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ และ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
หญิงชาวออสเตรเลีย วัย 64 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหัน หลังจากรับประทานทับทิมแช่แข็ง ซึ่งทางหน่วยงานสาธารณสุขของออสเตรเลีย กล่าวยืนยันว่า "นี่เป็นกรณีที่พบได้ยากยิ่ง และ น่าเศร้าอย่างยิ่ง!! เนื่องจากโดยหญิงรายดังกล่าว เสียชีวิตจากการติดเชื้อ "ไวรัสตับอักเสบเอ" หลังจากรับประทานเมล็ดทับทิมแช่แข็ง ของบริษัท "ครีเอทีฟ กรูเมท" ในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอในออสเตรเลียจำนวน 24 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการบริโภคทับทิมแช่แข็ง เหตุการณ์นี้ทำให้ทางการท้องถิ่น ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนตรวจสอบตู้แช่แข็ง และ ผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งอย่างละเอียด"
ซึ่งทาง บริษัท "ครีเอทีฟ กรูเมท" ก็ชี้ออกมาชี้แจงว่า "ทับทิมแช่แข็งที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของหญิงวัย 64 ปีนั้น ปลูกในประเทศอียิปต์ ไม่ใช่ผลผลิตทางการเกษตรของออสเตรเลีย!!"
ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า "อาการของผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบเอ ได้แก่ อาเจียน มีไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง และ ปัสสาวะสีเข้ม โดยอาการอาจแสดงออกภายในระยะเวลา 15-50 วันหลังติดเชื้อ" โดยในแต่ละปี ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ประมาณ 300-500 ราย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียเอง ก็กล่าวว่า "มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไม่ถึง 1% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด..."
ประโยชน์ของการรับประทานทับทิมเป็นประจำ ที่หลายคนอาจไม่ทราบ...
ทับทิมเป็นผลไม้ที่คุ้นเคยและอุดมไปด้วยสารอาหาร มีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุจำนวนมาก ซึ่งช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้อย่างน่าประหลาดใจ ไม่เพียงเป็นของว่างที่รับประทานง่ายเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณด้านความงาม และ การดูแลสุขภาพอีกด้วย
นอกจากนี้ยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากทับทิมและน้ำทับทิมมีวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดได้ง่าย จึงควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ และ ทับทิมถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสม อีกทั้งทับทิมเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง มีวิตามิน A, C และ โดยเฉพาะวิตามิน E ซึ่งช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว นอกจากนี้ น้ำทับทิมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ดีอีกด้วย!!
งานวิจัยล่าสุดพบว่า "การรับประทานทับทิมในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยป้องกันความเสียหายของตับและไต รวมถึงช่วยฟื้นฟูอวัยวะเหล่านี้ จากสารพิษที่ร่างกายได้รับในชีวิตประจำวัน โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพบว่า "น้ำทับทิมและสารอาหารในทับทิม อาจมีศักยภาพในการยับยั้ง "เซลล์มะเร็งเต้านม" ซึ่งอาจเป็นแนวทางหนึ่ง ในการป้องกันโรคดังกล่าว..."
ข้อควรระวังในการรับประทานทับทิม
ทับทิมอาจมีปฏิกิริยากับยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด โดยผู้ที่รับประทานยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค และ ไม่ควรกลืนเมล็ดทับทิมทั้งเมล็ด ควรเคี้ยวให้ละเอียดเพื่อป้องกันการอุดตันของลำไส้ โดยเฉพาะหากรับประทานในปริมาณมาก ซึ่งเด็กเล็กไม่ควรรับประทานเมล็ดทับทิม เนื่องจากอาจเกิดการสำลักซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง!! นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการท้องผูกรุนแรง ปัญหาในช่องปาก หรือ มีภาวะร้อนใน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานทับทิม เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวเอง...
อ้างอิง : https://kenh14.vn/nguoi-phu-nu-64-tuoi-tu-vong-vi-an-qua-luu-theo-cach-khac-thuong-215260127070640069.chn
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
"อาม่าให้ลาภ": เลขเด็ดงวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
อวสานรายการผี!กับอาจารย์วีระ : เรื่องเล่าในตำนานจากความสยองขวัญเป็นความฮ่า
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
อดีตพระเอกดังโพสต์หาภรรยา ขำๆ แต่มีป้าทักขอสมัครและพร้อมโอนเงิน 3 แสนบาท





