ถึงเวลาแล้วที่โลกต้องเริ่มวิตกกังวลอย่างจริงจัง!!
เขียนโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
ตอนนี้ในโลกที่สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง จากข่าวสงคราม วิกฤต และ ภัยพิบัติ ซึ่งกลับมีความเงียบงันที่แทบจะอื้ออึงปกคลุมประเด็นหนึ่ง ซึ่งเร่งด่วนที่สุดประเด็นหนึ่งของมนุษยชาติ นั่นคือ "การที่ไม่มีการแถลงข่าวหรือประกาศฉุกเฉินใดๆ เกี่ยวกับการสิ้นสุดอายุของ สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ที่กำลังจะมาถึง!!"
รัสเซียได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า "ไม่มีการติดต่อที่เป็นรูปธรรมใดๆ กับอเมริกาเกี่ยวกับการขยายอายุของสนธิสัญญานี้" โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ "มาเรีย ซาคาโรวา" ของรัสเซีย ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำที่เรียบเฉย และ ไม่เน้นย้ำมากนัก แต่ทว่า... สถานการณ์ดังกล่าวกลับคุกคามโครงสร้างความมั่นคง ทางนิวเคลียร์ของโลกโดยรวม...
ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 "สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่" ซึ่งเป็นกลไกอย่างเป็นทางการฉบับสุดท้าย ที่ใช้ตรวจสอบคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะสิ้นสุดลง... ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งเป็นปีที่ประธานาธิบดี "ริชาร์ด นิกสัน" ผู้นำของอเมริกาและผู้นำสหภาพโซเวียต "เลโอนิด เบรจเนฟ" ได้ลงนามใน "สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่" ที่โลกจะไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใดๆที่ผูกพัน กำลังนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของอเมริกาและรัสเซียอีกต่อไป...
โลกกำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ซึ่ง 2 ประเทศที่ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 90% ของโลก อาจสามารถขยายคลังอาวุธของตนได้อย่างเสรี
ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ผู้นำของอเมริกา ได้ปัดคำถามเกี่ยวกับการขยายอายุสนธิสัญญานี้ ด้วยสไตล์ตรงไปตรงมาที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยกล่าวว่า "ถ้ามันหมดอายุ ก็ปล่อยให้มันหมดไป เราจะทำข้อตกลงที่ดีกว่า!!" ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวฟังดูราวกับเป็นการท้าทาย ไม่เพียงต่อรัสเซียและจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบทั้งหมดที่นักการเมือง และ นักการทูตของมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่าย ได้ร่วมกันสร้างขึ้นตลอดหลายทศวรรษ...
เช่นเคย... รัสเซียยังคงยืนยันความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้ ไม่เพียงในเชิงเอกสาร แต่รวมถึงเจตนารมณ์ของข้อตกลงด้วย ซึ่งในเดือนกันยายน ค.ศ. 2025 ประธานาธิบดี "วลาดิเมียร์ ปูติน" ผู้นำของรัสเซีย ได้เน้นย้ำว่า "รัสเซียพร้อมจะรักษาข้อจำกัดหลักของ สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ต่อไปอีก 1 ปี หลังจากที่สนธิสัญญาหมดอายุอย่างเป็นทางการแล้ว" ซึ่งหมายความว่าจะรักษาข้อจำกัด จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 นั่นเอง...
จุดกำเนิดของ "สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์"
เพื่อทำความเข้าใจเส้นแบ่งอันเปราะบาง ระหว่างสงครามและสันติภาพ เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปยังยุคที่อาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อีกต่อไป หากแต่กลายเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ
ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1962 การที่สหภาพโซเวียตติดตั้งขีปนาวุธในคิวบา ทำให้อเมริกาประกาศปิดล้อมทางทะเล มีการแลกเปลี่ยนจดหมายลับระหว่างผู้นำอย่าง "นิกิตา ครุชชอฟ" และ "จอห์น เอฟ. เคนเนดี" และ เงาของสงครามนิวเคลียร์ได้ปกคลุมโลกทั้งใบ และ มีเพียงการเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำของมหาอำนาจเท่านั้น ที่สามารถหลีกเลี่ยงหายนะได้ หลังจากวิกฤตคลี่คลาย เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า "หากปราศจากกลไกตรวจสอบซึ่งกันและกัน การแข่งขันสะสมอาวุธ ย่อมนำไปสู่การเผชิญหน้าที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม!!"
ด้วยเหตุนี้ ในปี 1963 จึงมีการลงนามใน "สนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์บางส่วน" และ ต่อมาในปี 1968 "สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์" ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น อย่างไรก็ตาม คลังอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยในช่วงต้นทศวรรษ 1970 สหภาพโซเวียต ซึ่งเดิมตามหลังในการแข่งขันด้านอาวุธ ได้บรรลุความสมดุลกับอเมริกา ในด้านระบบนำส่งอาวุธนิวเคลียร์ อเมริกาเฝ้ามองด้วยความกังวล ต่อการประจำการขีปนาวุธข้ามทวีปหนักของโซเวียต ซึ่งนาโตเรียกมันว่า "R-36M" หรือ "SS-18" หรือ "ซาตาน" เนื่องจากมันสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ แยกอิสระได้ถึง 10 หัว!!
ขีปนาวุธแต่ละลูกมีศักยภาพในการทำลายล้างทั้งเมือง ในขณะนั้น ประธานาธิบดี "ริชาร์ด นิกสัน" ซึ่งเป็นผู้นำสายปฏิบัตินิยม ตระหนักว่า "การยกระดับการแข่งขันต่อไป จะทำให้ทรัพยากรของอเมริการ่อยหรอ"
"เลโอนิด เบรจเนฟ" ซึ่งเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจเช่นกัน ก็มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการทำให้สถานการณ์มีเสถียรภาพ การเจรจาเกี่ยวกับ "สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์" จึงเริ่มต้นขึ้นที่เฮลซิงกิ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1969
วันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1972 "ริชาร์ด นิกสัน" และ "เลโอนิด เบรจเนฟ" ได้ลงนามในข้อตกลง "สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่" ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการควบคุมอาวุธ และ เป็นสัญญาณว่าต่อให้ในยุคสงครามเย็น การเจรจาด้านอาวุธนิวเคลียร์ก็ยังเป็นไปได้และจำเป็น
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
ชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
"ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์" เมื่อเจ้าของบริษัทน้ำมันมานั่งคุมราคาน้ำมัน
เปิดแผนที่โลก “เมืองกำเนิดมหาเศรษฐี” มากที่สุด เอเชียแรงติดท็อป 5 ถึง 3 เมือง
ทำไมเวลาเครียด ๆ การได้ออกไปกินอะไรอร่อย ๆ ถึงช่วยเยียวยาใจเราได้?
10 รายจ่ายที่คนไทย ‘ไม่คิดว่าเปลือง’ แต่กินเงินเงียบที่สุดในแต่ละเดือน
ต้นกำเนิดของ "น้ำจิ้มซีฟู้ด"
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีหัวรบนิวเคลียร์ประจำการอยู่ในปัจจุบัน







