ดีเอสไอทลายเครือข่ายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ขยายผลค้นบ้าน "บิ๊ก กฟภ." พบเส้นทางเงินทุจริตกว่า 15 ล้าน
ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบขุดเงินดิจิทัลผิดกฎหมายทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอเปิดเผยผลการขยายผลครั้งสำคัญ พบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา โดยมีพฤติการณ์ทุจริตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แถลงผลปฏิบัติการ "Clean House" ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากปฏิบัติการ “Operation Copperhead” เพื่อทลายเครือข่ายเหมืองบิตคอยน์เถื่อนที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าสร้างความเสียหายมหาศาล
สรุปพฤติการณ์และการขยายผล:
เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง: ตรวจพบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 4 ราย ประกอบด้วยระดับผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าฯ, รองผู้จัดการระดับเขต, พนักงานช่าง และอดีตพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว โดยมีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้า จัดหาโกดัง และตรวจสอบโหลดไฟให้กับขบวนการเหมืองเถื่อน
ผลตอบแทนและการทุจริต: เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้รับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึง 4 แสนบาท ล่าสุดจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักระดับผู้ช่วยผู้ว่าการฯ ในจังหวัดนครปฐมและชลบุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม พบเงินสดและรายการฝากเงินรวมกว่า 15.7 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ปกติ เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ
หลักฐานและเครือข่าย: เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ได้กว่า 3,642 เครื่อง พร้อมหลักฐานดิจิทัลและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุน "จีนเทา" ที่พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยพบหลักฐานการกระทำผิดย้อนหลังไปถึงปี 2567
ทางด้านพนักงานสอบสวนยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่ละเว้น พร้อมเร่งรัดสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ นอกจากนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะร่วมมือกับดีเอสไออย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบการลักลอบใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
คดีนี้นับเป็นการเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมเทคโนโลยีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับบริหารให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจผ่านการลักลอบใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการคอร์รัปชันในหน่วยงานรัฐที่พัวพันกับทุนต่างชาติผิดกฎหมาย การเดินหน้าดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและรักษาความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐสืบไป
#DSI #ดีเอสไอ #เหมืองบิตคอยน์เถื่อน #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ทุจริต #ข่าวสังคม #ปราบปรามจีนเทา
จังหวัดเดียวของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 2 แห่ง
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
แนวทางตัวเลขมงคลประจำงวด: "ประธานใหญ่บอกเลข"
ตึกในต่างจังหวัดของประเทศไทย ที่มีความสูงมากที่สุดในปัจจุบัน
"ผักชีไทย" "ผักชีลาว" "ผักชีฝรั่ง" "ผักชีล้อม" ผักชีทั้งสี่แบบนี้ แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ ?
"เกาะฮาชิมะ" มหากาพย์มรดกโลกบนคราบน้ำตา ตำนานความหลอน และแรงบันดาลใจหนังไทย "ฮาชิมะ โปรเจกต์"
เจาะลึกเลขเด็ดงวด 1 ก.พ. 69: จากทะเบียนรถนายกฯ
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
"สูติบัตรเคลือบพลาสติก" สรุปแล้วยังใช้งานได้หรือไม่?
เจาะเลขเด่น 2 ตัวบน: หนุ่มบางนา vs เพชรศรีวิชัย และเลขยิ้มแฉ่ง
"ร้านของชำ" ชื่อนี้มีที่มาจากไหน? เจาะลึกตำนาน "โชว์ห่วย" และเสน่ห์ที่ร้านสะดวกซื้อเลียนแบบไม่ได้
"หมึกกรุบ" ไม่ได้ทำจากปลาหมึก เปิดความลับพืชในป่าสู่ขนมยอดฮิตติดกระแส
บุกค้นบ้าน “ผู้ช่วยผู้ว่าฯ กฟภ.” เอื้อจีนเทาขุดบิตคอยน์เถื่อน รับทรัพย์รายเดือนหลักแสน ทรัพย์สินพุ่งกว่า 15 ล้าน
กระเพาะปลาที่หายากที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบัน






