หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แฮกเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ KMSAuto ถูกจับแล้ว


เขียนโดย Annonymus TN

หลังมีผู้เหยื่อเฉียด 3 ล้านราย

การเป็นแฮกเกอร์สายมืดที่ปล่อยมัลแวร์เพื่อทำร้ายและใช้ประโยชน์จากเหยื่อนั้น อาจจะเป็นอะไรที่ดูเท่ ดูคูล แต่หลายรายนั้นก็มักจะจบไม่สวย ไม่พ้นมือกฎหมาย เช่นดังข่าวนี้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Bleeping Computer กล่าวถึงการที่แฮกเกอร์ชาวลิทัวเนียวัย 29 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการแพร่กระจายมัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูลจากเหยื่อ (Infostealer) ที่เน้นไปการขโมยข้อมูลบน Clipboard ด้วยการปลอมตัวเป็นเครื่องมือสำหรับการแคร็ก (Crack) ใช้งาน Windows และ Microsoft Office เถื่อนที่มีชื่อว่า KMSAuto โดยได้มีผู้ตกเป็นเหยื่อดาวน์โหลดไปมากถึง 2.8 ล้านราย ซึ่งมัลแวร์ดังกล่าวนั้นมีจุดประสงค์เพื่อเข้าแทรกแซงข้อมูลในส่วนของ Clipboard และเปลี่ยนที่อยู่ของกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อให้เหรียญถูกโอนไปยังแฮกเกอร์แทนที่จะไปยังผู้รับที่ต้องการจะส่งถึง นำไปสู่การสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล

ซึ่งทางกรมตำรวจแห่งประเทศเกาหลีใต้ (Korean National Police Agency) ที่ได้ทำการติดตามสอบสวนมัลแวร์ตัวนี้มานาน ได้เปิดเผยว่าตัวมัลแวร์สร้างความเสียหายไปมากถึง 1,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (37,825,200 บาท) จากธุรกรรมกว่า 8,400 ครั้ง ระหว่างกระเป๋าเงินคริปโตกว่า 3,100 เลขหมาย ซึ่งการสืบสวนของทางกรมตำรวจนั้นได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) หลังจากได้รับการแจ้งเหตุเกี่ยวกับมัลแวร์ขโมยเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสามารถสืบทราบไปถึงที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยในประเทศลิทัวเนีย และด้วยความร่วมมือของตำรวจสากล (Interpol) ก็ได้นำไปสู่การบุกตรวจค้นที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) และได้หลักฐานเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก มาเพื่อทำการตรวจสอบ

และการตรวจสอบนี้ก็ได้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องสงสัยในช่วงเดือนเมษายน ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ระหว่างที่ผู้ต้องสงสัยกำลังเดินทางจากประเทศลิทัวเนียไปยังประเทศจอร์เจีย และตัวผู้ต้องสงสัยก็ได้ถูกทำการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากจอร์เจียมายังประเทศเกาหลีใต้ในเดือนธันวาคมปีเดียวกันเพื่อเข้ารับการไต่สวนโดยศาลประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

นอกจากการรายงานถึงความคืบหน้าในคดีนี้แล้ว ทางกรมตำรวจแห่งประเทศเกาหลีใต้ ยังได้ทำการแจ้งเตือนอีกว่า การใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนนั้นผิดกฎหมาย ทั้งยังสามารถนำพาอันตรายมาสู่ผู้ใช้งานดังเช่นในคดีนี้ได้อีกด้วย ดังนั้น ใครที่คิดจะใช้หรือกำลังใช้งานอยู่ขอให้เลิกทำในทันที

เนื้อหาโดย: Annonymus TN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Annonymus TN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 125 ครั้ง
เขียนโดย Annonymus TN
นักข่าวสายอาชญากรรมไซเบอร์และเทคโนโลยี เชี่ยวชาญการรายงานภัยออนไลน์ เช่น มัลแวร์ การหลอกลวง และการใช้ AI ในทางผิด โดยนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ผู้อ่านรู้ทันภัยดิจิทัลก่อนตกเป็นเ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินทนไม่ไหวแล้วโว๊ย! ม็อบหน้ากระทรวงพลังงาน ชี้น้ำมันแพง ค่าแรงต่ำ กระทบค่าครองชีพอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทยมาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้นต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมืองจังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหวแบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาวรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 03/04/69ทำไมลดน้ำหนักไม่สำเร็จ? รู้จัก "ดัชนีความอิ่ม" ตัวช่วยคุมแคลอรี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมลดน้ำหนักไม่สำเร็จ? รู้จัก "ดัชนีความอิ่ม" ตัวช่วยคุมแคลอรีโรงเรียนชื่อดังในประเทศไทย ที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เตือนภัยเที่ยวญี่ปุ่น! ชายฉาวทำอนาจารบน "ชินคันเซ็น" นาน 2 ชม. เจ้าหน้าที่ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไม่ได้?ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย! ม็อบหน้ากระทรวงพลังงาน ชี้น้ำมันแพง ค่าแรงต่ำ กระทบค่าครองชีพโศกนาฏกรรมโรงงานสาเกญี่ปุ่น! หนุ่มคนงานพลัดตกถังหมักลึก 2 เมตร เสียชีวิตสลดดราม่า "ช้างสีชมพู" ศิลปะหรือทารุณ? เมื่อช้างอินเดียล้มหลังจบโปรเจกต์ภาพถ่าย
ตั้งกระทู้ใหม่