เขมรเผย "ใครอยากได้สัญชาติเป็นเขมร ต้องลงทุน 1 ล้านเหรียญหรือบริจาค 3 ล้านเหรียญ"
ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะขอสัญชาติกัมพูชา ผ่านกระบวนการแปลงสัญชาติ จะต้องลงทุนในประเทศกัมพูชาไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาร์ หรือ บริจาคเงินจำนวน 3 ล้านดอลลาร์ให้แก่รัฐ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ ด้านมนุษยธรรม ตามที่ระบุไว้ในอนุฎีกาซึ่งลงนามโดยนายกรัฐมนตรี "ฮุน มาแนต" เมื่อช่วงปลายปี 2025
ตามบทที่ 4 ของอนุฎีกาว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ชาวต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตการลงทุนที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่มีอำนาจ สามารถยื่นคำขอสัญชาติกัมพูชาโดยการแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 21 ได้ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามนโยบายการลงทุน ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมาตรา 29 ระบุว่า "ผู้ยื่นคำขอจะต้องลงทุนด้วยเงินทุนส่วนบุคคล ไม่น้อยกว่า 4 พันล้านเรียล หรือ ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อดำเนินโครงการลงทุนจริงในกัมพูชา โดยการลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ในภาคส่วนและประเภท โครงการที่เป็นลำดับความสำคัญ ซึ่งระบุไว้ในภาคผนวกอย่างเป็นทางการของอนุฎีกา" นอกจากนี้ "ผู้ยื่นคำขอยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ รวมถึงภาระทางภาษี และแผนการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติ"
ตามมาตรา 30 เงินทุนที่ใช้ในการดำเนินโครงการลงทุน ภาคส่วนและประเภทโครงการที่เป็นลำดับความสำคัญ รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ที่ยื่นขอสัญชาติกัมพูชาผ่านการแปลงสัญชาติ จะอยู่ภายใต้การพิจารณาและประเมินผล โดยกระทรวงมหาดไทย และ หากเห็นสมควร กระทรวงอาจปรึกษาหารือ กับกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนมีการตัดสินใจ
ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวระบุว่า "เงินทุนการลงทุนส่วนบุคคล ต้องมีที่มาอย่างชัดเจน และ ถูกต้องตามกฎหมาย!!"
นอกจากนี้ มาตรา 31 กำหนดว่า "ชาวต่างชาติที่บริจาคเงินสดส่วนบุคคล ไม่น้อยกว่า 12 พันล้านเรียล หรือ ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ ให้แก่เงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ ภาคมนุษยธรรม" สามารถยื่นคำขอสัญชาติกัมพูชา โดยการแปลงสัญชาติได้ ตามมาตรา 22 ของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
ทั้งนี้ เงินบริจาคดังกล่าวต้องมีแหล่งที่มาชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย และ ต้องชำระเข้าสู่เงินงบประมาณแผ่นดินผ่านกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง
ตามอนุฎีกา ภาคส่วนและโครงการที่เป็นลำดับความสำคัญ ซึ่งมีคุณสมบัติเข้าข่ายการลงทุนเพื่อขอสัญชาติกัมพูชา ได้แก่ ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหารและผลิตผลทางการเกษตรเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก การผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศและทดแทนการนำเข้า การจัดการและแปรรูปขยะ การท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังรวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในภาคส่วนที่เป็นลำดับความสำคัญ นิคมอุตสาหกรรมและอุทยานวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงและสามารถแข่งขันได้ อุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก การสนับสนุนทางการเงินแก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านธนาคารและสถาบันการเงิน ตลอดจนโครงการที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา ในพื้นที่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ
ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งกลุ่มปริ้นซ์ คือ "เฉิน จื้อ" ถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาในเดือนธันวาคม 2025 ก่อนถูกจับกุมและส่งตัวออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ "ประพักษ์ โสคน" ของกัมพูชากล่าวว่า "การสอบสวนพบว่า "เฉิน จื้อ" ได้รับสัญชาติกัมพูชาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย" อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดังกล่าว...
อ้างอิง : https://kiripost.com/stories/cambodia-sets-1m-investment-or-3m-donation-threshold-for-foreigners-seeking-citizenship
เงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
5 นิสัยเสียบนโต๊ะอาหาร ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
คอหวยจับตาเลขเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุระทึกช่องแคบฮอร์มุซ
นิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืม
เจาะตัวเลข "อ.พลอยไหม" งวด 16/3/69
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
โสดในปี 2026 ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงไม่อยากมีลูก
จังหวัดที่ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย




