รัสเซียขู่จะทำลายอังกฤษด้วยอาวุธนิวเคลียร์
สื่อที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของ "วลาดิเมียร์ ปูติน" ผู้นำของรัสเซีย ได้ออกคำข่มขู่ที่น่าสะพรึงกลัวว่า "จะทำลายอังกฤษด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์" ในช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้นำรัสเซียกำลังกล่าวถึง "สันติภาพ" ต่อคณะผู้แทนของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ภายในเครมลิน ในขณะเดียวกัน มอสโกยังแสดงแสนยานุภาพ ด้วยการบีบให้กองกำลังนาโต ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์รุ่น Tu-22M3 ของรัสเซีย ซึ่งบินลาดตระเวนเหนือทะเลบอลติก...
การเจรจา "สันติภาพ" ในยามค่ำคืนยาวนานเกือบ 4 ชั่วโมง ระหว่าง "วลาดิเมียร์ ปูติน" กับผู้แทนของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้แก่ "สตีฟ วิตคอฟฟ์" และ "จาเร็ด คุชเนอร์" สิ้นสุดลงโดยเครมลินยืนยันว่า "จะไม่ยุติสงครามในยูเครน หากกรุงเคียฟไม่ยอมสละภูมิภาคดอนบาส" ถึงแม้ว่าการเจรจาแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่รัสเซีย ยูเครน และ อเมริกา จะมีขึ้นในวันศุกร์และวันเสาร์นี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] ที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ผู้นำรัสเซียก็ยังไม่แสดงท่าทีประนีประนอม ต่อเป้าหมายในการแบ่งแยกยูเครน ซึ่งเขาถือเป็นเงื่อนไขของสันติภาพ...
สถานีโทรทัศน์ของรัสเซีย ที่ได้รับทุนจากรัฐได้ออกคำข่มขู่โจมตีด้วยนิวเคลียร์อย่างชัดเจน โดยระบุว่า "อังกฤษจะหมดสิ้นการดำรงอยู่" ในขณะที่การเจรจากับเครมลินกำลังเริ่มต้นขึ้น "เซอร์เกย์ คารากานอฟ" ที่ปรึกษาของปูติน ซึ่งเป็นที่รู้จักในฉายา "ศาสตราจารย์วันสิ้นโลก" กล่าวกับผู้ชมว่า "หนึ่งในเป้าหมาย อย่างน้อยที่สุด ควรเป็นอังกฤษ" และ "เราต้องเตรียมพร้อม" และ "ชาวอังกฤษต้องรับรู้ว่า เรามีศักยภาพในการโจมตี ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไร้ความสามารถ และ ตัดศูนย์บัญชาการ เราสามารถทำได้ แต่แน่นอนว่าจะต้องมีการเตือนล่วงหน้า ว่าหากมีหัวรบนิวเคลียร์จากฝ่ายใดแม้เพียงลูกเดียวตกถึงรัสเซีย ถ้ายังมีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ การโจมตีก็จะมุ่งไปที่เมืองต่างๆ และ อังกฤษจะสิ้นสภาพโดยสิ้นเชิง!!" และ "นี่เป็นยุทธศาสตร์ที่เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง ซึ่งควรจะชัดเจน และ สื่อสารไปยังศัตรูชาวอังกฤษของเรา!!"
ถ้อยคำดังกล่าว ยิ่งตอกย้ำความย้อนแย้ง ของความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน ที่ยังคงรักษาความเป็นรัฐของประเทศ ภายใต้การนำของ "โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี" ผู้นำของยูเครน
ด้าน "วลาดิเมียร์ โซโลวีอฟ" ผู้โฆษณาชวนเชื่อคนสำคัญของปูตินทางโทรทัศน์ ได้ย้ำข้อเรียกร้อง ให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ใต้น้ำความเร็วสูง รุ่น "โพไซดอน" ซึ่งยังไม่เคยผ่านการทดสอบ เพื่อโจมตีอังกฤษให้จมอยู่ใต้น้ำทะเล โดยเขากล่าวว่า "ผมเห็นว่ามี 2 ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ตั้งอยู่ในดินแดนยุโรป คือ อังกฤษและฝรั่งเศส" และ "ด้วยทัศนคติรัสโซโฟเบียที่ฝังรากลึกของชาวอังกฤษ ผมไม่ตัดความเป็นไปได้ที่พวกเขา จะจัดหาชิ้นส่วนสำหรับระเบิดนิวเคลียร์สกปรก หรือ แม้แต่อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีให้ยูเครน" และ "พวกเขากำลังส่งทุกอย่างที่สามารถส่งได้ และ จะพยายามโจมตีเรา ดังนั้น... สำหรับผม อังกฤษจึงเป็นศัตรูที่เป็นระบบมากกว่า ด้วยเหตุนี้ ผมอาจจะเลือกโจมตีที่นั่นเป็นอันดับแรก!!" นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมอย่างเย้ยหยันว่า "หลังจากอังกฤษจมอยู่ใต้น้ำแล้ว สิ่งสำคัญคือเรือต่างๆของเรา จะไม่ไปครูดกับก้นทะเลตรงบริเวณบิ๊กเบน"
ภาพจากรัสเซียแสดงให้เห็น เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล Tu-22M3 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามกำหนดการเหนือ "น่านน้ำสากล" ของทะเลบอลติก เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่เหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ของคลังแสนยานุภาพนิวเคลียร์ของปูติน ได้รับการคุ้มกันโดยเครื่องบินขับไล่ Su-35S และ Su-30SM ของรัสเซีย
มอสโกกล่าวยอมรับว่า "เครื่องบินของนาโตถูกส่งขึ้นมา เพื่อติดตามการบินดังกล่าว" โดยแถลงว่า "ในบางช่วงของเส้นทาง เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล ถูกคุ้มกันโดยเครื่องบินขับไล่ของรัฐต่างชาติ" ถึงแม้รัสเซียจะอ้างว่าเที่ยวบินของ Tu-22M3 เป็นการปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการ แต่จังหวะเวลากลับตรงกับ ช่วงที่ผู้แทนของทรัมป์อยู่ในกรุงมอสโก เพื่อเจรจากับปูติน และ เส้นทางบินเหนือทะเลบอลติก ก็อยู่ใกล้รัฐแนวหน้าหลายประเทศใกล้พรมแดนรัสเซีย
ภายหลังการเจรจาในเครมลิน "ยูรี อูชาคอฟ" ผู้ช่วยของปูติน ไม่ได้แสดงสัญญาณใดๆที่ว่า สันติภาพจะเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยเขากล่าวว่า "เรามีความสนใจอย่างจริงใจในการแก้ไขวิกฤตยูเครน ผ่านแนวทางการเมืองและการทูต แต่ตราบใดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายนี้ รัสเซียจะยังคงเดินหน้าบรรลุวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการทางทหารพิเศษอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสนามรบ ซึ่งกองทัพรัสเซียยังคงถือครองความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์" และ "หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านดินแดน ตามสูตรที่ตกลงกันไว้ที่แองเคอเรจ ก็ย่อมไม่มีความหวัง ในการบรรลุข้อตกลงระยะยาว..."
ความเข้าใจด้านดินแดนที่ยังไม่เปิดเผย ซึ่งมอสโกอ้างว่า "ได้บรรลุร่วมกันระหว่างการพบกันของปูตินและทรัมป์ ที่แองเคอเรจในเดือนสิงหาคม 2025" ก้ดูเหมือนจะหมายถึง "การที่ยูเครนต้องยกภูมิภาคดอนบาส ได้แก่ แคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ทั้งหมด ให้รัสเซีย" ซึ่งรัสเซียยังไม่สามารถยึดครองได้อย่างสมบูรณ์ ตลอดหลายปีของการสู้รบ
อ้างอิง : https://www.express.co.uk/news/world/2161563/russia-nuclear-annihilation-threat-britain
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
เจาะตัวเลข "อ.พลอยไหม" งวด 16/3/69
เงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
นิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืม
พืชที่ออกดอกได้เพียงครั้งเดียว และต้องรอนานที่สุดกว่าจะออกดอก
9 จังหวัดของไทยที่ไม่มีภูเขา
เลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.9" งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ตำนาน คำว่า "โง่" ปรัชญาที่มีพลังทำลายล้างสูงและสะท้อนอะไรได้หลายมิติ
ทุบสถิติโลก! Merle Loosen โชว์สกิลตีลังกาบนลูกบอลออกกำลังกาย จารึกชื่อใน Guinness World Records
10 มหาเศรษฐีที่มีเชื้อสายอิหร่าน ประจำปี 2026
พบโรคทางพันธุกรรมที่หายากในโครงกระดูกโบราณจากยุคน้ำแข็ง
ดราม่าหนักหลังสถานฑูตอิหร่านเยาะเย้ยไทยที่เรือโดนยิงถล่มด้วยการทำมีม
เซเนกัลผ่านร่างกฎหมายใหม่ ไม่มีการลดโทษ และรอลงอาญา LGBTQ
ทุบสถิติโลก! Merle Loosen โชว์สกิลตีลังกาบนลูกบอลออกกำลังกาย จารึกชื่อใน Guinness World Records
อย่าหาทำ! ใช้ "ยาสีฟัน" ป้าย "น้องชาย" หวังให้เซ็กส์อึด..แพทย์ออกมาเตือนแล้ว!!


