หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นายกญี่ปุ่นประกาศยุบสภาแล้ว!!

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์

 



     วันนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดทางสู่การเลือกตั้งแบบฉับพลันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 แล้ว!!

     การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อใช้ประโยชน์จากความนิยมของเธอในการช่วยให้พรรครัฐบาลฟื้นตัว หลังจากเผชิญความพ่ายแพ้อย่างหนัก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การยุบสภาจะส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติงบประมาณล่าช้า ซึ่งงบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา และ แก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น

     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ซึ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ดำรงตำแหน่งมาได้เพียง 3 เดือน แต่มีคะแนนนิยมสูงถึงราว 70 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้พรรคเสรีประชาธิปไตย [LDP] ของเธอ จะยังคงเผชิญความท้าทาย จากกรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริต และ ความเชื่อมโยงในอดีตกับโบสถ์รวม ที่เป็นที่ถกเถียง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคฝ่ายค้านใหม่ อย่างพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง จะสามารถดึงคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางได้หรือไม่? ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านโดยรวมยังคงแตกแยก และ ไม่สามารถเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อ LDP ได้


    "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ยังเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีน หลังจากแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ผู้นำของอเมริกา ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณด้านอาวุธ ท่ามกลางการแข่งขันทางทหารระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง ในภูมิภาคนี้

      การยุบสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 465 ที่นั่ง จะนำไปสู่การรณรงค์หาเสียงเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันอังคารหน้า [ตามเวลาท้องถิ่น]

     เมื่อประธานสภา "ฟุกุชิโระ นูกากะ" ประกาศการยุบสภา สมาชิกสภาที่เข้าร่วมประชุมต่างลุกขึ้นตะโกนคำว่า "บันไซ" ซึ่งหมายถึง "ขอให้เจริญยิ่งยืนนาน" จำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปเพื่อเตรียมการหาเสียง

"ซานาเอะ ทาคาอิจิ" หวังคว้าชัยเสียงข้างมาก
     แผนการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดของ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" มีเป้าหมายเพื่อใช้ความนิยมส่วนตัว ในการคว้าชัยเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสภาที่มีอำนาจมากกว่า ของรัฐสภาสองสภาของญี่ปุ่น

     พรรค LDP ที่เผชิญเรื่องอื้อฉาว และ รัฐบาลผสม มีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในสภาล่าง หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2024 ขณะเดียวกัน รัฐบาลผสมไม่มีเสียงข้างมากในสภาสูง และ ต้องพึ่งพาคะแนนเสียง จากฝ่ายค้านเพื่อผ่านนโยบายต่างๆ

     ผู้นำฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ว่า "การยุบสภาทำให้การผ่านงบประมาณที่จำเป็น ต่อมาตรการเศรษฐกิจสำคัญล่าช้า"

     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ซึ่งเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมแข็งกร้าว ต้องการเน้นความแตกต่างจากอดีตนายกรัฐมนตรีสายกลาง "ชิเงรุ อิชิบะ" โดยเธอเน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตัดสินนโยบายด้านการใช้จ่าย การเสริมสร้างกองทัพ และ นโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น เพื่อทำให้ญี่ปุ่น "แข็งแกร่งและมั่งคั่ง!!"


     ถึงแม้ภาพลักษณ์ที่กระตือรือร้นและเด็ดขาด จะทำให้เธอได้รับความนิยมสูง แต่พรรค LDP ยังคงไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากกำลังฟื้นตัวจากคดีอื้อฉาวด้านเงินการเมือง โดยกลุ่มผู้สนับสนุนดั้งเดิมจำนวนมากของ LDP ได้หันไปสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านสายประชานิยมขวาจัดหน้าใหม่ เช่น พรรคซันเซโตะ ที่มีแนวคิดต่อต้านโลกาภิวัตน์

จีน ทรัมป์ และ คดีคอร์รัปชัน
     ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความตึงเครียด ที่ทวีความรุนแรงกับจีน หลังจาก "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" แสดงความเห็นว่า "ญี่ปุ่นอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หากจีนใช้กำลังทางทหารกับไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะปกครองตนเองที่จีนอ้างสิทธิ์" ส่งผลทำให้จีนตอบโต้ญี่ปุ่น ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจและการทูตอย่างรุนแรง

     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ผลักดันการเสริมสร้างกองทัพและเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ในขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" กดดันให้ญี่ปุ่นใช้จ่าย ด้านการป้องกันประเทศมากขึ้น!!


พันธมิตรฝ่ายขวาใหม่ และฝ่ายค้านที่แตกแยก
     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" กล่าวว่า "ฉันต้องการอำนาจชอบธรรมจากประชาชน เพื่อผลักดันนโยบายที่ตกลงร่วมกับพันธมิตรใหม่ คือ พรรคญี่ปุ่นนวัตกรรม" ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา โดยทั้ง 2 พรรคบรรลุข้อตกลงในเดือนตุลาคม 2025 เพื่อดำเนินนโยบาย เช่น การเสริมสร้างกองทัพ การคงระบบสืบราชบัลลังก์เฉพาะผู้ชาย และ เร่งการกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แบบออฟไลน์

     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" หันมาจับมือกับ "พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น" หลังจากพรรคโคเมโตะ ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของ LDP และ มีฐานเสียงจากพุทธศาสนา ถอนตัวออกจากรัฐบาล เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดทางอุดมการณ์ของเธอ และ ความไม่จริงจังในการปราบปรามคอร์รัปชัน และ ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรใหม่ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" จึงได้รับคะแนนเสียงเพียงพอ ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

     พรรคโคเมโตะ ได้หันไปร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านสายเสรีนิยมหลัก คือ พรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น จัดตั้ง "พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง" ทันก่อนการเลือกตั้ง

     อดีตนายกรัฐมนตรี และ ผู้นำพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ "โยชิฮิโกะ โนดะ" กล่าวว่า "ตอนนี้คือโอกาสของเรา ในการเริ่มต้นขบวนการสายกลาง!!" และ "พันธมิตรใหม่นี้มุ่งสร้างสังคมที่หลากหลาย เท่าเทียมทางเพศ และ ครอบคลุมทุกกลุ่ม ด้วยการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง..."

     ท่ามกลางความแตกแยกและความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจภายในประเทศ กลุ่มใหม่นี้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายความมั่นคงอย่างสมจริง และ ผลักดันโลกที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ แม้ฝ่ายค้านในญี่ปุ่นยังถูกมองว่า "แตกแยกเกินกว่าจะชนะการเลือกตั้ง" และ ผลสำรวจยังไม่เป็นใจต่อพันธมิตรใหม่ แต่ความสามารถของพรรคโคเมโตะ ในการระดมคะแนนเสียงจากกลุ่มศาสนิกชนโซกะกักไก ก็ยังถือเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้!!


"ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ให้คำมั่นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และ ค่านิยมอนุรักษนิยม
     "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" มุ่งเน้นนโยบายเศรษฐกิจ โดยเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ค่าแรงที่หยุดนิ่ง และ การช่วยเหลือครัวเรือนรายได้น้อย ในขณะเดียวกัน "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ยังให้คำมั่นว่า "ฉันจะปรับปรุงนโยบายด้านความมั่นคงและกลาโหม เพื่อเสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกอาวุธ เพื่อเพิ่มยอดขายและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่น!!"

     พรรคของ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" ยังเสนอการเข้มงวดด้านนโยบายตรวจคนเข้าเมือง และ การจำกัดสิทธิของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองกระแสต่อต้านชาวต่างชาติ ที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น

      เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรค LDP เสนอนโยบายตรวจคนเข้าเมืองใหม่ รวมถึงข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นสำหรับชาวต่างชาติ ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ และ การกำหนดเพดานจำนวนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

อ้างอิง : https://www.abc.net.au/news/2026-01-23/japan-prime-minister-dissolves-parliament-after-3-months-office/106263926

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: paktronghie, หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชียอาหารที่อร่อยและโด่งดังที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศกัมพูชาเปิดเลขเด็ดพญาบึ้ง "แม่ยวน" งวด 1 ก.พ. 69ชาวนาพบแผ่นทองคำ หลังขึ้นเขาเก็บสมุนไพร หน่วยงานรัฐเร่งเข้าตรวจสอบ5 นิสัยที่บอกว่าคุณเริ่มแก่แล้ว… โดยไม่ต้องดูอายุสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทยปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมมากที่สุด ถูกจับมาเพื่อการบริโภคมากที่สุดทำไม Nissan ถึงยอมทิ้งแบรนด์ Datsun?นางงามพม่า ไปไม่ถึงอียิปต์ ตัดพ้อ นางงามไทย ผ่านตม.ได้ยังไงใน 1 วัน งีบหลับวันละกี่นาที จึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพ สมอง และ ร่างกายทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"หลุมเมือง หลุมปริศนาแห่งปราจีนบุรีที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และมีเอาไว้ทำอะไรเด้อ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กุ้งที่หายากและพบได้น้อยที่สุด มีโอกาสพบเพียง 1 ใน 50 ล้านตัวพบโบราณวัตถุหายาก 2 ชิ้น ที่หอคอยอิฐที่สูงที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นางงามพม่า ไปไม่ถึงอียิปต์ ตัดพ้อ นางงามไทย ผ่านตม.ได้ยังไง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
แมคโดนัลด์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังทำเบอร์เกอร์มีขนาดเล็กเท่ามาการองรัสเซียขู่ จะทำลายอังกฤษ ด้วยอาวุธนิวเคลียร์สาวโร่หาหมอทันที! หลังถูกแฟนหนุ่มเลียหูเจ้ามาเลประกาศ "การศึกษาของชาติควรใช้ภาษามาเลย์เป็นพื้นฐาน ถ้าพวกคุณไม่ยอมรับเรื่องนี้ พวกคุณก็อย่ามาอยู่ในมาเลเซียเลย!!"
ตั้งกระทู้ใหม่