หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ข่าวคราวชาวเพื่อนบ้าน : ภาพจากใจชาว สปป.ลาว บอกถึงสภาพสังคมและเศรษฐกิจของทางประเทศลาวในตอนนี้ ที่คนต่างชาติ ต่างภาษาไหลเข้าประเทศเต็มไปหมด


เขียนโดย dukedick

เมื่อวานนั่งไถโซเชียลไปเรื่อย ๆ แล้วไปสะดุดกับภาพชุดหนึ่งจากชาว สปป.ลาว ภาพมันไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตอะไร แต่พอดูคอมเมนต์ใต้ภาพแล้วมันชวนให้หยุดคิดนานมาก คอมเมนต์หนึ่งเขียนไว้ประมาณว่า
“สปป.ลาว ภาคเหนือจะมีแต่คนจีนเข้ามาอยู่อาศัยเต็มไปหมด ส่วนภาคใต้จะมีแต่คนเวียดนาม และคนลาวจริง ๆ จะข้ามไปอยู่และทำงานที่ประเทศไทย”

อ่านแล้วมันเหมือนโดนสะกิดใจเบา ๆ เพราะมันไม่ใช่คำพูดดราม่า ไม่ใช่คำด่า ไม่ใช่คำโจมตีใคร แต่เป็นประโยคสั้น ๆ ที่เล่าความรู้สึกของคนในพื้นที่แบบตรงไปตรงมา เหมือนเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “บ้านเรามันกำลังเปลี่ยนไปนะ”

ถ้าลองคิดดี ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในเชิงเศรษฐกิจ โลกทุกวันนี้มันเปิดมากขึ้น การลงทุนข้ามชาติเป็นเรื่องปกติ ประเทศเล็กประเทศใหญ่ต่างก็ต้องพึ่งพากัน คนมีเงินก็ไปหาที่ที่ทำกำไรได้ คนแรงงานก็ไปหาที่ที่มีงานทำและมีรายได้ดีกว่า มันเป็นกลไกธรรมชาติของโลกยุคใหม่ แต่พอเรื่องนี้เกิดกับ “บ้าน” ของเราเอง หรือบ้านของเพื่อนบ้านเรา มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป

ภาพที่ชาวลาวโพสต์ มันไม่ได้บอกว่าคนจีนหรือคนเวียดนามผิดอะไรเลย แต่มันกำลังสะท้อนว่า พื้นที่บางส่วนของประเทศกำลังเปลี่ยนมือ เปลี่ยนบทบาท และเปลี่ยนตัวตนอย่างเงียบ ๆ

ภาคเหนือของลาวที่มีคนจีนเข้ามาเยอะ เราก็พอจะนึกภาพออก เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ คาสิโน โรงแรม โครงการอสังหาฯ ถนนหนทางใหม่ ๆ ที่เชื่อมต่อกับจีน ทุกอย่างดูทันสมัย ดูมีเงินหมุนเวียน แต่คำถามคือ คนในพื้นที่ได้อะไรบ้าง นอกจากภาพความเจริญที่อาจจะไม่ได้เป็นของเขาโดยตรง

บางคนอาจได้งานทำ บางคนอาจมีรายได้เพิ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ราคาที่ดินสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ค่อย ๆ หายไป ร้านค้าเล็ก ๆ ของคนท้องถิ่นอาจสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ ภาษา วัฒนธรรม และความเป็นเจ้าของพื้นที่เริ่มเลือนราง

ส่วนภาคใต้ของลาวที่มีคนเวียดนามเข้ามามาก มันก็เป็นภาพที่มีมานานในเชิงประวัติศาสตร์ คนเวียดนามกับคนลาวมีความเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว แต่พอวันนี้เศรษฐกิจมันขยับ การค้า การลงทุน การตั้งถิ่นฐานมันชัดขึ้น คนท้องถิ่นก็ย่อมรู้สึกว่า “พื้นที่ของเรากำลังถูกคนอื่นเข้ามาแทนที่หรือเปล่า”

แล้วประโยคที่เจ็บเบา ๆ คือ “คนลาวจริง ๆ จะข้ามไปอยู่และทำงานที่ประเทศไทย”
นี่แหละที่สะท้อนอะไรหลายอย่างมาก

เพราะมันหมายความว่า ในขณะที่บ้านตัวเองมีต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัย ทำธุรกิจ และครอบครองพื้นที่ คนในประเทศกลับต้องออกไปหาโอกาสนอกบ้านตัวเอง มันเหมือนบ้านที่มีแขกเต็มไปหมด แต่เจ้าของบ้านต้องออกไปทำงานข้างนอกเพราะในบ้านไม่มีที่ยืนพอ

เราคนไทยอ่านแล้วก็คงรู้สึกคุ้น ๆ เพราะบ้านเราก็เคยอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กันในหลายช่วงเวลา มีแรงงานต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา ขณะเดียวกันคนไทยบางส่วนก็ต้องไปทำงานต่างประเทศเพื่อหารายได้ที่ดีกว่า มันไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันคือภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำของโอกาส

คนลาวที่ข้ามมาทำงานในไทย ส่วนใหญ่ไม่ได้มาด้วยความอยากจากบ้าน แต่เพราะรายได้ ค่าแรง และโอกาสในไทยมันยังดีกว่าในบ้านเขา งานที่ไทยอาจเหนื่อย อาจลำบาก อาจไม่มั่นคง แต่ส่งเงินกลับบ้านได้ เลี้ยงครอบครัวได้ มีอนาคตมากกว่า

ลองมองย้อนกลับไปที่ภาพแรกอีกครั้ง ภาคเหนือมีคนจีน ภาคใต้มีคนเวียดนาม คนลาวไปอยู่ไทย มันเหมือนประเทศหนึ่งกำลังถูก “แบ่งบทบาท” โดยกลไกเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน พื้นที่หนึ่งเป็นที่ลงทุนของทุนใหญ่ อีกพื้นที่เป็นทางผ่านของแรงงาน อีกพื้นที่เป็นต้นทางของคนที่ต้องออกไปหาชีวิตที่ดีกว่า

มันไม่ได้ผิดใครสักคนเดียว มันเป็นโครงสร้าง มันเป็นระบบ และมันเป็นความจริงที่โหดร้ายแบบสุภาพ

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ แต่คือการเปลี่ยนแปลงทาง “ความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศ”
ถ้าวันหนึ่งคนในประเทศรู้สึกว่า

มันจะค่อย ๆ กัดกินความภูมิใจ และความรู้สึกผูกพันกับแผ่นดินของตัวเองแบบเงียบ ๆ

บางคนอาจบอกว่า “มันคือความเจริญ”
ใช่ มันคือความเจริญในเชิงตัวเลข
แต่ความเจริญที่ดีควรทำให้เจ้าของบ้านอยู่ได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านดูสวยขึ้นสำหรับคนที่มีเงิน

ภาพนี้เลยไม่ใช่แค่ภาพถ่ายธรรมดา แต่มันเหมือนกระจกสะท้อนอนาคตของหลายประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย ถ้าเราไม่ระวัง เราอาจอยู่ในวันที่

และวันนั้นเราก็อาจเป็นคนเขียนคอมเมนต์แบบเดียวกับชาวลาววันนี้

สิ่งที่เราควรได้จากโพสต์นี้ ไม่ใช่การโทษจีน ไม่ใช่การโทษเวียดนาม และไม่ใช่การโทษคนลาวที่มาทำงานในไทย แต่มันคือการตั้งคำถามกับระบบว่า
เราจะทำยังไงให้การพัฒนา ไม่ได้พัฒนาเฉพาะตัวเลข GDP
แต่พัฒนา “คุณภาพชีวิต” และ “ศักดิ์ศรี” ของคนในประเทศไปพร้อมกัน

เพราะประเทศที่แข็งแรงจริง ไม่ใช่ประเทศที่มีต่างชาติเข้ามาลงทุนเยอะที่สุด
แต่คือประเทศที่ประชาชนของตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องจากบ้านไปเพื่อมีชีวิตที่ดี

อ่านคอมเมนต์สั้น ๆ แค่ไม่กี่บรรทัด แต่พอมานั่งคิดจริง ๆ มันเหมือนเรื่องยาวเป็นพันหน้า และมันไม่ได้เป็นเรื่องของลาวประเทศเดียว แต่มันคือบทเรียนของทุกประเทศเล็ก ๆ ในโลกที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางคลื่นทุนขนาดใหญ่

ขอบคุณภาพประกอบจาก : @you.kk8

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 414 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดินจังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมืองจังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหวแบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาวนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทยเปิด 23 ประเทศ “กินเนื้อวัวมากที่สุดในโลก” อันดับจริงมีใครบ้าง ไทยติดไหมคณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอเจาะเลขเด็ด"อ.ฟ้าใหม่ ใจบุญ" งวดสงกรานต์ลุ้นรวย 16 เม.ย. 69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
กัมพูชายอมรับว่า "มีการทรมานและค้ามนุษย์ในคาสิโน 12 แห่ง"โตเกียวเปลี่ยนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ให้กลายเป็นจุดให้บริการ Wi-Fi ฟรีชายวัย 50 สารภาพแล้วว่าเป็นคนจุดไฟเผาที่แยกชิบูย่าเด็กหญิงวัย 3 ขวบเสียชีวิต หลังถูกรถชนในเมืองคิตะคิวชู
ตั้งกระทู้ใหม่