หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มะกันค้นพบแหล่งแร่ที่มีปริมาณสำรอง 20-40 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     พื้นที่ทะเลทรายสูงตามแนวชายแดน รัฐเนวาดา-โอเรกอน ซึ่งเป็นแอ่งที่เงียบสงบและก่อตัวขึ้นจากซูเปอร์ภูเขาไฟโบราณ "แมคเดอร์มิตต์" ได้กลายเป็นจุดสนใจของทั่วโลก โดยใต้ชั้นหินและดินในบริเวณดังกล่าว อาจซ่อนเร้นแหล่งลิเทียมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา

     จากการประเมินเบื้องต้น แหล่งลิเทียมแห่งนี้อาจมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีปริมาณสำรองคาดการณ์อยู่ระหว่าง 20 ถึง 40 ล้านตัน ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงมีความสำคัญทางธรณีวิทยาเท่านั้น แต่ยังทำให้อเมริกาต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ ด้านการพัฒนาพลังงานสะอาด การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และ การอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง

     พื้นที่ที่กล่าวถึงมีชื่อว่า "ช่องเขาแท็กเกอร์" ตั้งอยู่ภายในปล่องภูเขาไฟโบราณ "แมคเดอร์มิตต์" ซึ่งเป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 16 ล้านปีก่อน จากการปะทุครั้งมหาศาล โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า "หากสามารถยืนยันปริมาณสำรองได้อย่างครบถ้วน และ ดำเนินการทำเหมืองได้สำเร็จ ปริมาณลิเทียมที่นี่อาจมากกว่าแหล่ง "ซาลาร์ เดอ อูยูนี" ในประเทศโบลิเวีย ซึ่งเคยได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งลิเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นหมายถึงศักยภาพในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหลายร้อยล้านคัน และ อาจทำให้อเมริกา กลายเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทาน พลังงานสะอาดของโลก!!


     งานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวารสาร "ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์" ซึ่งระบุว่า "หลังการปะทุในอดีต เถ้าภูเขาไฟและโคลน ได้สะสมตัวอยู่บริเวณกึ่งกลางของแอ่ง จนเกิดเป็นชั้นดินเหนียวที่ก้นทะเลสาบ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ที่มีลิเทียม นอกจากนี้ กระแสของเหลวไฮโดรเทอร์มอลที่เกิดขึ้น หลังการปะทุ ยังทำให้แร่ "สเมกไทต์" ที่อุดมด้วยแมกนีเซียมแปรสภาพเป็น "อิลไลท์" ซึ่งเป็นดินเหนียวที่มีโพแทสเซียมและมีปริมาณลิเทียมสูงเป็นพิเศษ โดยบางจุดมีความเข้มข้นสูงถึง 2.4% ของน้ำหนัก"

     ซึ่งระดับการสะสมของลิเทียมเช่นนี้ ถือว่าเกิดขึ้นได้ยากมาก เนื่องจากแหล่งลิเทียมชนิดดินเหนียวส่วนใหญ่ทั่วโลก มักมีความเข้มข้นต่ำกว่า 1% ชั้น "อิลไลท์" ที่ "ช่องเขาแท็กเกอร์" มีความหนาประมาณ 30 เมตร และ อยู่ในระดับตื้นเพียงพอสำหรับการทำเหมืองแบบเปิด ซึ่งช่วยลดต้นทุน และ ลดความซับซ้อนในการดำเนินงานได้อย่างมาก อีกทั้งยังมีอัตราการขุดดินปิดหน้าต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินความเป็นไปได้ ของโครงการเหมืองขนาดใหญ่

     ด้วยความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการ กระทรวงพลังงานอเมริกา ได้อนุมัติเงินกู้มูลค่า 2.23 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างเหมือง "ช่องเขาแท็กเกอร์" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเงินสนับสนุนที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่า ที่เคยให้แก่โครงการลิเทียมมาก่อน...

     บริษัท "ลิเธียม อเมริกา คอร์ปอเรชั่น" ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการ ได้เริ่มก่อสร้างและตั้งเป้าหมายการผลิตลิเทียมคาร์บอเนตที่ 40,000 ตันต่อปีในระยะแรก จากนั้นจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นลำดับ จนถึงระดับ 160,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าโครงการจะมีอายุการดำเนินงานยาวนานถึง 85 ปี

     เพื่อรับประกันแหล่งวัตถุดิบสำหรับแบตเตอรี่ในระยะยาว บริษัท "เจเนอรัล มอเตอร์" จึงได้ลงนามในข้อตกลงรับซื้อผลผลิตเป็นระยะเวลา 20 ปี พร้อมทั้งถือหุ้น 38% ในโครงการนี้ การมีส่วนร่วมของหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก สะท้อนให้เห็นว่า "ช่องเขาแท็กเกอร์" ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งแร่ธรรมดา แต่เป็นกลไกสำคัญในยุทธศาสตร์ ในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าของอุตสาหกรรมอเมริกา


     อย่างไรก็ตาม ควบคู่ไปกับความคาดหวังทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม คือ กระแสการคัดค้านที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองหลายกลุ่ม รวมถึงเผ่า "ฟอร์ต แมคเดอร์มิตต์ ปายูเต" และ "โชโชน" ซึ่งเห็นว่าโครงการนี้คุกคามผืนดินบรรพบุรุษ แหล่งน้ำธรรมชาติ และ แหล่งโบราณคดีที่มีความศักดิ์สิทธิ์ นอกจากประเด็นด้านวัฒนธรรม นักสิ่งแวดล้อมยังเตือนถึงความเสี่ยงต่อระบบนิเวศของทะเลทรายสูง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์ที่มีความเปราะบาง การสกัดลิเทียมจากดินเหนียว ต้องใช้กระบวนการชะล้างและสารเคมี ที่ซับซ้อนกว่าการทำเหมืองน้ำเกลือ ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ของแหล่งน้ำและการจัดการของเสีย

     คำตอบของโจทย์นี้ ไม่เพียงกำหนดชะตากรรมของเหมืองลิเทียมแห่งหนึ่งเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงแนวทางที่อเมริกาเลือกใช้ ในการก้าวสู่อนาคตของพลังงานที่ยั่งยืนอีกด้วย!!

อ้างอิง : https://cafef.vn/phat-hien-mo-khoang-san-tru-luong-20-40-trieu-tan-tri-gia-hon-39000-ty-dong-nam-ngay-duoi-mieng-sieu-nui-lua-18826012011151636.chn

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชียเปิดเลขเด็ดพญาบึ้ง "แม่ยวน" งวด 1 ก.พ. 69ปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมมากที่สุด ถูกจับมาเพื่อการบริโภคมากที่สุดทำไม Nissan ถึงยอมทิ้งแบรนด์ Datsun?อาหารที่อร่อยและโด่งดังที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศกัมพูชาชาวนาพบแผ่นทองคำ หลังขึ้นเขาเก็บสมุนไพร หน่วยงานรัฐเร่งเข้าตรวจสอบสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทยแมคโดนัลด์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังทำเบอร์เกอร์มีขนาดเล็กเท่ามาการองเจ้ามาเลประกาศ "การศึกษาของชาติควรใช้ภาษามาเลย์เป็นพื้นฐาน ถ้าพวกคุณไม่ยอมรับเรื่องนี้ พวกคุณก็อย่ามาอยู่ในมาเลเซียเลย!!"ทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"ประวัติศาสตร์เกาเหลา เมนูไร้เส้นแต่ไม่ไร้ที่มาผู้พักอาศัยในอาคารสูง 20 ชั้นคนหนึ่ง พยายามตัดเสาอาคารทิ้ง เพื่อที่จะได้เห็นวิวชัดๆ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นางงามพม่า ไปไม่ถึงอียิปต์ ตัดพ้อ นางงามไทย ผ่านตม.ได้ยังไงที่สุดแห่งเหรียญสะสม ที่มีราคาขายแพงสุดตลอดกาลแมคโดนัลด์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังทำเบอร์เกอร์มีขนาดเล็กเท่ามาการอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
แมคโดนัลด์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังทำเบอร์เกอร์มีขนาดเล็กเท่ามาการองรัสเซียขู่ จะทำลายอังกฤษ ด้วยอาวุธนิวเคลียร์สาวโร่หาหมอทันที! หลังถูกแฟนหนุ่มเลียหูเจ้ามาเลประกาศ "การศึกษาของชาติควรใช้ภาษามาเลย์เป็นพื้นฐาน ถ้าพวกคุณไม่ยอมรับเรื่องนี้ พวกคุณก็อย่ามาอยู่ในมาเลเซียเลย!!"
ตั้งกระทู้ใหม่