ดับอื้อ!! หลังเกิดเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า ในปากีสถาน
เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ในนครการาจี เมืองใหญ่ที่สุดของปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 นาย ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกหลายสิบราย
เพลิงไหม้ครั้งนี้ถือเป็นเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่สุด ของเมืองในรอบกว่าสิบปี โดยเกิดขึ้นที่อาคารกุลพลาซา ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น มีร้านค้ากว่า 1,200 ร้าน จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด...
ทางการเมืองได้ออกมากล่าวว่า "โครงสร้างบางส่วนของอาคารได้พังถล่มลงมา ขณะที่ซากปรักหักพังและการระบายอากาศที่ย่ำแย่ ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อปฏิบัติการกู้ภัย..."
นายกเทศมนตรีนครการาจี "เมียร์ มูร์ตาซา วาฮับ" กล่าวว่า "จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเป็นทางการ ภายใต้การกำกับดูแลของข้าหลวงประจำเมือง" และ "ตอนนี้ยังมีผู้สูญหายมากกว่า 60 ราย" และ "ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไป หลังจากการดับเพลิงสิ้นสุดลงแล้ว" และ "ไฟยังปะทุขึ้นอีกในระหว่างกระบวนการลดความร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่เจ้าหน้าที่เผชิญอยู่..." นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า "รัฐบาลแคว้นสินธ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองการาจี ได้ประกาศจ่ายเงินชดเชยจำนวน 10 ล้านรูปี ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตแต่ละราย"
เหตุไฟไหม้กุลพลาซา ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในบรรดาโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่หลายครั้ง ที่เกิดขึ้นในนครการาจี ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ และ มีประชากรเกือบ 25 ล้านคน
เกิดอะไรขึ้นที่กุลพลาซา?
"กุลพลาซา" ตั้งอยู่ในย่าน "ซัดดาร์" อันเก่าแก่ของการาจี บนถนนเอ็มเอจินนาห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางสายหลักของเมือง เป็นศูนย์กลางการค้าชื่อดังที่มีร้านจำหน่ายเครื่องประดับ ของใช้ในครัวเรือน พรม กระเป๋า เครื่องแก้ว และ สินค้าอื่นๆอีกมากมาย
"มุราด อาลี ชาห์" มุขมนตรีแคว้นสินธ์ กล่าวว่า "อาคารดังกล่าวมีผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูงานแต่งงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสูง"
จนถึงขณะนี้ ผ่านไปกว่า 72 ชั่วโมงแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของเพลิงไหม้ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเบื้องต้นในคืนเกิดเหตุว่า "อาจมีสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร" โดยพลตำรวจเอก "จาเวด อาลัม โอโด" ผู้บัญชาการตำรวจแคว้นสินธ์ กล่าวว่า "มีแนวโน้มว่าไฟจะเกิดจากเซอร์กิตเบรกเกอร์" และ "เรายังไม่สามารถสรุปอะไรได้อย่างชัดเจนในเวลานี้..."
"นัมรา คาลิด" นักวิจัยด้านเมืองในนครการาจี กล่าวว่า "จำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดก่อนจะสรุปสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญควรอยู่ที่ว่า อะไรทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็วและรุนแรงถึงเพียงนี้" และ "ไฟอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างและระบบใด ที่เอื้อให้ไฟขยายวงกว้าง และ เหตุใดความล้มเหลวเหล่านี้ จึงยังคงทำให้เกิดไฟไหม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเมืองนี้ในระดับที่น่าตกใจ!!"
เหตุใดการกู้ภัยจึงล่าช้า?
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าวว่า "การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากอาคารมีขนาดใหญ่ และ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูง" และ "โครงสร้างส่วนใหญ่ของอาคารได้พังถล่มลงมา และ ส่วนที่เหลืออาจต้องรื้อถอน เนื่องจากความเสียหายรุนแรง"
"ฮัสซัน อุล ฮาซีบ" โฆษกของหน่วยกู้ภัย 1122 ของแคว้น กล่าวว่า "การเข้าถึงพื้นที่เป็นปัญหาสำคัญตั้งแต่คืนเกิดเหตุ ถนนคับแคบ และ มีประชาชนจำนวนมากมามุงดูเหตุการณ์ ทำให้ถนนถูกปิดกั้น รถบรรทุกน้ำไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างสะดวก อีกทั้งวัสดุภายในอาคาร โดยเฉพาะพลาสติกจำนวนมาก ทำให้ไฟปะทุขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะมีการดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปฏิบัติการยืดเยื้อ โดยผู้ที่อยู่ชั้นล่างสามารถหลบหนีออกมาได้ผ่านทางเข้าออกทั้ง 13 จุดของอาคาร แต่ผู้ที่ติดอยู่ชั้นบนจำนวนมาก ไม่สามารถหาทางออกได้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก!!"
โศกนาฏกรรมที่คุ้นเคย
เหตุเพลิงไหม้กุลพลาซา ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สุดของการาจี นับตั้งแต่เหตุไฟไหม้โรงงานบัลเดียในปี 2012 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 250 ราย โดยเหตุไฟไหม้โรงงาน "อาลี เอ็นเตอร์ไพรส์" ซึ่งเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในย่านบัลเดีย เริ่มขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายน 2012 และ ลุกไหม้นานกว่า 12 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า "โรงงานเต็มไปด้วยวัสดุไวไฟ เช่น เสื้อผ้าและสารเคมี" หลังจากนั้น 8 ปีต่อมา ศาลปากีสถานตัดสินว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้น เป็นการวางเพลิง ไม่ใช่อุบัติเหตุ และ พิพากษาประหารชีวิตชาย 2 คนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่มีอำนาจในเมืองขณะนั้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุไฟไหม้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วการาจี...
นักผังเมืองและวิศวกร กล่าวประเมินว่า "ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของอาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ และ โรงงานอุตสาหกรรมในเมือง ขาดระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม โดยในปี 2023 และ 2024 การาจีเกิดเหตุไฟไหม้มากกว่า 2,500 ครั้ง" และ "ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 8 คนจากเหตุไฟไหม้โกดัง ที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และ ในเดือนมิถุนายน ห้างสรรพสินค้าอีกแห่งถูกไฟไหม้จนร้านค้าหลายร้อยร้านเสียหาย แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตก็ตาม"
"มูฮัมหมัด ทูฮีด" นักผังเมืองและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและห้องปฏิบัติการเมืองการาจี กล่าวว่า "เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลว ในด้านการบริหารจัดการที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ของประเทศเรา" และ "รัฐบาลไม่สามารถอ้างเหตุผลใดๆได้เลย เพราะการดับเพลิงและการกู้ภัย อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง" และ "นี่คือความล้มเหลวด้านธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน!!" นอกจากนี้ "กฎหมายอาคาร ระบบความปลอดภัย การตรวจสอบตามปกติ การมีถังดับเพลิง และ การฝึกซ้อม ล้วนแทบไม่มีอยู่จริง!!"
ความล้มเหลวที่เรื้อรัง
สำหรับเมืองที่มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคน การาจีมีสถานีดับเพลิงเพียง 35 แห่ง [ตามข้อมูลของเทศบาลนครการาจี] โดยมีรถดับเพลิงเพียง 57 คัน พร้อมรถกระเช้าเพียง 6 คัน
"มูฮัมหมัด ทูฮีด" กล่าวว่า "ผมเคยไปกุลพลาซาบ่อยครั้ง และ เห็นว่าอาคารแห่งนี้ ถือว่าออกแบบดีกว่าอาคารอื่นๆหลายแห่งในเมือง มีทางเข้าออกหลายจุด" และ "แม้อาคารนี้จะมีถังดับเพลิง บันไดขนาดเหมาะสม และ ทางออกจำนวนมาก แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หากใช้กุลพลาซาเป็นมาตรฐาน อาคารอื่นๆในการาจีก็เปรียบเสมือนระเบิดเวลา ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ"
"นัมรา คาลิด" กล่าวเห็นด้วย โดยกล่าวว่า "เมืองนี้แบกรับปัญหาการแก้ไขเฉพาะหน้า และ ความล้มเหลวเรื้อรังมาอย่างยาวนาน" และ "การขาดกฎระเบียบ การตรวจสอบ และ การบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ความปลอดภัย กลายเป็นเรื่องทางเลือก และ ไม่มีความรับผิดชอบ อีกทั้งเรายังขาดระบบตอบสนองฉุกเฉิน ที่มีประสิทธิภาพด้วย!!"
"มูฮัมหมัด ทูฮีด" กล่าวเสริมว่า "ทางการจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลน ศักยภาพและการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างเร่งด่วน" และ "เราต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยของเรา ได้รับการฝึกอบรมระดับใด เพราะงานลักษณะนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง"
"นัมรา คาลิด" กล่าวเสริมว่า "ฉันหวังว่าเหตุไฟไหม้กุลพลาซาจะเป็นจุดเปลี่ยน" และ "เรามักอ่านข่าวลักษณะนี้ แล้วไม่นานก็ถูกลืมไป แต่ฉันหวังจริงๆว่าครั้งนี้ผู้คนจะจดจำ และ กดดันให้ฝ่ายบริหารลงมือแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบกุลพลาซา เกิดขึ้นอีกในอนาคต..."
อ้างอิง : https://www.aljazeera.com/news/2026/1/20/gul-plaza-fire-how-a-deadly-inferno-exposed-karachis-safety-failures
มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คน
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชีย
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
ทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"
"ธานินทร์"ตำนานเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
"นักร้องคนแรกของไทยที่เอาเพลงแปลงมาทำเทป"จนได้รับสมญานามว่า ราชาเพลงแปลง
ปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมมากที่สุด ถูกจับมาเพื่อการบริโภคมากที่สุด
มิติใหม่ของชีวิตหอพัก: เมื่อ "เพื่อนบ้าน" เป็นยีราฟตัวสูงใหญ่ใจดี
สาวลืมปิดก๊อกน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ และ เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งละแวกบ้าน ต่างได้รับผลกระทบ
เลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!
การกินข้าวเยอะๆ ทำให้เกิดสิวได้หรือไม่?
โซเชียลแห่แชร์! ย้อนรอย "แม่น้อย" ทักดวง "ทนายแก้ว" กลางรายการ ถามจี้ปมเรื่องความสัมพันธ์
ไขข้อสงสัยเรื่อง “ไข่หมึก” มันคือ อัณฑะปลาหมึกตัวผู้ใช่ไหม?
กัมพูชาถังแตก? " ถึงขั้นขายสัญชาติ-บริจาคเงินสด เข้ารัฐ 93 ล้าน" หลังเงินสำรองร่อยหรอ-วิกฤตเศรษฐกิจส่อเค้าพังพาบ









