"มิสเตอร์บีสต์" ไม่ได้รวยอย่างที่คิด แถมยังเป็นหนี้พ่อแม่ด้วยซ้ำ
ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายราย ซึ่งยืนอยู่บนจุดสูงสุดของธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ได้ออกมากล่าวว่า "แม้พวกเขาจะดูร่ำรวยในเชิงตัวเลข แต่หากมองเข้าไปในบัญชีธนาคารจริงๆแล้ว กลับแทบไม่มีเงินสดเหลืออยู่เลย..." และ "มหาเศรษฐีโซเชียลมีเดีย "จิมมี โดนัลด์สัน" วัย 27 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น...!!"
"จิมมี โดนัลด์สัน" ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ติดตามกว่า 460 ล้านคนบนยูทูปว่า "มิสเตอร์บีสต์" ซึ่งเขาได้ออกมากล่าวอ้างว่า "ผมจนพอๆกับคนทั่วไป แม้ผมจะเป็นผู้บริหารอาณาจักรสื่อบันเทิงมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม" และ "ตอนนี้ผมกำลังกู้เงินอยู่ นั่นแปลผมมีเงินน้อยขนาดไหน!?"
"จิมมี โดนัลด์สัน" กล่าวอีกว่า "ในทางเทคนิคแล้ว ทุกคนที่กำลังดูวิดีโอของผม มีเงินในบัญชีมากกว่าผม หากหักมูลค่าหุ้นของบริษัทออกไป เพราะมูลค่านั้นไม่สามารถเอาไปซื้อ "แมคโดนัลด์" กินตอนเช้าได้" และ "ผมเก็บเงินสดส่วนตัวไว้ไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นมหาเศรษฐีและถือหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งในบริษัทบีสต์ มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม" นอกเหนือจากสัญญากับ "อามาซอน" มูลค่าหลักร้อยล้านดอลลาร์ และ ช่องยูทูป ที่มียอดเข้าชมรวมกว่า 107,000 ล้านครั้ง เขาก็ยังสร้างความมั่งคั่ง [อย่างน้อยในเชิงตัวเลข] จากธุรกิจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น
- ฟีสต์เทเบิลส์: แบรนด์ช็อกโกแลต มูลค่าหลายล้านดอลลาร์
- ลันช์ชี่ย์: ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกล่องคล้ายลันน์เอเบิลส์
- มิสเตอร์บีสต์ เบอร์เกอร์: ร้านอาหารเสมือนจริง ที่ให้บริการเฉพาะรับกลับบ้านและเดลิเวอรี
- มิสเตอร์บีสต์ แอลแอลซี" บริษัทโปรดักชันที่ผลิตวิดีโอไวรัลของเขา
จากสินทรัพย์ทั้งหมด "จิมมี โดนัลด์สัน" ถูกประเมินว่ามีมูลค่าสุทธิอย่างน้อย 2.6 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่า "นั่นไม่ใช่เงินสดก้อนใหญ่ที่พร้อมใช้จ่ายทันที" โดยนิตยสาร "ฟอร์บส์" ประเมินว่า "รายได้ต่อปีของ "จิมมี โดนัลด์สัน" อยู่ที่ประมาณ 85 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนเมษายน 2024 ถึงเมษายน 2025 ซึ่งสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของชาวอเมริกันที่ 62,088 ดอลลาร์ต่อปีอย่างมาก!!" ถึงกระนั้น "จิมมี โดนัลด์สัน" ก็ยืนยันว่า "ผมไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย หรือ บินเครื่องบินส่วนตัวตลอดเวลา ตรงกันข้าม ในทางบัญชีแล้ว เงินของผมกำลังติดลบ" และ "การพูดถึงการเงินส่วนตัวของผมนี่มันตลกมาก เพราะไม่มีใครเชื่อสิ่งที่ผมพูดเลย" และ "ทุกคนจะบอกว่า คุณเป็นมหาเศรษฐี!!" และ "ผมก็บอกพวกเขาว่า นั่นคือมูลค่าสุทธิ ตอนนี้ผมมีเงินติดลบด้วยซ้ำ!!"
"จิมมี โดนัลด์สัน" กล่าวเสริมว่า "ผมตื่นขึ้นมาก็ทำงาน ผมยุ่งกับงานมากจนแทบไม่ได้คิดถึงบัญชีธนาคารส่วนตัวเลย ผมโฟกัสอย่างเต็มที่กับการสร้างวิดีโอที่ดีที่สุด และ ขยายธุรกิจให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เหตุผลที่ "จิมมี โดนัลด์สัน" บอกว่าตนเอง "ติดลบ"
แม้ "จิมมี โดนัลด์สัน" จะมีรายได้ระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ และ บริหารธุรกิจมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ "จิมมี โดนัลด์สัน" ก็ยังคงยืนยันว่า "ผมแทบไม่มีเงินใช้ส่วนตัวเลย เพราะนำรายได้ทั้งหมดกลับไปลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยปีนี้ผมคาดว่าเราจะใช้เงินประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ไปกับการผลิตคอนเทนต์" และ "ที่ตลกร้ายคือ ผมต้องยืมเงินแม่ เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึง" และ "แน่นอนว่า ในทางตัวเลข ธุรกิจที่ผมถือครองมีมูลค่าสูงมากๆ"
มหาเศรษฐีคนอื่นๆ ที่บอกว่าตัวเอง "จน" หรือ "ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป"
ผู้ก่อตั้งมหาเศรษฐีรายอื่น ก็มีมุมมองคล้ายกัน เช่น ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ "เบน ฟรานซิส" ของแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา "จิมชาร์ค" มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ กล่าวว่า "มูลค่าสุทธิ 1.3 พันล้านดอลลาร์ของผมนั้น มีอยู่แค่บนกระดาษ ซึ่งนั่นไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง!!" และ "ผู้คนคิดว่า มีบัญชีธนาคารที่มีเงินเป็นพันล้านในชื่อผม ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย เพราะทั้งหมดนั้นไม่ใช่เงินจริงๆของผม"
"เบน ฟรานซิส" กล่าวอธิบายว่า "มูลค่าทรัพย์สินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที จากผลประกอบการหรือการแข่งขันในตลาด เนื่องจากผมถือหุ้นในบริษัทถึง 70%" และ "มันอาจเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือ หายไปครึ่งหนึ่งก็ได้" และ "นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า ไม่มีใครควรยึดคุณค่าของตัวเองไว้ กับความมั่งคั่งหรือเรื่องการเงิน..."
แม้แต่มหาเศรษฐีที่มีเงินสดจำนวนมาก ก็เลือกใช้ชีวิตอย่างประหยัดโดยสมัครใจ เช่น "ลูซี กัว" ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท "สเกล เอไอ" มูลค่า 29 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือหุ้นมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ เธอไม่ต้องการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย เลือกบินชั้นประหยัด ขับรถฮอนด้าซีวิคคันเก่า ใส่เสื้อผ้าราคาย่อมเยา และ มองหาดีลอาหารราคาประหยัดอยู่เสมอ โดยเธอเชื่อว่าการอวดความร่ำรวยและใช้จ่ายเกินจำเป็น เป็นสัญญาณของความไม่มั่นคงทางจิตใจ และ เธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความสำเร็จของตนเองให้ใครเห็น โดยเธอกล่าวว่า "คนที่คุณเห็นว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย กับเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรือรถหรู ส่วนใหญ่มักอยู่ในระดับแค่ เศรษฐีล้านดอลลาร์เท่านั้น" และ "จงทำตัวเหมือนคนจน แล้วคุณจะรวยต่อไปได้!!"
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
เบื้องหลังไวรัล "ขนมปัง 27 บาท" เมื่ออาหารพื้นฐานกลายเป็นความหรูหราที่คนจีนเอื้อมไม่ถึง
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
สื่อดังอเมริกาจัดให้! "กรุงเทพฯ" เป็นเมืองที่น่าไปที่สุดในโลกปี 2026..คว้าอันดับ 3 จากทั้งหมด 52 แห่ง
สรุปเหตุระทึกฮ่องกงมาราธอน 2026 นักวิ่งเจ็บระนาวเกือบ 60 ราย อาการวิกฤตหลายคน
วีรสตรีผู้ถอดรหัสลับแห่งเบลตช์ลีย์พาร์ก และความลับที่ต้องปกปิดนาน 29 ปี
"สตีเวน ยอน" จากตำนาน "เกลนน์ รี" สู่การเป็นนักแสดงเอเชียผู้จารึกประวัติศาสตร์ออสการ์
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
ผวาขอนไม้ขยับได้! ชาวบ้านกำแพงแสนรุมจับจระเข้ยักษ์หนัก 100 กิโลฯ โผล่คลองชลประทาน
กระสือไทย VS กูยองอินโดนีเซีย ผ่านโลกภาพยนตร์
อาลัย "น้องเนย" ฮีโร่เหตุกราดยิงโคราช เสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ
สายการบินที่ใหญ่ที่สุด และมีมาตรฐานดีที่สุดในประเทศลาว
อิหร่านยัน "ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่าน มีอย่างน้อย 5,000 ราย"
ด่วน! เหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บผ้าซอยเอกชัย 72 เจ้าหน้าที่เร่งสกัดเพลิงชั้นล่าง ไร้คนติดค้าง
"โรเจอร์ อัลเลอร์ส" ผู้กำกับร่วม The Lion King เสียชีวิตแล้ว
"เราไม่ใช่สินค้า!" คลื่นมหาชนเดนมาร์ก-กรีนแลนด์ ลุกฮือส่งสัญญาณเดือดถึง 'ทรัมป์' ลั่นชัด "ไม่อยากเป็นอเมริกัน!"



