หญิงคนหนึ่งเกือบเสียชีวิต จากการรักษาตัวเองด้วยยาปฏิชีวนะ สำหรับไซนัสอักเสบ
ในภูมิภาคเอเชีย ไม่ใช่เรื่องยากที่จะพบเห็นภาพของผู้ป่วยที่มีอาการเพียงแค่ไอ น้ำมูกไหล หรือปวดไซนัส แล้วตัดสินใจไปซื้อยาปฏิชีวนะจากร้านขายยามารับประทานเอง หลายคนเชื่อว่ายาปฏิชีวนะเป็น "ยาที่แรง" เมื่อรับประทานแล้วจะหายเร็ว ประหยัดเวลาในการไปพบแพทย์ แต่พฤติกรรมเช่นนี้กำลังทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากผลข้างเคียงจากยา "ภาวะเป็นพิษจากยา ภาวะแพ้ยารุนแรง หรือ แม้แต่ภาวะช็อก ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!!"
กรณีของหญิงวัย 30 ปี ชื่อย่อ "T.H" เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดย "T.H" กล่าวว่า "ฉันเป็นโรคไซนัสอักเสบมาหลายปี จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับอาการอย่างคัดจมูก ปวดบริเวณใบหน้า และ มีน้ำมูกไหล ครั้งหนึ่งที่อาการกำเริบ แทนที่จะไปพบแพทย์ ฉันกลับไปซื้อยาปฏิชีวนะจากร้านขายยาข้างบ้าน โดยอาศัยประสบการณ์เดิมของตัวเอง" และ "หลังจากรับประทานยาได้ไม่นาน ร่างกายก็เริ่มมีปฏิกิริยารุนแรง ฉันคลื่นไส้อย่างต่อเนื่อง ปวดท้องบิด แสบร้อนในช่องท้อง จากนั้นศีรษะเริ่มหมุน มึนงง เวียนศีรษะ ร่างกายอ่อนแรงอย่างมาก ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง!!" และ "ฉันคิดว่าจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล จึงรีบรวบรวมถุงยาแล้วนั่งรถไปโรงพยาบาลแพทย์แผนตะวันออก แต่ระหว่างทาง เมื่อมาถึงบริเวณสถานีรถไฟเล่ด่วน ฉันก็หมดสติไปโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อีกเลย"
"T.H" กล่าวอีกว่า "เมื่อฉันฟื้นขึ้นมา ฉันจึงทราบว่ามีผู้คนที่ผ่านไปมาช่วยนำส่งฉันเข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียง ตอนนั้นฉันลืมตาแทบไม่ขึ้น รู้สึกง่วงซึม สับสน อ่อนเพลีย และกึ่งหมดสติ ขณะนอนอยู่บนเตียงฉุกเฉิน ฉันจึงตระหนักว่าตนเองเข้าใกล้ขอบเขตความตายแล้ว เพียงเพราะการตัดสินใจเล็กๆที่ดูเหมือนไม่มีอะไร" และ "หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว หมอบอกกับฉันว่า "ไม่ใช่โรคไซนัสอักเสบทุกกรณี จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ส่วนใหญ่ของไซนัสอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัส หรือ ปัจจัยอื่นๆ เช่น ภูมิแพ้ มลภาวะ หรือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ในกรณีเหล่านี้ ยาปฏิชีวนะไม่เพียงแต่ไม่ได้ผล แต่ยังอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ง่วงซึม อาการแพ้ยา หรือ แม้กระทั่งภาวะช็อกจากการแพ้ยา!!"
เรื่องราวของ "T.H" จึงเป็นคำเตือนว่า "ยาปฏิชีวนะ" ไม่ใช่ยาที่ควรรับประทาน "เผื่อไว้ให้หายเร็ว" เมื่อมีอาการไซนัสอักเสบหรืออาการเจ็บป่วยใดๆที่เป็นอยู่นาน ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และ เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม อย่าเสี่ยงกับสุขภาพเพียงเพราะความสะดวกชั่วคราว เพราะบางครั้งราคาที่ต้องจ่ายอาจสูงเกินกว่าที่ใครจะยอมรับได้!!
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก ไม่เพียงทำให้โรคหายช้า แต่ยังอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง ยาปฏิชีวนะมีผลเฉพาะต่อแบคทีเรีย ดังนั้นหากนำมาใช้ในโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น ไข้หวัด หรือไซนัสอักเสบส่วนใหญ่ จะไม่เกิดประโยชน์ในการรักษา และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย เวียนศีรษะ ง่วงซึม อาการแพ้ยา หรือ ภาวะช็อกจากการแพ้ยา ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉิน
การรับประทานยาเอง ใช้ยาผิดขนาด หรือ หยุดยาก่อนกำหนด ยังทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ส่งผลให้การติดเชื้อครั้งต่อไปยากต่อการรักษา และ จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่แรงขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะยังอาจทำให้สมดุลของจุลชีพในลำไส้เสียไป ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน และบดบังอาการของโรค ทำให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องล่าช้า ดังนั้น ยาปฏิชีวนะควรใช้เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้จากแพทย์เท่านั้น ใช้ให้ถูกชนิด ถูกขนาด และ ครบตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียต่อสุขภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้น...
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก






