99% ของคนที่ทำผิดพลาด 3 ข้อนี้ จะลงเอยด้วยการเป็นหนี้
99% ของคนที่ทำผิดพลาด 3 ข้อนี้ จะลงเอยด้วยการเป็นหนี้
แม้เงินในบัญชีจะเหลือไม่มาก แต่ก็ยังสามารถใช้จ่ายได้อย่างไม่ยั้ง ควักจ่ายหรือกดสั่งซื้อโดยแทบไม่ต้องมองราคา ด้วยบัตรเครดิต สิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งนี้กลับเป็นความจริงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ... การใช้บัตรเครดิตโดยตัวมันเองไม่ใช่เรื่องผิด ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ "วิธีการใช้" หากบัตรเครดิตถูกใช้ราวกับเป็น "กระเป๋าเงินที่ไม่มีวันหมด" ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ดึงผู้ใช้เข้าสู่วงจรหนี้สินโดยไม่รู้ตัว ในความเป็นจริง มีพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตอยู่ 3 รูปแบบที่พบได้บ่อย ซึ่งหากเผลอทำเข้าไป ก็ไม่ต่างจากการนำหนี้เข้ามาใส่ตัวเอง ทั้งที่ในตอนแรกหลายคนมักคิดว่า "เราควบคุมได้"
1. เปิดบัตรที่มีวงเงินสูงกว่าเงินเดือน 5-7 เท่า ทั้งที่ยังควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่ายไม่ได้
หลายคนเปิดบัตรเครดิตด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ธนาคารอนุมัติวงเงินหลายหมื่นหรือแม้แต่หลักแสนบาท ซึ่งสูงกว่ารายได้ต่อเดือนหลายเท่า ทำให้ผู้ถือบัตรรู้สึกเหมือนตนเอง "มีฐานะดีขึ้น" ทั้งๆที่ในความเป็นจริง วงเงินสูงไม่ได้หมายถึงความสามารถในการชำระคืนที่สูงขึ้น หากมีรายได้เดือนละเพียง 10,000-15,000 บาท แต่ถือบัตรที่มีวงเงิน 60,000-70,000 บาท นั่นถือเป็นสิ่งยั่วยุอย่างมากให้ใช้จ่ายเกินตัว
เมื่อยังไม่สามารถเลิกนิสัยการซื้อของตามอารมณ์ หรือ ใช้จ่ายโดยไม่ยั้งคิด บัตรเครดิตก็เปรียบเสมือนแรงผลักดันที่อันตราย การช้อปปิ้งออนไลน์ การรับประทานอาหาร การท่องเที่ยว หรือซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยี ล้วนทำได้เพียงแค่รูดบัตร โดยไม่เห็นเงินสดออกจากกระเป๋า จึงยิ่งทำให้ใช้จ่ายมากกว่าที่ตั้งใจไว้ เมื่อถึงรอบสรุปยอดและเห็นยอดหนี้ที่ต้องชำระ หลายคนจึงเพิ่งรู้สึกตกใจ แต่ก็สายเกินไปแล้ว
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ บางคนปลอบใจตัวเองว่า "ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆก็ได้" ทั้งๆที่ยอดเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเกินกว่าความสามารถ ในการบริหารรายจ่าย การเปิดบัตรที่มีวงเงินสูง ทั้งๆที่ยังขาดวินัยทางการเงิน ก็ไม่ต่างจากการรับเงินก้อนใหญ่มาเป็นหนี้ โดยไม่มีแผนชำระคืนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น...
2. ใช้บัตรเครดิตโดยไม่เข้าใจวิธีการชำระเงินและอัตราดอกเบี้ย
ความผิดพลาดอีกประการหนึ่ง คือ การใช้บัตรเครดิตโดยแทบไม่เข้าใจ วิธีคิดดอกเบี้ยและกำหนดเวลาชำระเงิน หลายคนเข้าใจว่าเพียงจ่ายขั้นต่ำในแต่ละเดือนก็เพียงพอ หรือ คิดว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ได้สูงมากนัก แต่ในความเป็นจริง ดอกเบี้ยบัตรเครดิตมักสูงกว่าสินเชื่อทั่วไป และ ยังถูกคำนวณจากยอดหนี้ทั้งหมด แม้ว่าจะมีการชำระเงินไปแล้วบางส่วนก็ตาม
การไม่ศึกษารายละเอียดให้ดี ยังทำให้เกิดความประมาท ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยมองเพียงยอดชำระขั้นต่ำ โดยไม่ตระหนักว่าการจ่ายขั้นต่ำ หมายถึง "การยอมรับภาระดอกเบี้ยสูงในระยะยาว" โดยบัตรเครดิตในกรณีนี้ จึงไม่ใช่เครื่องมือชำระเงินที่สะดวกอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภคที่มีต้นทุนสูงอย่างแท้จริง
3. บัตรใบเก่ายังชำระไม่หมด ก็เปิดบัตรใบใหม่เพิ่ม
เมื่อยอดหนี้เริ่มสะสม แทนที่จะหยุดใช้จ่ายและจัดการหนี้อย่างจริงจัง บางคนกลับเลือกเปิดบัตรใหม่ เหตุผลที่มักได้ยินคือ "หมุนเงิน", "ใช้บัตรใหม่ไปจ่ายบัตรเก่า" หรือเพียงแค่ "ต้องการวงเงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายต่อ" นี่ถือเป็นก้าวที่อันตรายที่สุดในเส้นทางของการก่อหนี้!!
การถือบัตรเครดิตหลายใบพร้อมกัน ทำให้การควบคุมการเงินยากขึ้นอย่างมาก แต่ละบัตรมีวันสรุปยอด วันครบกำหนดชำระ และ อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ซึ่งเสี่ยงต่อการสับสน ลืมกำหนด หรือชำระไม่ครบ นอกจากนี้ การมีบัตรหลายใบในมือยังสร้างภาพลวงตาว่ายังมี "ความสามารถทางการเงินเหลืออยู่" ทั้งๆที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงการกู้จากที่หนึ่ง ไปโปะอีกที่หนึ่งเท่านั้น!! ซึ่งวงจรเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้พึ่งพาบัตรเครดิตมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ภาระหนี้กลับมากขึ้น สุดท้ายจึงนำไปสู่ความตึงเครียดทางการเงินอย่างหนัก ในจุดนี้ บัตรเครดิตไม่ได้เป็นเครื่องมือ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ชีวิตต้องหมุนรอบการชำระหนี้บัตรเครดิตแทน...
อ้างอิง : https://cafef.vn/99-nguoi-mac-3-sai-lam-nay-deu-no-chong-chat-188260115201157567.chn
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
"อั๊ต อัษฎา" ในวัย 50+ เมื่อกาลเวลาทำร้ายอะไรไม่ได้
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
โรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน





