มะนาวป่าทำให้ชาวเขาในเวียดนามหลุดพ้นความยากจน
"มะนาวป่า" เป็นพืชพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของจังหวัดเมาส์เซิน มีความสามารถทนต่ออากาศหนาวและน้ำค้างแข็งได้ดี เจริญเติบโตตามธรรมชาติบนไหล่เขา และ บริเวณต้นน้ำของลำธาร ในเขตภูเขาเมาส์เซิน ในปี 2019 มะนาวป่าได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้า จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กลายเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ที่โดดเด่นของพื้นที่ภูเขาสูงแห่งนี้!!
จุดเปลี่ยนสำคัญของมะนาวป่าเมาส์เซิน เกิดขึ้นเมื่อเกษตรกรในท้องถิ่น ได้รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ "ฟาร์มเกษตรนิเวศเมาส์เซิน" จากเดิมที่มีการเก็บเกี่ยวและปลูกแบบกระจัดกระจาย ต่างคนต่างทำ สหกรณ์ได้รวบรวมและคัดเลือกองค์ความรู้และประสบการณ์อันมีค่า เกี่ยวกับการตอน กิ่ง การเสียบยอด การดูแลรักษา และ การตัดแต่งกิ่งจากสมาชิกแต่ละราย เทคนิคเหล่านี้ถูกถ่ายทอดอย่างรวดเร็วไปยังครัวเรือนที่เข้าร่วมปลูกมะนาวป่า ส่งผลให้การผลิตมีความเป็นมาตรฐานและสอดคล้องกันมากขึ้น
ที่สำคัญ สมาชิกสหกรณ์ได้ตกลงร่วมกันดำเนินการเพาะปลูกตามมาตรฐาน VietGAP [มาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดีในเวียดนาม] ซึ่งไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพผลมะนาวป่าเท่านั้น หากยังเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการแปรรูปเชิงลึก และ การขยายตลาดในอนาคต
ในปี 2021 หลังจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา สหกรณ์ประสบความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์แปรรูปออกสู่ตลาด เช่น มะนาวป่าเชื่อมน้ำผึ้ง และ มะนาวป่าดองอบแห้งแบบนุ่ม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา และ เพิ่มมูลค่าให้กับมะนาวป่าได้หลายเท่า
ปัจจุบัน มะนาวป่าเชื่อมน้ำผึ้งเมาส์เซิน ขนาด 200 กรัม มีราคาจำหน่ายประมาณ 150,000 ดองเวียดนาม ซึ่งสูงกว่าการจำหน่ายมะนาวสดหลายเท่า และ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำหรับการแปรรูป สหกรณ์ได้เชื่อมโยงความร่วมมือกับครัวเรือน 30 รายในพื้นที่เมาส์เซิน เพื่อปลูกมะนาวป่าเพิ่มอีก 20 เฮกตาร์ ส่งผลให้พื้นที่แหล่งวัตถุดิบรวมเพิ่มเป็น 50 เฮกตาร์ นอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนผู้ปลูกแล้ว สหกรณ์ยังสร้างงานประจำให้กับแรงงานท้องถิ่น 10 คน มีรายได้เฉลี่ย 6-8 ล้านดองต่อเดือน มีกำไรสุทธิประจำปีประมาณ 200-250 ล้านดอง ที่น่าสนใจคือ มะนาวป่าได้ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์ไม่มีครัวเรือนยากจนหลงเหลืออยู่
การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมมะนาวป่าอันทรงคุณค่า ณ เมาส์เซิน
ควบคู่ไปกับความพยายามของประชาชนและสหกรณ์ งานด้านการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งพันธุกรรมมะนาวป่าเมาส์เซิน ยังได้รับความสนใจจากนักวิชาการ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นถิ่นที่มีคุณค่าและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน สถาบันวิจัยผักและผลไม้ได้ดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง "การศึกษาการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งพันธุกรรมมะนาวป่า"
ก่อนที่จะมีการวิจัยอย่างเป็นระบบ การผลิตมะนาวป่ายังคงมีลักษณะกระจัดกระจาย ต้นไม้มีอายุมาก พันธุ์เสื่อมคุณภาพ ผลผลิตและคุณภาพลดลง ขาดแหล่งพันธุ์มาตรฐานและปลอดโรค จากสภาพปัญหาดังกล่าว คณะนักวิจัยได้ทำการสำรวจ ประเมินลักษณะทางเกษตรชีววิทยา และ คัดเลือกต้นมะนาวป่าดีเด่นจำนวน 15 ต้น เพื่อใช้เป็นแหล่งพันธุ์ ณ หมู่บ้านโบ่ปั๋ม ตำบลเมาส์เซิน
โครงการได้พัฒนากระบวนการขยายพันธุ์ ด้วยวิธีเสียบยอดมะนาวป่าบนตอต้นส้มโอป่า โดยมีอัตราการแตกยอดมากกว่า 95% และ อัตราการจำหน่ายออกจากแปลงเพาะเกือบ 70% พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดทำแปลงปลูกใหม่และแปลงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ย 25.4 กิโลกรัมต่อต้น เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิม ให้กำไรสุทธิมากกว่า 228 ล้านดองต่อเฮกตาร์
ผ่านการจัดอบรมถ่ายทอดเทคนิค ประชาชนในพื้นที่ได้รับคำแนะนำโดยตรง ตั้งแต่การขยายพันธุ์ การปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการตัดแต่งกิ่งและการใส่ปุ๋ย ผลลัพธ์เหล่านี้กำลังเปิดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับมะนาวป่า ตั้งแต่การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชนเผ่า บนยอดเขาเมาส์เซินอย่างแท้จริง
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก






