หญิงไทยงง ต้มไข่แล้วไข่ขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพู
ภาพถ่ายไข่ต้มที่มีไข่ขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูอย่างผิดปกติ ได้ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ของประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก่อให้เกิดคำถามมากมาย เกี่ยวกับสาเหตุและความปลอดภัยของอาหาร
เรื่องราวเริ่มต้นจากหญิงชาวไทยรายหนึ่ง ที่ได้โพสต์ภาพไข่ต้มซึ่งเธอเป็นผู้ต้มเอง ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า "พวกเราคือผู้บริโภค" โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นไข่ที่ถูกผ่าครึ่ง โดยไข่ขาวมีสีชมพูสดอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากสีขาวนวลตามปกติอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า "ฉันต้มไข่ด้วยวิธีปกติที่ทำเป็นประจำ และ ไม่ได้ใส่ส่วนผสมแปลกปลอมใดๆ ซึ่งเมื่อฉันพบว่ามันแปล ฉันจึงนำมาโพสต์สอบถามความคิดเห็น จากสมาชิกในกลุ่ม ว่าเคยพบเหตุการณ์ลักษณะนี้หรือไม่?"
ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยรู้สึกสงสัย และ แสดงความเห็นเชิงขบขัน โดยเปรียบเทียบไข่ที่มีสีแปลกนี้กับไข่ของนกฟลามิงโก อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความคิดเห็นเชิงหยอกล้อแล้ว ยังมีความเห็นที่ให้คำเตือนและการวิเคราะห์อย่างจริงจังด้วย โดยผู้ใช้งานรายหนึ่งให้ความเห็นว่า "สีชมพูของไข่ขาวไม่น่าจะเกิดจากเลือดตามธรรมชาติในไข่ เนื่องจากโดยทั่วไปเลือดในไข่ มักปรากฏเป็นเพียงจุดเล็กๆ หรือเส้นบางๆเท่านั้น แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียในกลุ่ม "ซูโดโมแนส" ซึ่งแบคทีเรียบางสายพันธุ์ดังกล่าว สามารถสร้างรงควัตถุระหว่างการเจริญเติบโต ทำให้อาหารรวมถึงไข่เกิดการเปลี่ยนสีผิดปกติ เช่น สีเขียว สีแดง หรือ สีชมพู"
ผู้แสดงความคิดเห็นยังระบุเพิ่มเติมว่า "การตรวจสอบว่าไข่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียหรือไม่นั้น โดยทั่วไปจำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจสอบเฉพาะทาง เช่น การส่องดูภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต เนื่องจากไข่ที่ปนเปื้อน อาจเรืองแสงภายใต้สภาพแสงดังกล่าว"
ที่น่ากังวลคือ แบคทีเรีย "ซูโดโมแนส" เป็นแบคทีเรียที่อันตราย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้หลากหลายชนิด และ มักพบในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น รวมถึงโรงพยาบาล ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แบคทีเรียชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านน้ำ พื้นผิวที่ปนเปื้อน หรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ไม่ได้รับการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม... แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ยังมีความเสี่ยง หากสัมผัสกับแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน สระว่ายน้ำหรืออ่างอาบน้ำที่ไม่สะอาด หรือ การใช้คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน การติดเชื้อจาก "ซูโดโมแนส" อาจส่งผลต่อกระแสเลือด ปอด ทางเดินปัสสาวะ บาดแผล หรือหู โดยมีอาการตั้งแต่มีไข้ หนาวสั่น ไปจนถึงหายใจลำบาก และ ปวดเมื่อยตามร่างกาย...
ด้วยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผู้แสดงความคิดเห็นจึงแนะนำให้ทิ้งไข่ที่มีสีผิดปกติทันที และ ล้างมือให้สะอาดหากได้สัมผัสกับไข่ดิบ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่า "หากยังไม่ได้รับประทานไข่ดังกล่าว หรือ ไข่ไม่ได้สัมผัสกับปากหรือบาดแผลเปิดโดยตรง ความเสี่ยงต่อสุขภาพถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก"
อ้างอิง : https://www.saostar.vn/vong-quanh-the-gioi/nguoi-phu-nu-mua-trung-ga-ve-luoc-thi-thay-long-trang-co-mau-hong-202601081540519209.html
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
3 ส่วนของปลา ที่คนมักมองข้ามและมักถูกทิ้ง ทั้งๆที่โคตรจะมีประโยชน์
เด็กชายวัย 12 จากเท็กซัส สร้างประวัติศาสตร์ ความสำเร็จในการสร้าง "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน" ด้วยตนเอง
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
เปิดคัมภีร์เลขเด็ด อ.ไอติม เรือนนาคา: แนวทางรับทรัพย์หวยวันจันทร์ 16/2/69
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก




