วิกฤตเงียบ?เมื่อคนไทยกำลังกลายคนแปลกหน้าในบ้านเกิดจับตาคลื่นทุนนอกดันที่ดินพุ่งจนคนท้องถิ่นเอื่อมไม่ถึง
วิกฤตเงียบ? เมื่อคนไทยกำลังกลายเป็น "คนแปลกหน้า" ในบ้านเกิด จับตาคลื่น "ทุนนอก" ดันที่ดินพุ่ง จนคนท้องถิ่นเอื้อมไม่ถึง!
เคยสังเกตไหมครับว่า ช่วงนี้เดินไปไหนมาไหนในย่านทำเลทองของไทย ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ หรือแม้แต่บางโซนในกรุงเทพฯ บรรยากาศมันเริ่มเปลี่ยนไป?
ไม่ใช่แค่จำนวนนักท่องเที่ยวที่หนาตาขึ้น แต่คือ "ผู้อยู่อาศัยหน้าใหม่" ที่ดูเหมือนจะย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักถาวร พร้อมกับกระแสข่าวที่หนาหูเรื่องการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ จนเกิดคำถามใหญ่ในใจคนไทยหลายคนว่า... "ตกลงนี่เรายังเป็นเจ้าของบ้านอยู่หรือเปล่า?"
วันนี้ผมขอชวนทุกคนมาเปิดอกคุยเรื่อง
"ปรากฏการณ์ย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่" ของชาวต่างชาติ (โดยเฉพาะโซนยุโรปและรัสเซีย) ที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าและที่ซุกหัวนอนของคนไทยอย่างเราๆ ครับ
🌍 1. ทำไมไทยถึงกลายเป็น "The Last Shelter" (หลุมหลบภัยสุดท้าย)?
เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งครับว่า โลกข้างนอกกำลังวุ่นวาย
ภัยสงครามและความขัดแย้ง สถานการณ์ในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ปลอดภัย
วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ในยุโรป ฤดูหนาวที่โหดร้ายมาพร้อมกับบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่ ค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนเงินเก็บละลายหายไป
ไทยคือสวรรค์ ในมุมมองของเขา เมืองไทยคือสวรรค์ ค่าครองชีพ (สำหรับเขา) ยังถือว่าถูก อาหารอร่อย อากาศดี และระบบสาธารณสุขยอดเยี่ยม
ผลลัพธ์คือ การตัดสินใจ "ย้าย" ไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่มาซื้อบ้าน มาเช่าคอนโดระยะยาว มาใช้ชีวิตบั้นปลาย หรือแม้แต่ย้ายฐานการทำงานมาที่นี่
🏠 2. ข่าวดีของนายทุน แต่เป็นฝันร้ายของ "คนหาบ้าน"?
แน่นอนว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาช่วยกระตุ้น GDP แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ และด้านที่มืดมิดกำลังตกอยู่ที่คนไทยระดับกลางถึงล่างเมื่อดีมานด์ (ความต้องการซื้อ) มาพร้อมกับ "เงินสด" สกุลเงินต่างประเทศที่แข็งค่า
ราคาที่ดินพุ่ง เจ้าของที่ดินย่อมอยากขายให้คนที่ให้ราคาสูงที่สุด ซึ่งบ่อยครั้งไม่ใช่คนไทย
ค่าเช่าดีดตัว คอนโดหรือบ้านเช่าในหัวเมืองท่องเที่ยว ปรับราคาขึ้นไปรองรับตลาดต่างชาติ จนคนทำงานในพื้นที่สู้ราคาไม่ไหว
Gentrification (การแทนที่ของคนรวย): ย่านชุมชนเดิมที่เคยมีร้านข้าวแกงราคา 40-50 บาท ค่อยๆ หายไป กลายเป็นคาเฟ่หรู ร้านอาหารตะวันตก หรือซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้านำเข้าที่ราคาเกินเอื้อม
⚠️ 3. ความรู้สึกของการเป็น "พลเมืองชั้น 2"
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือ "ความรู้สึกทางสังคม"
มีหลายเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่า พวกเขาเริ่มรู้สึกตัวเล็กลง การบริการในบางสถานที่เปลี่ยนไปเมื่อลูกค้าหลักไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป กฎเกณฑ์บางอย่างในหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดเริ่มเอื้ออำนวยให้วัฒนธรรมของผู้อยู่อาศัยใหม่มากกว่า
คำถามที่เจ็บปวดคือ "ถ้าวันหนึ่งคนไทยทำงานเก็บเงินทั้งชีวิต แต่ยังซื้อบ้านในจังหวัดบ้านเกิดตัวเองไม่ได้ เพราะราคาไปไกลระดับโลกแล้ว... เราจะทำอย่างไร?"
💡 บทสรุป วิกฤตที่ต้องรีบหาทางออก
เราไม่ได้ต่อต้านชาวต่างชาติ การเปิดประเทศต้อนรับคือวิถีของไทยที่น่ารักเสมอมา แต่ภาครัฐและการวางผังเมืองต้อง "ทันเกม"
ต้องมีการควบคุมโซนนิ่งที่ชัดเจนหรือไม่?
ต้องมีกฎหมายป้องปรามการใช้นอมินีถือครองที่ดินที่เข้มงวดกว่านี้ไหม?
และสำคัญที่สุด รัฐมีมาตรการอะไรที่จะปกป้อง "สิทธิ์ในการมีที่อยู่อาศัย" ของคนไทยตัวเล็กๆ บ้าง?
อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นแค่ข่าวผ่านตา เพราะเมื่อถึงวันที่ที่ดินข้างบ้านคุณถูกล้อมรั้วด้วยทุนนอก วันนั้นอาจจะสายเกินแก้...
เพื่อนๆ ล่ะครับ?
แถวบ้านใครเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบนี้บ้าง? หรือใครได้รับผลกระทบจากค่าที่ค่าเช่าแพงขึ้น?
มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ ผมอยากรู้ว่า "ของจริง" ในแต่ละพื้นที่เป็นยังไงบ้าง?
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน





