หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความจริงเบื้องหลัง 29 ปีของ "ทหารญี่ปุ่นคนสุดท้าย" ในป่าดงดิบ หลังจบ WW2 ไปเกือบ 3 ทศวรรษ

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์



     เกือบ 3 ทศวรรษหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชายคนหนึ่งก็ได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาคือ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "ทหารญี่ปุ่นคนสุดท้าย" ที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าดงดิบ ของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลานานถึง 29 ปี หลังสงครามยุติไปนานลงแล้ว...


     "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกของหน่วยข่าวกรองพิเศษ ที่เรียกว่า "เบ็ปปัน" ซึ่งมีภารกิจด้านสงครามนอกแบบแผน แม้ญี่ปุ่นจะประกาศยอมแพ้แล้ว เขายังคงปฏิบัติภารกิจต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด ความโดดเดี่ยวอันยาวนาน การฝึกฝนที่หล่อหลอมความคิดของเขา

      ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1972 อดีตทหารญี่ปุ่นคนหนึ่ง ถูกพบระหว่างการปะทะกับตำรวจฟิลิปปินส์ บนเกาะลูบัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในขณะที่ชายอีกคนหลบหนีไปได้ ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็น "ฮิโระโอะ โอโนดะ" โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้เร่งจัดตั้งภารกิจค้นหา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สมาชิกในครอบครัวของ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" และ กองทัพฟิลิปปินส์เข้าร่วม มีการจัดตั้งคณะทำงานขนาดใหญ่เพื่อค้นหาตัวเขา

     ล่ามคนหนึ่งที่ร่วมปฏิบัติการค้นหาได้ กล่าวว่า "ทีมงานในขณะนั้นเชื่อว่า "ฮิโระโอะ โอโนดะ" อาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปแล้ว" และ "คาดว่าภารกิจจะจบลงโดยเร็ว" โดยทีมค้นหาได้เข้าไปในป่าทึบ เรียกชื่อเขาจากเรือนอกชายฝั่ง และ โปรยใบปลิวจากอากาศ เพื่อขอให้เขายอมออกมามอบตัว แต่ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ก็ยังไม่ปรากฏตัว

สาเหตุสำคัญอยู่ที่ลักษณะของภารกิจที่เขาได้รับ
     "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ได้รับการฝึกที่โรงเรียน "นาคาโนะ" ซึ่งเป็นสถาบันทหารลับในกรุงโตเกียว ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงคราม เพื่อฝึกเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง โดยนักเรียนที่จบจากที่นี่ จะได้รับการฝึกด้านสงครามกองโจร การก่อวินาศกรรม และ การเอาชีวิตรอด และถูกปลูกฝังเหนือสิ่งอื่นใด ให้มีชีวิตอยู่และห้ามยอมแพ้ ซึ่งจะต่างจากทหารทั่วไปที่ถูกฝึกให้สู้จนตาย พวกเขาถูกสั่งให้ปฏิบัติภารกิจต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งยกเลิก จากผู้บังคับบัญชาโดยตรง!!

     เพื่อนร่วมรุ่นของ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ในเวลาต่อมากล่าวว่า ""ฮิโระโอะ โอโนดะ" เป็นผู้ที่เอาจริงเอาจัง กับการฝึกฝนอย่างยิ่ง เขาใช้เวลาศึกษาและเตรียมตัวสำหรับภารกิจลับเป็นเวลานาน เขาถูกสอนว่าการมีชีวิตรอด คือหน้าที่อย่างหนึ่ง" และ "คำสั่งจะถูกยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อได้รับจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น!!"


     เมื่อ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ถูกส่งไปยังเกาะลูบังในปี ค.ศ. 1944 เขาได้รับคำสั่งอย่างชัดเจนว่า "ห้ามยอมแพ้ และ ห้ามฆ่าตัวตายโดยเด็ดขาด!!"

     หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ มีทั้งใบปลิวและประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการสิ้นสุดของสงคราม ถูกส่งมายังเกาะ แต่ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายศัตรู [จากคำให้การในเวลาต่อมา] "ฮิโระโอะ โอโนดะ" สงสัยว่าความพยายามใดๆที่จะล่อลวงเขาออกมา ล้วนเป็นกับดักเพื่อสังหารเขา แม้ในยามที่พ่อสูงอายุและญาติพี่น้องของ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ออกมาเรียกชื่อเขาระหว่างปฏิบัติการค้นหา เขาก็ยังคงหลบซ่อนตัว โดยเชื่อว่าการยอมแพ้หมายถึง "การถูกประหารชีวิต!!"

     การค้นหาเกิดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้งตลอดหลายปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการค้นหามากกว่า 100 คน และ ใช้งบประมาณราว 90 ล้านเยน แต่ล้วนไม่ประสบผลสำเร็จ จุดเปลี่ยนที่แท้จริงไม่ได้มาจากการดำเนินการของรัฐบาล หากแต่มาจากนักเดินทางชาวญี่ปุ่นหนุ่มคนหนึ่งชื่อ "โนริโอะ ซูซูกิ" ซึ่งตัดสินใจออกตามหา "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ด้วยตนเอง ในปี ค.ศ. 1974 ซึ่งเขาเดินทางเข้าไปในป่าเพียงลำพัง และ ในที่สุดก็ได้พบกับ "ฮิโระโอะ โอโนดะ"


     ในตอนแรก "ฮิโระโอะ โอโนดะ" เล็งปืนไรเฟิลไปที่ "โนริโอะ ซูซูกิ" พร้อมจะยิงทันที แต่ "โนริโอะ ซูซูกิ" พูดอย่างสงบว่า "ผมเป็นคนญี่ปุ่น" และบอกว่า "สงครามได้สิ้นสุดลงมานานแล้ว!!" ซึ่งเมื่อ เขา รับรู้ เขาก็ตอบว่า "ผมจะยอมมอบตัวก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ จากผู้บังคับบัญชาเดิมของตนเท่านั้น!!"

     หลังจากนั้น "โนริโอะ ซูซูกิ" จึงเดินทางกลับญี่ปุ่น ค้นหาผู้บังคับบัญชาคนนั้น และ พาเขากลับมายังเกาะลูบัง

     เมื่อผู้บังคับบัญชาอ่านคำสั่งอย่างเป็นทางการ เพื่อปลด "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ออกจากภารกิจ เขาจึงยอมรับและออกจากป่าในที่สุด โดย "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ปรากฏตัวในเครื่องแบบที่ซ่อมแซมด้วยตนเอง ปืนไรเฟิลของเขายังคงใช้งานได้ดี เกือบ 30 ปีหลังสงครามสิ้นสุด ขณะนั้นเขามีอายุ 51 ปี

     ภายหลังการกลับคืนสู่สังคม ความจริงอีกด้านหนึ่งก็ถูกเปิดเผย ระหว่างหลายสิบปีที่หลบซ่อนอยู่ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" และ กลุ่มผู้หลบซ่อนคนอื่นๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เสียชีวิตประมาณ 30 คน และ บาดเจ็บมากกว่า 100 คน ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นกังวลถึงกระแสต่อต้านในฟิลิปปินส์ และ พิจารณาเรื่องการชดเชย...

     อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นญี่ปุ่นได้จ่ายเงินชดใช้หลังสงครามให้แก่ฟิลิปปินส์ไปแล้วถึง 550 ล้านดอลลาร์ การรื้อฟื้นการเจรจาเรื่องค่าชดเชยใหม่ อาจก่อให้เกิดปัญหาทางการทูต รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเสนอเงินจำนวน 300 ล้านเยน ในรูปแบบของความช่วยเหลือภาคเอกชน โดยประธานาธิบดี "เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส" ผู้นำของฟิลิปปินส์ ปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าวในฐานะค่าชดเชย โดยกล่าวว่า "ผมเคารพในความสำนึกในหน้าที่ของ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ในฐานะทหาร" และ "ผมไม่ต้องการให้เรื่องนี้ถูกลดทอน เหลือเพียงประเด็นทางการเงิน" โดยเงินดังกล่าวจึงถูกนำไปใช้ในโครงการ ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม เช่น การสอนภาษาญี่ปุ่นและโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ


     หลัง "ฮิโระโอะ โอโนดะ" กลับสู่ญี่ปุ่น เขาก็ประสบความยากลำบาก ในการปรับตัวเข้ากับสังคมหลังสงคราม ประเทศที่เขากลับมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง... ซึ่งในปีถัดมา "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ได้ย้ายไปบราซิลซึ่งพี่ชายอาศัยอยู่ และ เริ่มทำอาชีพเลี้ยงวัว ต่อมาในบั้นปลายชีวิต เขาเดินทางกลับญี่ปุ่นเป็นระยะ และ อุทิศตนให้กับการศึกษาของเยาวชน ถ่ายทอดทักษะการเอาชีวิตรอด และ ถ่ายทอดคุณค่าของความอดทน ผ่านการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ

     "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ. 2014 ในวัย 91 ปี ซึ่งชีวิตของเขายังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ทั้งน่าทึ่ง และ เป็นที่ถกเถียงมากที่สุด ในยุคหลังสงครามของญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนทั้งความจงรักภักดีอย่างแน่วแน่ และ โศกนาฏกรรมของสงครามที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ถึงแม้สงครามจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม...



โดยตอนนี้กำลังมีหนังที่สร้างจากชีวิตทั้งหมดของ "ฮิโระโอะ โอโนดะ" ที่กำลังจะเข้าฉายในปี 2026 นี้!!


คลิปจริง


อ้างอิง : https://newsonjapan.com/article/148017.php?_x_tr_sl=auto&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr_pto=wapp

เนื้อหาโดย: MaskPool
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: MaskPool
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวรประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมายประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุดชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุดจังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุดจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทยส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 695 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลกThailand ติดอันดับ 5 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025! โหวตโดยผู้อ่านทั่วโลก — Cambodia ไม่ติดโผ!จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เจ็บแสบจี๊ด!! สื่อดัง ตปท. พาดหัว"เหตุใดไทยที่กำลังดิ้นรน ยังคงลงคะแนนเสียงให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง"7 กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ กลัวและให้ความสำคัญต้องเฝ้าระวังมากที่สุด“สส.สุรินทร์” ขอโอกาสกลับสภาฯ อีกครั้ง เดินหน้าปลดล็อคนกกรงหัวจุกให้ถึงปลายทาง“พลเอกรังษี” พรรคเศรษฐกิจ ปิดเวทีเดือดหาดใหญ่ เตือนวิกฤตเศรษฐกิจรอบ 100 ปี ส่ง “พัฒนวุธ” ชิงเขต 2 โค้งสุดท้าย
ตั้งกระทู้ใหม่