ทำไมวันปีใหม่ ถึงตรงกับวันที่ 1 มกราคม?
ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ประวัติศาสตร์ของวันขึ้นปีใหม่ในอดีตนั้น แตกต่างจากสิ่งที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันอย่างมาก
โดยศาสตราจารย์ "ฮันนาห์ ฟราย" ด้านคณิตศาสตร์ [ศาสตราจารย์หญิงคนแรก ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป้นผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์คณิตศาสตร์ กับชีวิตประจำวัน] ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า "ในอดีตกาล วันขึ้นปีใหม่แท้จริงแล้ว เริ่มต้นในวันที่ 1 มีนาคม ตามปฏิทินสุริยคติ" และ "การเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นเดือนมกราคม มีต้นกำเนิดจากชาวโรมัน เดิมทีปฏิทินโรมันกำหนดให้ 1 ปีเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคม และ มีเพียง 10 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ชื่อเดือนช่วงปลายปี ในภาษาอังกฤษ มีรากศัพท์ที่ไม่ตรงกับลำดับเดือนในปัจจุบัน"
ตัวอย่างเช่น September (กันยายน) มีรากศัพท์ "Sept" ซึ่งหมายถึงเลข 7, October (ตุลาคม) มาจาก "Oct" หมายถึงเลข 8, November (พฤศจิกายน) มาจาก "Nov" หมายถึงเลข 9 และ December (ธันวาคม) มาจาก "dec" ซึ่งหมายถึงเลข 10
ในช่วงเวลานั้น ชาวโรมันแทบจะไม่นับรวมเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เข้าในปฏิทิน โดยถือว่าช่วงฤดูหนาวราว 60 วันเป็นช่วงเวลานอกระบบ เนื่องจากเป็นระยะที่พืชไม่สามารถเจริญเติบโต ไม่มีการเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยว จึงไม่มีความจำเป็นต้องตั้งชื่อหรือคำนวณวันเวลา
จนกระทั่งประมาณปี 713 ก่อนคริสตกาล ชาวโรมันจึงเริ่มนำวันเหล่านี้เข้ามาในปฏิทิน และ กำหนดให้เกิดเดือน January (มกราคม) และ February (กุมภาพันธ์) อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเพิ่ม 2 เดือนนี้แล้ว วันขึ้นปีใหม่ก็ยังคงนับเป็นวันที่ 1 มีนาคมเช่นเดิม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในสเปนเมื่อปี 153 ก่อนคริสตกาล
"ฮันนาห์ ฟราย" กล่าวอธิบายว่า "ในขณะนั้นเกิดการก่อกบฏในสเปน จักรวรรดิโรมันจำเป็นต้องแต่งตั้งกงสุลคนใหม่ 2 ตำแหน่ง เพื่อบัญชาการกองทัพ แต่ตามกฎหมาย การแต่งตั้งดังกล่าวสามารถทำได้เฉพาะในช่วงต้นปีใหม่เท่านั้น!!"
เดิมที... โรมันต้องรอจนถึงวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ แต่เนื่องจากสถานการณ์ทางทหารมีความเร่งด่วน จึงไม่อาจรอเวลาได้ ชาวโรมันจึงเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างกล้าหาญ นั่นก็คือ... แทนที่จะเปลี่ยนกฎหมาย พวกเขากลับตัดสินใจเปลี่ยนวันเริ่มต้นของปีใหม่มาเป็นเดือนมกราคมแทน...
หลายคนเชื่อว่าเดือนกรกฎาคม (July) และ เดือนสิงหาคม (August) ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นเกียรติแก่ "จูเลียส ซีซาร์" และ จักรพรรดิ "ออกุสตุส" แต่ในความเป็นจริง เดือนทั้งสองมีอยู่แล้วในปฏิทินเดิม โดยใช้ชื่อว่า Quintilis (เดือนที่ 5) และ Sextilis (เดือนที่ 6) ก่อนจะถูกเปลี่ยนชื่อในภายหลัง เพื่อยกย่องจักรพรรดิทั้ง 2 พระองค์
สำหรับคำถามที่ว่า "ผู้คนในอดีตใช้ชีวิตอย่างไร ในช่วงเวลาว่างระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม" ซึ่งนักวิชาการได้กล่าวอธิบายว่า "ชีวิตในยุคนั้นผูกพันกับเกษตรกรรมเป็นหลัก ในฤดูหนาว กิจกรรมทางเศรษฐกิจแทบทั้งหมด จะหยุดชะงัก..." และ "ผู้คนมักอยู่ภายในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็น และ ใช้เสบียงที่กักตุนไว้" ดังนั้น "การนับวันหรือบันทึกปฏิทินในช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องกล่าวถึงช่วงเวลานี้ พวกเขาก็จะเรียกเพียงว่า "วันก่อนวันที่ 1 มีนาคม" เท่านั้น..."
อ้างอิง : https://cafef.vn/vi-sao-ngay-dau-nam-moi-lai-la-1-1-188260101101219947.chn
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
"โยชิทะดะ มินามิ"ผู้คิดค้นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเครื่องแรกของโลกในนาม"โตชิบา" จากความรักสู่ความใส่ใจภรรยา
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
10 เรื่องที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่างกาย
"ด่วน! ฮุน เซน รับตำแหน่งรักษาการประมุขแห่งรัฐแทนกษัตริย์กัมพูชาชั่วคราว" หลังกษัตริย์กัมพูชามีปัญหาพระพลานามัย
เพิ่งจะรู้ ! แบตเตอรี่เก่า เอาไปทำอะไรได้บ้าง
7 กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ กลัวและให้ความสำคัญต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
“สส.สุรินทร์” ขอโอกาสกลับสภาฯ อีกครั้ง เดินหน้าปลดล็อคนกกรงหัวจุกให้ถึงปลายทาง
“พลเอกรังษี” พรรคเศรษฐกิจ ปิดเวทีเดือดหาดใหญ่ เตือนวิกฤตเศรษฐกิจรอบ 100 ปี ส่ง “พัฒนวุธ” ชิงเขต 2 โค้งสุดท้าย
กกต.กทม.ส่งสัญญาณแรง! เตือนประชาชนวันเลือกตั้ง หลีกเลี่ยงเสื้อมีหมายเลข เสี่ยงถูกตีความชี้นำ เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

