กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนช่วงปีใหม่นี้ หลีกเลี่ยงการกินหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงป่วยโรคไข้หูดับ (ไข้หมูดิบ)
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุขและการสังสรรค์ ประชาชนชาวนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้ออกมาแจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤตของโรค "ไข้หมูดิบ" หรือ "ไข้หูดับ" ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก จนทำให้มียอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
รายละเอียดความรุนแรงของสถานการณ์และแนวทางป้องกันตนเองที่ควรทราบ มีดังนี้
สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่โคราช ข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมสูงถึง 93 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ที่มักพบในหมูที่กำลังป่วย
เส้นทางการติดเชื้อที่ต้องระวัง โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือการรับประทานเนื้อหมู เลือด หรือเครื่องในที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบเลือด ก้อย หรือแหนมดิบ และอีกช่องทางคือการสัมผัสโดยตรงผ่านบาดแผล รอยขีดข่วน หรือเยื่อบุตา ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลให้มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ และอาจนำไปสู่ภาวะหูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตในที่สุด
5 วิธีป้องกันตนเองเพื่อการสังสรรค์อย่างปลอดภัย
ยึดหลักปรุงสุกเท่านั้น: รับประทานเนื้อหมูและเลือดที่ผ่านความร้อนอย่างน้อย 60-70 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 นาที
แยกอุปกรณ์อย่างเด็ดขาด: ในการรับประทานหมูกระทะหรืออาหารปิ้งย่าง ต้องแยกตะเกียบและเขียงสำหรับของดิบและของสุกออกจากกัน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
เลือกแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้: เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านค้าที่ได้มาตรฐาน มีสีสดธรรมชาติ ไม่คล้ำ และไม่มีกลิ่นคาวผิดปกติ
ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสของดิบ: ผู้ประกอบอาหารหรือผู้ที่เลี้ยงหมูควรสวมถุงมือและรองเท้าบูท หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิดและล้างมือทันทีหลังสัมผัส
สังเกตอาการและรีบพบแพทย์: หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หลังจากการสังสรรค์หรือสัมผัสหมูดิบ ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยงทันทีเพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงที
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต มะเร็ง หรือผู้ที่ดื่มสุราเรื้อรัง หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่าปกติหลายเท่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในช่วงปีใหม่นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่เป็นไปอย่างปลอดภัยและปราศจากโรคร้าย
สรุปได้ว่า การเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยเมนูอาหารยอดนิยมย่อมทำได้หากตั้งอยู่บนความไม่ประมาท การยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" และการแยกอุปกรณ์เครื่องใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคไข้หูดับเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงให้ก้าวผ่านเทศกาลนี้ไปได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดปี 2569
ข้อมูลจาก: กองโรคติดต่อทั่วไป/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 30 ธันวาคม 2568
#ไข้หูดับ #ไข้หมูดิบ #สาธารณสุขโคราช #เตือนภัยปีใหม่ #กินสุกร้อนสะอาด #โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน #สุขภาพดีปีใหม่
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้ว
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
Google ถอดส่วนเสริม QuickLens ออกจากเว็บสโตร์ของ Chrome แล้วหลังขโมยข้อมูลคริปโตจากเหยื่อ 7000 ราย
ปิดตำนานคดีดัง! ดีเอสไอยุติสั่งฟ้อง "ธัมมชโย" คดีฟอกเงิน-รับของโจร เหตุขาดอายุความ
รวบคารถ! เครือข่าย “เล็ก อุดรธานี” ขนยาบ้า 3 ล้านเม็ด ก่อนกระจายสู่ตลาด มูลค่าทะลุ 100 ล้าน
เผยชีวิตจริง "ลูกเศรษฐีญี่ปุ่น" วัย 35 ไม่เคยทำงาน ใช้เงินเดือนละแสน แต่ทำไมไม่มีความสุข?

