หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชายไต้หวันแต่งงานกับเมียใหม่ แต่ยังปักหลักอยู่กับเมียเก่าเป็น 10 ปี

โพสท์โดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์

     คดีหย่าร้างคดีหนึ่ง ได้สร้างความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคม ซึ่งได้รับการพิจารณาโดยศาลเขตเหมียวลี่ ของประเทศไต้หวัน เมื่อสามีรายหนึ่งแม้จะแต่งงานใหม่แล้ว แต่กลับยังคงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับภรรยาเก่ามานานกว่าสิบปี ปล่อยให้ภรรยาปัจจุบันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ ก่อนจะยินยอมลงนามในเอกสารการหย่า ชายผู้นี้ยังเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งอีกด้วย

     ตามคำพิพากษาระบุว่า "ทั้งสองฝ่ายจดทะเบียนสมรสกันในปี 2009 และ มีลูกด้วยกัน 1 คน ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่นาน สามีกลับเดินทางไปพักอาศัยอยู่กับภรรยาเก่าเป็นประจำ และ แทบไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวใหม่อีกต่อไป ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เขาเพียงแวะกลับมาบ้านของภรรยาปัจจุบันเป็นครั้งคราว เพื่ออาบน้ำหรือพักผ่อนช่วงสั้นๆเท่านั้น ทั้ง 2 ฝ่ายแยกกันอยู่เป็นเวลานาน และ ไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอีกแล้ว

     ภรรยากล่าวว่า "สามีไม่เคยให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว และ ทอดทิ้งฉันกับลูกโดยสิ้นเชิง ชีวิตสมรสจึงตกอยู่ในภาวะล้มเหลวอย่างร้ายแรง ไม่อาจฟื้นฟูความสัมพันธ์ได้ ทำให้ฉันจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอหย่า"

     ในชั้นศาล สามีให้เหตุผลว่า "ผมอาศัยอยู่กับภรรยาเก่า เนื่องจากฝ่ายนั้นเจ็บป่วยมานานกว่า 20 ปี เคยอยู่ในสภาพช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และ ต้องการผู้ดูแล" และ "ภรรยาปัจจุบันเคยเปลี่ยนกุญแจประตูโดยพลการ ทำให้ผมไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้" อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวไม่สามารถโน้มน้าวคณะผู้พิพากษาได้

     ยิ่งไปกว่านั้น สามียังอ้างว่า "หลังแต่งงานแล้ว ผมได้มอบรายได้ทั้งหมดให้ภรรยา บริหารจัดการ และ ช่วยให้เธอซื้อบ้านและที่ดิน บ้านที่พักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นทรัพย์สินที่ผมใช้เงินประมูลซื้อมา และ โอนกรรมสิทธิ์ให้ภรรยาในลักษณะ "ให้โดยเสน่หา"" และ "ผมจะยินยอมหย่า ก็ต่อเมื่อได้รับการแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งเท่านั้น!!"

     ศาลได้เรียกลูกของทั้ง 2 ฝ่ายมาเป็นพยาน โดยคำให้การระบุว่า "สามีไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี ภรรยาและสามีแทบไม่มีการติดต่อกัน และ ไม่มีชีวิตคู่ร่วมกันอีกต่อไป ผู้พิพากษาเห็นว่า ตลอดกระบวนการพิจารณาคดี จำเลยให้ความสำคัญเฉพาะประเด็นเรื่องทรัพย์สิน โดยไม่แสดงเจตนาหรือความพยายามใดๆ ที่จะประคับประคองชีวิตสมรสไว้"

     หลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงโดยรอบคอบแล้ว ศาลเขตเหมียวลี่เห็นว่า "การสมรสดังกล่าวเหลือเพียงสถานะตามกฎหมายเท่านั้น ชีวิตคู่ได้ยุติลงมานานแล้ว สาเหตุหลักของความล้มเหลวเกิดจากการที่สามีทอดทิ้งครอบครัวเป็นเวลานาน จึงถือว่าสามีเป็นฝ่ายที่มีความผิดมากกว่าผู้ร้อง"

     การหย่าดังกล่าว อาศัยอำนาจตามมาตรา 1052 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ภรรยาหย่าขาดจากสามี ส่วนข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สิน ไม่อยู่ในขอบเขตของคดีนี้  และ จะต้องดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งแยก ต่างหากตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมายจบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวรประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุดประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุดประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุดประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลกส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลกจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทยนักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สาวนักเดินทางแชร์เคล็ดลับหาแฟนชั่วคราวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเที่ยวทั่วโลก ล่าสุดเช็กอินที่ไทยกกต. สั่งเช็คนโยบาย "เต้ มงคลกิตติ์" ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง "เป็นไปไม่ได้" เปิดห้างบนดาวอังคาร คืนชีพไดโนเสาร์เจ็บแสบจี๊ด!! สื่อดัง ตปท. พาดหัว"เหตุใดไทยที่กำลังดิ้นรน ยังคงลงคะแนนเสียงให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง"7 กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ กลัวและให้ความสำคัญต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่