ชาวบ้านเขมรไม่กล้าเดินทางกลับบ้านเพราะกลัวกับระเบิดที่ฝังไว้ตามพื้น
ภายหลังจากที่กัมพูชาและไทยบรรลุฉันทามติในการหยุดยิง ประชาชนตามแนวชายแดนซึ่งต้องอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน ได้เริ่มพยายามเดินทางกลับสู่ถิ่นฐานเดิม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงกลับยากลำบากกว่าที่คาดไว้ บ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการยิงปะทะก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีวัตถุระเบิดและกับระเบิด ที่ยังไม่ทำงานและระเบิดลูกปรายตกค้าง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง ทำให้หลายครอบครัวต้องกลับไปยังศูนย์พักพิงอีกครั้ง หลังจากเข้าไปตรวจสอบหมู่บ้านได้เพียงช่วงสั้นๆ
ตามรายงานภาคสนาม ของหนังสือพิมพ์ "ขแมร์ ไทม์" ระบุว่า "พื้นที่บางส่วนในจังหวัดอุดรมีชัย และ บันเตียเมียนเจย ได้รับการประเมินความปลอดภัยและแบ่งออกเป็น "เขตปลอดภัย", "เขตเฝ้าระวังสีเหลือง" และ "เขตห้ามเข้า [สีแดง]" โดยเขตเฝ้าระวังสีเหลือง อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปได้อย่างจำกัด แต่ยังมีความเสี่ยงสูงจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน ในขณะที่เขตสีแดงซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดน ยังคงห้ามเข้าโดยเด็ดขาด!!" ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านหลายราย กล่าวว่า "ที่อยู่อาศัยของพวกเรา ได้รับความเสียหายจากการยิงปะทะในช่วงกลางเดือนธันวาคม ทำให้สภาพความเป็นอยู่ไม่ปลอดภัย" ครอบครัวบางส่วนกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก รวมถึงภัยจากระเบิดตกค้าง จึงตัดสินใจพำนักอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยต่อไป ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้ฝ่ายไทย รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น กับพื้นที่พลเรือน และ ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศ ให้ความสนใจกับประเด็นด้านมนุษยธรรมดังกล่าว...
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย "เหมียน จัน อาดา" กล่าวว่า "ในช่วงความขัดแย้งครั้งนี้ มีครอบครัวในจังหวัดประมาณ 68,000 ครัวเรือน ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ หลังการหยุดยิง ประชาชนประมาณร้อยละ 10% ได้ทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว โดยมีเงื่อนไขว่า "ต้องผ่านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และ การประเมินความปลอดภัยอย่างรอบคอบ" ปัจจุบัน การเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน และ ระเบิดลูกปรายถูกกำหนดให้เป็นภารกิจเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นในพื้นที่ๆอยู่ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 40–50 กิโลเมตร ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า การจะอนุญาตให้ประชาชนกลับถิ่นฐานเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับผลการประเมินทางวิชาชีพ ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา
วันนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวว่า "สถานการณ์ตามแนวชายแดนโดยรวม ยังคงสงบเรียบร้อย ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งเป็นไปตามแถลงการณ์ร่วม จากการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนกัมพูชา-ไทย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 95 ราย และ มีผู้พลัดถิ่นสะสม 618,700 คน ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้มากกว่า 26,000 คน" และ "บริการสาธารณะในพื้นที่ชายแดน ยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้อย่างสมบูรณ์ โรงเรียน สถานพยาบาล และ หน่วยงานราชการในหลายจังหวัด ยังคงปิดทำการ โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ครอบคลุมบ้านเรือน ถนน วัดวาอาราม ระบบไฟฟ้า รวมถึงแหล่งโบราณสถานบางแห่ง รัฐบาลกำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือแก่ประชาชนในศูนย์พักพิง พร้อมทั้งทยอยฟื้นฟูบริการสาธารณะ และ ดำเนินการให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย"
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา "ฟร็องซัวส์ วา แปง" ได้กล่าวเตือนว่า "การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยต่อกัมพูชา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังอาจสั่นคลอนกรอบสันติภาพ และ ความร่วมมือในภูมิภาคที่อาเซียน ได้สร้างขึ้นมานานหลายทศวรรษ" และ "ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวงกว้าง!!"
อ้างอิงจาก: https://share.58cam.link/wap/thread/view-thread/tid/833569
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง
9 พิกัดผืนธงทรงพลัง: มรดกทางวัฒนธรรมที่ปลิวไสวเหนือแผ่นดิน
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง
เรื่องเล่าจากศาลา: เมื่อความหิวพา นทท. มาพบน้ำใจไทยในงานศพ
สาวนักเดินทางแชร์เคล็ดลับหาแฟนชั่วคราวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเที่ยวทั่วโลก ล่าสุดเช็กอินที่ไทย
กกต. สั่งเช็คนโยบาย "เต้ มงคลกิตติ์" ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง "เป็นไปไม่ได้" เปิดห้างบนดาวอังคาร คืนชีพไดโนเสาร์


