การกินกล้วย 30 นาทีก่อนอาหารกลางวัน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?
กล้วยเป็นผลไม้ที่คุ้นเคยในมื้ออาหารประจำวัน ของชาวเวียดนามมาอย่างยาวนาน ด้วยราคาที่ไม่แพง หาซื้อง่าย และ รับประทานสะดวก นอกจากความสะดวกแล้ว กล้วยยังได้รับการประเมินว่าเป็นอาหารที่อ่อนโยนต่อร่างกาย สามารถรับประทานได้ทั้งขณะท้องว่างหรืออิ่ม โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หากบริโภคอย่างถูกวิธี
รับประทานกล้วยก่อนมื้ออาหาร ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กล่าวว่า "เมื่อพิจารณาร่วมกับแนวคิดแพทย์แผนตะวันออก ช่วงเวลาในการรับประทานกล้วย ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูดซึมสารอาหาร และ ส่งผลต่อสุขภาพ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ก่อนมื้อกลางวันประมาณ 30 นาที หรือ ประมาณเวลา 10.30–11.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากกล้วยอย่างเต็มที่ โดยไม่เพิ่มภาระให้กระเพาะอาหาร
ในแพทย์แผนจีน กล้วยจัดเป็นอาหารรสหวาน มีคุณสมบัติเย็น ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ส่งเสริมการย่อยอาหาร ช่วยการขับถ่าย และ กระตุ้นการสร้างของเหลวในร่างกาย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว กล้วยจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก เบื่ออาหาร ท้องอืดง่าย หรือ มีอาการร้อนใน เช่น ปากแห้ง เจ็บคอ การรับประทานกล้วยในปริมาณที่เหมาะสม ยังช่วยปรับอารมณ์และส่งเสริมการนอนหลับ ในผู้ที่มีความเครียดหรืออ่อนเพลียสะสมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนัก วิ่ง หรือเข้าร่วมการแข่งขันมาราธอน กล้วยถือเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยต่อสุขภาพ
ในระยะที่ยังดิบ กล้วยจะมีแป้งที่ย่อยยากเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อกล้วยสุก แป้งดังกล่าวจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เช่น กลูโคส ฟรุกโตส และ ซูโครส ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายและให้พลังงานอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ปริมาณน้ำตาลในกล้วยสุกจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ช่วยให้ผู้รับประทานสามารถฟื้นฟูพลังงาน หลังการออกแรงได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากให้พลังงานแล้ว กล้วยยังมีโปรตีนจากพืชในปริมาณหนึ่ง เช่น อัลบูมินและโกลบูลิน ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญ การซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และ ฟื้นฟูสภาพร่างกาย อีกทั้งกล้วยยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี 6 ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อด้วย
ข้อควรระวังในการรับประทานกล้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ควรรับประทานกล้วยโดยไม่ระมัดระวัง ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารอ่อนแอ มีอาการท้องเย็น หรือ มีภาวะม้ามพร่องควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรับประทานกล้วยในตอนเช้าตรู่หรือขณะท้องว่าง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง แน่นท้อง หรือ ระบบย่อยอาหารแปรปรวนได้ และ ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ปวดข้อ หรือมีโรคเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกล้วยในปริมาณมาก ช่วงเย็นหรือกลางคืน เนื่องจากกล้วยมีคุณสมบัติเย็น
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน กล้วยไม่ใช่อาหารต้องห้ามโดยสิ้นเชิง แต่ควรควบคุมปริมาณการรับประทาน และ หลีกเลี่ยงการรับประทานครั้งละมากเกินไป เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : https://www.saostar.vn/song-khoe/suc-khoe-se-the-nao-neu-ban-an-chuoi-truoc-bua-trua-30-phut-202512221148474851.html
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
9อันดับ ประเทศที่มีค่าไฟแพงที่สุดในอาเซียน
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ถอนชื่อผู้สมัคร 22 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
พบว่าแอป 3rd Party กว่า 64% มีการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างไม่สมควร
แรนซัมแวร์ใหม่ DeadLock ใช้พลังของ Blockchain รุกรานเข้าเครื่องเหยื่อ
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง

