เหตุใดนานาชาติอาจไม่ค่อยเห็นใจไทยในความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา
แม้ในสายตาคนไทย ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2025 จะถูกมองว่าเป็นเรื่องของอธิปไตย ความปลอดภัยของพลเรือน และสิทธิในดินแดนที่ไทยเชื่อว่ามีเหตุผลรองรับ แต่เมื่อมองจากเวทีนานาชาติ ภาพกลับไม่เรียบง่ายเช่นนั้น และในหลายกรณี ไทยอาจไม่ได้รับความเห็นใจหรือแรงสนับสนุนเท่าที่สังคมไทยคาดหวัง เหตุผลสำคัญไม่ได้เกิดจาก “ใครถูกใครผิด” เพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากกรอบคิดและผลประโยชน์ของโลกในปี 2025 ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
1. โลกปี 2025 ไม่ให้ความสำคัญกับข้อพิพาทชายแดนแบบเดิม
ในบริบทโลกที่เต็มไปด้วยสงครามใหญ่ ความขัดแย้งมหาอำนาจ วิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาสภาพภูมิอากาศ ข้อพิพาทชายแดนระดับภูมิภาคถูกจัดวางเป็น “ความเสี่ยงระดับรอง” สำหรับประชาคมโลก ประเทศมหาอำนาจและองค์กรระหว่างประเทศจึงมีแนวโน้มมองความขัดแย้งไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องที่ควร “ควบคุมไม่ให้ลุกลาม” มากกว่าจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผลลัพธ์คือ แทนที่จะเห็นใจไทยในฐานะคู่กรณี นานาชาติมักเลือกท่าทีเป็นกลาง เย็นชา และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอดทนพอ ๆ กัน
2. ไทยถูกมองว่าเป็นฝ่าย “ได้เปรียบเชิงโครงสร้าง”
ในสายตานานาชาติ ไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่
- มีเศรษฐกิจใหญ่กว่า
- มีกองทัพที่ทันสมัยกว่า
- มีโครงสร้างรัฐและสถาบันที่แข็งแรงกว่า
เมื่อเกิดความตึงเครียดกับกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าเป็นประเทศที่ยังมีบาดแผลทางประวัติศาสตร์และข้อจำกัดด้านทรัพยากร โลกภายนอกมักใช้เลนส์ “อสมมาตรของอำนาจ” (power asymmetry) ในการตีความโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ความเห็นใจมักเอนไปหาฝ่ายที่ดูอ่อนแอกว่า แม้ข้อเท็จจริงในพื้นที่จะซับซ้อนกว่านั้นมากก็ตาม
3. กัมพูชายังได้เปรียบในกรอบกฎหมายและสถาบันระหว่างประเทศ
ตั้งแต่กรณีปราสาทพระวิหารในอดีต กัมพูชาสร้างภาพจำว่าเป็นประเทศที่ “ใช้กลไกสากล” ไม่ว่าจะเป็นศาลโลก ยูเนสโก หรือเวทีสหประชาชาติ ในปี 2025 ภาพลักษณ์นี้ยังคงส่งผลต่อการรับรู้ของนานาชาติ
ในทางกลับกัน ไทย—even เมื่อยืนยันว่าใช้การทูต—มักถูกมองว่ามีท่าทีลังเลหรือระแวดระวังต่อการนำประเด็นเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ภาพที่ปรากฏคือ ไทยพยายาม “จัดการปัญหาในกรอบทวิภาคี” ขณะที่โลกปัจจุบันให้คุณค่ากับความโปร่งใสและพหุภาคีมากขึ้น
4. การสื่อสารของไทยยังไม่ชนะ “สงครามการเล่าเรื่อง”
ในปี 2025 สงครามไม่ได้เกิดแค่ในสนามรบ แต่เกิดในพื้นที่ข้อมูล ข่าวสาร และโซเชียลมีเดียระดับโลก กัมพูชามักเล่าเรื่องความขัดแย้งในกรอบ
- การปกป้องพลเรือน
- การป้องกันมรดกวัฒนธรรม
- ประเทศเล็กที่ถูกกดดัน
ขณะที่การสื่อสารของไทยจำนวนไม่น้อยยังเน้นการตอบสนองต่อกระแสภายในประเทศ ใช้ภาษาชาตินิยม หรืออธิบายเชิงเทคนิคที่เข้าใจยากสำหรับผู้ฟังต่างชาติ ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบในสนาม “ความรู้สึก” แม้จะมีเหตุผลในเชิงข้อเท็จจริง
5. ภาพการเมืองภายในไทยยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือ
อีกปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ภาพความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยในสายตานานาชาติ รัฐบาลผสม ความขัดแย้งทางการเมืองภายใน และการเปลี่ยนจุดยืนเชิงนโยบายบ่อยครั้ง ทำให้ต่างชาติมองว่า ท่าทีของไทยอาจไม่มั่นคงในระยะยาว
เมื่อความน่าเชื่อถือเชิงนโยบายลดลง ความเห็นใจจากนานาชาติก็มักลดลงตามไปด้วย
บทสรุป: โลกไม่ตัดสินด้วยความรู้สึกเดียวกับคนไทย
การที่นานาชาติอาจไม่ค่อยเห็นใจไทยในความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชาในปี 2025 ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่มีเหตุผลหรือไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่สะท้อนความจริงของโลกยุคใหม่ที่
- ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าความถูกต้องฝ่ายเดียว
- มองผ่านเลนส์อำนาจและภาพลักษณ์
- และตัดสินจาก “เรื่องเล่าที่เข้าใจง่าย” มากกว่าความซับซ้อนเชิงประวัติศาสตร์
สำหรับไทย บทเรียนสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการปกป้องเส้นเขตแดน แต่คือการปกป้อง ตำแหน่งของตัวเองในสายตาโลก เพราะในปี 2025 การชนะข้อพิพาท ไม่ได้วัดกันแค่บนแผนที่ แต่ถูกตัดสินบนเวทีการทูต การสื่อสาร และความเชื่อมั่นของประชาคมโลกไปพร้อมกัน
อ้างอิงจาก: bbc cnn
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
'พฤษภาทมิฬ' จุดด่างพร้อยรุนแรงของการเมืองไทย
สูตรใหม่คำนวน สส.สู่การปูทางเลือกตั้งครั้งถัดไป
9อันดับ ประเทศที่มีค่าไฟแพงที่สุดในอาเซียน
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ถอนชื่อผู้สมัคร 22 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
พบว่าแอป 3rd Party กว่า 64% มีการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างไม่สมควร
แรนซัมแวร์ใหม่ DeadLock ใช้พลังของ Blockchain รุกรานเข้าเครื่องเหยื่อ
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง


