คริสต์มาสมืดมนของทรัมป์ กับการตอกย้ำความผิดพลาดทางการเมือง
คริสต์มาสตามขนบการเมืองอเมริกัน มักเป็นช่วงเวลาที่ผู้นำเลือกส่งสารแห่งความหวัง ความปรองดอง และภาพลักษณ์ของ “ผู้ใหญ่ของประเทศ” แต่สำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ คริสต์มาสล่าสุดกลับกลายเป็นเวทีที่เขาเลือกเล่าเรื่องมืดหม่น เต็มไปด้วยความหวาดระแวง การกล่าวโทษ และอารมณ์โกรธเคือง — และที่สำคัญ มันไม่ใช่แค่บรรยากาศที่หม่นเท่านั้น หากยังเป็นการตอกย้ำความผิดพลาดทางการเมืองที่เขาเคยทำมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทนที่จะใช้เทศกาลปลายปีเพื่อขยายฐานเสียงไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางหรือผู้ที่ลังเล ทรัมป์กลับเลือกสื่อสารกับ “แฟนพันธุ์แท้” ของเขาในโทนเดิม คือ โลกที่เต็มไปด้วยศัตรู การสมคบคิด และระบบที่ “เล่นงานเขา” อยู่ตลอดเวลา เรื่องเล่าคริสต์มาสของเขาจึงไม่ใช่นิทานอบอุ่น แต่เป็นภาพสะท้อนความคิดแบบขาว–ดำ ที่แบ่งโลกออกเป็นฝ่ายเราและฝ่ายเขาอย่างชัดเจน
ในเชิงยุทธศาสตร์การเมือง นี่คือปัญหาใหญ่ เพราะการเลือกตั้งไม่ได้ชนะด้วยฐานเสียงเดิมเพียงอย่างเดียว การย้ำอารมณ์โกรธและความรู้สึกถูกคุกคามอาจกระตุ้นผู้สนับสนุนให้ฮึกเหิม แต่ในเวลาเดียวกัน มันผลักผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกจำนวนมากออกไป โดยเฉพาะกลุ่มที่เหนื่อยล้ากับความขัดแย้งทางการเมืองและกำลังมองหาความมั่นคงทางอารมณ์จากผู้นำประเทศนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า นี่คือความผิดพลาดซ้ำเดิมของทรัมป์ เขามีโอกาสใช้ช่วงเวลาสัญลักษณ์อย่างคริสต์มาสเพื่อ “รีแบรนด์” ตัวเอง ให้ดูสุขุม อ่อนโยน หรืออย่างน้อยก็เป็นประธานาธิบดีที่เข้าใจจังหวะอารมณ์ของสังคม แต่เขากลับเลือกทางตรงกันข้าม — ทางที่ยืนยันตัวตนเดิมแบบไม่ประนีประนอมสิ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องเล่าคริสต์มาสของทรัมป์ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ มันสอดคล้องกับแนวโน้มการสื่อสารของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือการใช้ความรู้สึกด้านลบเป็นเชื้อเพลิงทางการเมือง ความกลัว ความโกรธ และความไม่ไว้วางใจ ถูกนำมาใช้ซ้ำจนกลายเป็นลายเซ็น แต่ปัญหาคือ เชื้อเพลิงแบบนี้ให้พลังได้ในระยะสั้น และมักเผาไหม้ฐานสนับสนุนให้แคบลงเรื่อย ๆ ในระยะยาว
สำหรับฝ่ายสนับสนุน ทรัมป์ยังคงเป็น “คนจริง” ที่กล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่พูด เรื่องเล่าหม่น ๆ ในวันคริสต์มาสจึงถูกมองว่าเป็นความซื่อตรง ไม่เสแสร้งตามพิธีการ แต่สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก นี่คือสัญญาณของผู้นำที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างเวทีหาเสียงกับบทบาทผู้นำประเทศได้คริสต์มาสไม่ใช่แค่วันหยุด แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีพลังสูง การใช้สัญลักษณ์นี้ผิดจังหวะอาจสร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์ได้มากกว่าที่คิด และในกรณีของทรัมป์ มันยิ่งตอกย้ำภาพจำว่าเขาคือผู้นำที่เติบโตจากความขัดแย้ง และไม่ถนัดกับการปลอบประโลมสังคมที่แตกแยกท้ายที่สุด เรื่องนี้อาจไม่ทำให้ฐานเสียงของทรัมป์หายไป แต่ก็ยากที่จะช่วยให้เขาได้เสียงเพิ่ม คริสต์มาสหม่นของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าฤดูกาลหนึ่ง หากเป็นกระจกสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในสไตล์การเมืองของเขา — การเมืองที่ชนะใจกลุ่มหนึ่งได้อย่างเหนียวแน่น แต่กลับปิดประตูใส่คนอีกกลุ่มอย่างไม่ลังเลและในสนามการเมืองระดับประเทศ ความผิดพลาดแบบนี้ ต่อให้ห่อด้วยริบบิ้นคริสต์มาสสวยแค่ไหน ก็ยังคงเป็นความผิดพลาดอยู่ดี 🎄🖋️
อ้างอิงจาก: bbc cnn
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
'พฤษภาทมิฬ' จุดด่างพร้อยรุนแรงของการเมืองไทย
สูตรใหม่คำนวน สส.สู่การปูทางเลือกตั้งครั้งถัดไป
9อันดับ ประเทศที่มีค่าไฟแพงที่สุดในอาเซียน
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ถอนชื่อผู้สมัคร 22 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
พบว่าแอป 3rd Party กว่า 64% มีการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างไม่สมควร
แรนซัมแวร์ใหม่ DeadLock ใช้พลังของ Blockchain รุกรานเข้าเครื่องเหยื่อ
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง

