ภัยพิบัติเงียบ บทเรียนแผ่นดินไหวใหญ่ใต้โตเกียว และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ-สุขภาพ 💔🇯🇵
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
คณะผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเผยแพร่ "การประเมินความเสียหายล่าสุดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในเขตเมืองหลวง" ซึ่งเป็นข้อมูลที่สร้างความตื่นตัวในสังคมญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากเกิดแผ่นดินไหวแบบ "ตรงจุดศูนย์กลาง" ขนาด แมกนิจูด 7.3 ขึ้นใต้กรุงโตเกียว
การประเมินครั้งใหม่นี้คาดการณ์ว่า อาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 18,000 คน และความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 83 ล้านล้านเยน (ประมาณ 16 ล้านล้านบาท) ซึ่งแม้ว่าตัวเลขนี้จะลดลงเล็กน้อยจากการประเมินในปี 2013 (ผู้เสียชีวิตลดลง 5,000 คน และความเสียหายทางเศรษฐกิจลดลง 12 ล้านล้านเยน) เนื่องจากการปรับปรุงมาตรฐานอาคารต้านทานแผ่นดินไหวและมาตรการป้องกันอัคคีภัยให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลเคยตั้งไว้ในปี 2015 ที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งภายในสิบปี ทำให้รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงแผนและผลักดันมาตรการป้องกันภัยพิบัติในระยะใหม่ต่อไป
ตามร่างการประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ หากโตเกียวเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้นร้ายแรงและกว้างขวาง:
-
อาคารเสียหายและถูกไฟไหม้: สูงถึง 400,000 หลัง
-
ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย/กลับบ้านไม่ได้: สูงถึง 8.4 ล้านคน
สิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนบทเรียนจากภัยพิบัติครั้งก่อนๆ คือ การประเมินครั้งนี้ได้นำตัวเลข "การเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ" มาคำนวณเป็นครั้งแรก ซึ่งหมายถึง ผู้ที่รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ในทันที แต่มาเสียชีวิตในภายหลังระหว่างการใช้ชีวิตที่ยากลำบากในศูนย์พักพิงหรือสภาพที่อยู่อาศัยชั่วคราว เนื่องจากปัญหาสุขภาพทรุดโทรม ภาวะเครียด และความซึมเศร้าจากการปรับตัวไม่ได้ ตัวเลขในส่วนนี้ถูกประเมินไว้ระหว่าง 16,000 ถึง 41,000 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผลกระทบจากแผ่นดินไหวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำลายล้างในชั่วพริบตา แต่รวมถึงบาดแผลทางจิตใจและความเสี่ยงในการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นตามมาด้วย
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง การเรียนรู้จากภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
-
แผ่นดินไหวฮันชิน-อาวาจิ ปี 1995: คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 6,400 ราย เผยให้เห็นปัญหาความไม่เพียงพอของอาคารที่ทนทานต่อแผ่นดินไหวในเมือง นำไปสู่การบังคับใช้มาตรการ "เสริมความแข็งแกร่งด้านการต้านทานแผ่นดินไหว" อย่างจริงจัง
-
แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุ ปี 2011: นอกจากปัญหาความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจแล้ว ยังทำให้สังคมญี่ปุ่นต้องกลับมาทบทวนการ "ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย" เนื่องจากมีผู้ประสบภัยจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐานและเผชิญกับปัญหาการปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ เช่น สุขภาพที่แย่ลง ภาวะซึมเศร้า และการเลือกปฏิบัติทางพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง
บทสรุปของการประเมินครั้งนี้ตอกย้ำว่า แม้ญี่ปุ่นจะมีการเตรียมพร้อมที่ดีขึ้น แต่ภัยพิบัติขนาดใหญ่ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่คุกคามชีวิตและเศรษฐกิจ การผลักดันมาตรการป้องกันและรับมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยในระยะยาว จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
ชอบวิวตอนนี้
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!



