ซูเปอร์โพลสวนกลับ! ติง ‘สรยุทธ’ อ่านผลโพลคลาดเคลื่อน ทำชื่อเสียงเสียหาย—ออกจดหมายเปิดผนึกขอ ‘คืนความจริง’ กลางสังคมไทย!
เมื่อครู่นี้ ดิฉันได้อ่านข่าวหนึ่งซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่า สะดุดตามาก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสื่อกระแสหลักและวงการวิจัย ซึ่งปกติแล้วทั้งสองฝ่ายมักต้องพึ่งพากันในเรื่องข้อมูล แต่คราวนี้กลับเกิดประเด็นที่ซูเปอร์โพลถึงขั้นต้องออก จดหมายเปิดผนึก มาติงคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยตรง
เรื่องมีอยู่ว่า ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ซูเปอร์โพลระบุว่า มีการนำเสนอผลสำรวจ “คลาดเคลื่อน” จากต้นฉบับจริง ซึ่งแม้จะเป็นการสลับคำเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้ความหมายของงานวิจัย “เปลี่ยนไปคนละเรื่อง” และสร้างความเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง
ผลสำรวจจริงของซูเปอร์โพล
– 75.8% เป็นเหตุสุดวิสัย / เป็นภัยธรรมชาติ
– 24.2% ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
แต่สิ่งที่ถูกนำเสนอในรายการคือ
– 75.8% เป็นเหตุสุดวิสัย
– 24.2% เป็นภัยธรรมชาติ
อ่านเผิน ๆ อาจดูเหมือน “สลับคำแค่เล็กน้อย”
แต่สำหรับงานวิจัยที่ต้องอิงความแม่นยำ นี่ถือเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ “สารหลักของข้อมูลบิดไปทั้งชุด” ซึ่งในโลกออนไลน์เองก็เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของซูเปอร์โพลในวงกว้าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพล จึงออกจดหมายเปิดผนึกโดยใช้ถ้อยคำสุภาพมาก แต่ “เนื้อหาชัดและแรงแบบผู้ใหญ่ที่ตรงไปตรงมา” ขอสื่อถึงคุณสรยุทธว่า
– กรุณานำเสนอผลโพลให้ถูกต้อง
– กรุณาชี้แจงข้อคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ
– และขอให้ช่วยลบข้อมูลเดิมที่ผิดพลาดออกจากพื้นที่ออนไลน์
สิ่งที่ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกสะเทือนใจ คือ ดร.นพดล ย้ำว่า ซูเปอร์โพลเป็นงานที่เขากับทีมงานสร้างด้วย ศรัทธา ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อประเทศ ผ่านงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในและต่างประเทศมายาวนานหลายปี จึงรู้สึกจำเป็นต้องขอ “คืนความจริง” เพื่อไม่ให้วงการวิจัยไทยถูกมองอย่างคลาดเคลื่อน
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็พูดอย่างสงบว่า
แม้จะได้รับผลกระทบหนักแค่ไหน ก็ “ให้อภัย” เพราะเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากเจตนาร้าย พร้อมอ้างคำสอนของพระพุทธทาสภิกขุเรื่อง “อภัยทาน” ได้อย่างงดงาม
ส่วนตอนท้ายของจดหมาย ก็เป็นคำขอที่สุภาพมากว่า
ทุกฝ่ายควรให้ความจริงได้กลับไปยืนอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสื่อมวลชนและวิชาการไทย
อ่านแล้วดิฉันรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “อ่านตัวเลขผิด” แต่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความเปราะบางของความจริงในยุคข้อมูลไหลเวียนเร็ว และชี้ให้เห็นว่าการรายงานผิดเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบใหญ่กว่าที่คิดมากนัก
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
จังหวัดขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ที่ไม่มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
ก้าวข้ามจารีต: คิม จูแอ สุภาพสตรีคนแรกบนเส้นทางสูงสุดของเปียงยาง
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
ช็อก ผู้โดยสาร 500 ชีวิต ติดบนเครื่องบินข้ามคืน เหตุสนามบินปิด-บัสไม่พอ สายการบินดังรับ ขาดแคลนทั้งรถ และ พนักงาน
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
😉 ชวนมาดูภาพหลักฐานที่แสดงว่า เมื่อสิ่งใดก็ตามถูกทิ้งไว้ให้ต้องอยู่อย่างเปลี่ยวร้าง ธรรมชาติมักจะหาทางช่วงชิงมันกลับคืนมาได้เสมอ 😁
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
เพลงภาษาไทยเพลงแรกที่ติดอันดับชาร์ตเพลงสหรัฐอเมริกา
ต้องรวยขนาดไหนถึงจะได้ไปดวงจันทร์
หัวขโมยดวงตก! บุกยกเค้าอพาร์ตเมนต์ นึกว่าเจอ "ทองคำ" ที่ไหนได้... สรุปคือ "นิ่วในไต"
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
มรดกจากกองมรดก เมื่อหนังสือห้องสมุดสาธารณะถูกส่งคืนหลังผ่านไปกว่า 6 ทศวรรษ
ภารกิจ "ปั๊มลูก" สุดอื้อฉาว! บอนนี่ บลู ประกาศท้องแล้ว หลังเปิดคฤหาสน์รับ 400 ชายหนุ่มผสมพันธุ์