ประเทศไทยถูกใช้เป็น ‘ทางผ่านค้ามนุษย์-ส่งต่อเหยื่อสแกมเมอร์’ เดือนหนึ่งเงินส่วยไหลข้ามแม่น้ำเมยกว่า 35 ล้านบาท
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ดิฉันได้อ่านข่าวหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่า เนื้อหาชวนให้รู้สึกสะเทือนใจและห่วงใยต่อภาพลักษณ์ของประเทศเราเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ระดับนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยดูเหมือนกำลังถูกใช้เป็น “ศูนย์กลางส่งต่อเหยื่อ” โดยไม่ได้ตั้งใจ
ข้อมูลจากทีมข่าวสืบสวนของไทยรัฐทีวี ระบุถึงเหตุการณ์ที่มีชาวต่างชาติ ถึง 1,598 คน หนีออกมาจากพื้นที่สแกมเมอร์ในเขตเมียวดี ประเทศเมียนมา หลังถูกทหารเมียนมาเข้าปราบปราม และได้ข้ามแม่น้ำเมยเข้ามายังฝั่งไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อคนเหล่านี้เข้ามาถึงไทย แม้จะมีทั้งเหยื่อค้ามนุษย์และผู้ที่ทำงานสแกมเมอร์จริง แต่กลับ ไม่ได้มีการสอบถามข้อมูลเชิงลึก จากผู้ที่อาจให้เบาะแสสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ไทยได้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขารู้ชื่อ รู้หน้า และรู้พฤติกรรมของ “บอสจีน” ผู้ควบคุมขบวนการอยู่เบื้องหลัง
สิ่งที่ทำคือ เพียงดำเนินคดีเรื่องเข้าเมืองผิดกฎหมาย หากมีเงินก็เสียค่าปรับแล้วถูกผลักดันทันที หากไม่มีเงินก็ขังแทนค่าปรับก่อนส่งกลับ — สุดท้ายประเทศไทยจึงไม่ได้ข้อมูลสำคัญใด ๆ เลยค่ะ
ตรงนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกกังวลใจอย่างมาก เพราะข้อมูลจากเครือข่ายช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ระบุว่า เหยื่อจำนวนมากถูกหลอกตั้งแต่ต้นทางว่า “จะมาทำงานในประเทศไทย” ก่อนถูกส่งตัวขึ้นมาที่แม่สอด และถูกพาไปข้ามแม่น้ำเข้าสู่แหล่งสแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมา
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น มีข้อมูลลับที่ถูกเปิดเผยว่า
พ.อ. หม่อง ชิต ตู่ ผู้นำฝ่ายกะเหรี่ยง BGF ซึ่งดูแลพื้นที่สแกมเมอร์ในเมียวดี ได้ ส่งส่วยข้ามแม่น้ำเมยมาให้เจ้าหน้าที่และนักการเมืองไทยกว่า 35 ล้านบาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกหดหู่ เพราะสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาที่เรากำลังเผชิญนั้น ไม่ได้อยู่แค่ปลายทางอย่าง “บัญชีม้า” หรือกลุ่มที่ทำงานให้สแกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังมีความซับซ้อนเชิงโครงสร้างที่ลึกและใหญ่กว่าที่ประชาชนทั่วไปอย่างเราจะจินตนาการได้
ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศอื่น ๆ อย่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ต่างมีมาตรการสืบสวนอย่างจริงจัง จนสามารถคว่ำบาตรและยึดทรัพย์พวกตัวการใหญ่ได้ แต่ประเทศไทยของเรายังเหมือนกำลังวิ่งไล่จับแต่รายย่อย ไม่ได้ไปถึง “นักคุมเครือข่าย” ตัวจริง
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราทุกคนควรตระหนัก เพราะมันไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ที่ถูกหลอก ถูกทำร้าย และถูกใช้ประโยชน์อย่างโหดร้ายในระบบที่ซับซ้อนมาก
หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเร่งผลักดัน แต่ต้องมุ่งหาข้อมูลจากเหยื่อ และขยายผลไปจนถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ปัญหานี้ลดลงอย่างแท้จริงค่ะ
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
"ปลากระป๋อง" เปิดแล้วกินเลยหรือควรอุ่นก่อน?
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
กับดักชีวิต Lifestyle Inflation ทั้งที่มีรายได้เยอะ แต่ยังไม่มีเงินเก็บ
10 อันดับมหาวิทยาลัยไทย ที่เด็กอยากเข้าเยอะที่สุด
วงการแพทย์สะเทือน! ตะลึง "โรงพยาบาล AI 100%" แห่งแรกของโลก รักษาคนไข้ 3,000 คนในวันเดียว โดยไม่มีหมอตัวจริง?!
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม



