กัมพูชากล่าวโทษชาวจีน ที่บาดเจ็บจากกับระเบิดว่า "ไม่มีประวัติการเข้าออกประเทศ"
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 ทางฝั่งไทยเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลเป็นรายแรก โดยระบุว่า "ชายคนดังกล่าวอาจลักลอบข้ามพรมแดน จากกัมพูชาเข้ามาในไทย" และ "ได้เหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาขวา" และ "เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน แพทย์จำเป็นต้องตัดขาเพื่อรักษาชีวิตของเขาเอาไว้"
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ออกมากล่าวยืนยันเหตุการณ์ว่า "ชายชาวจีนคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ จากกับระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุ ทางสถานทูตได้ประสานงานกับฝ่ายไทยโดยทันที เพื่อให้การรักษาอย่างเต็มที่" และ "ขณะนี้อาการผู้บาดเจ็บทรงตัวแล้ว" และ "สถานทูตจะยังคงให้การช่วยเหลือต่อไป..." และ "ชายชาวจีนที่เหยียบกับระเบิดมีชื่อว่า "สือ จิน กุ้ย" เป็นชาวมณฑลยูนนาน ของจีนแผ่นดินใหญ่"
โฆษกกองทัพไทย กล่าวว่า "กับระเบิดดังกล่าวเป็น "กับระเบิดใหม่" ที่กัมพูชาฝังไว้" พร้อมประณามการกระทำของกัมพูชาว่า "เป็นพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบอย่างยิ่ง" ก่อนหน้านี้ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเคยเกิดเหตุทหารไทย เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง จนกลายเป็นประเด็นพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ...
วันนี้ 30 พฤศจิกายน 2025 [ตามเวลาท้องถิ่น] กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมากล่าวชี้แจงว่า "เวลาประมาณ 03.20 น. ของวันที่ 29 พฤศจิกายน หน่วยเฉพาะกิจชายแดนประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้ยินเสียงระเบิดจากกับระเบิด เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ทุ่นระเบิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นเขตที่มีทุ่นระเบิดหลงเหลือจากสงครามในอดีต" และ "เราของปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายไทย โดยย้ำว่ากัมพูชาเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และ ไม่เคยฝังทุ่นระเบิดใหม่!!"
โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวอีกว่า "จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย "สือ จิน กุ้ย" ไม่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลการเข้าและออกประเทศ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา!!" และ "จุดเกิดเหตุอยู่ในเขตแดนของกัมพูชา" และ "ไม่ใช่ระเบิดใหม่อย่างแน่นอน!!" อย่างไรก็ตาม หน่วยงานดังกล่าวกลับไม่ได้แสดงท่าทีแสดงความห่วงใย ต่อชาวจีนที่ได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เกิดความผิดหวังในสังคมจีนเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน สื่อกัมพูชาหลายสำนักพาดหัวข่าวว่า "ชาวจีนที่ถูกกับระเบิด ไม่มีประวัติการเข้าและออกประเทศกัมพูชา" ซึ่งถูกมองว่าเป็นการโยนความรับผิดชอบไปยังผู้บาดเจ็บ แทนที่จะมุ่งเน้นที่เหตุการณ์และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน... โดยท่าทีที่ดูไม่ใส่ใจต่ออาการบาดเจ็บของชาวจีนจากฝ่ายกัมพูชา ประกอบกับการรายงานข่าวที่มีแนวโน้มโทษผู้ประสบเหตุของสื่อบางแห่ง ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นมืออาชีพและขาดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
ท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนที่ยังไม่ยุติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน และ สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารสาธารณะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับพลเมืองจีนผู้บาดเจ็บรายนี้ เขาต้องการความเห็นใจ ความช่วยเหลือ และ ข้อเท็จจริง มากกว่าการถูกกล่าวโทษ
อ้างอิงจาก: https://jinbiannews.com/archives/5319
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
อันตรายเกินต้าน! ผู้เชี่ยวชาญสั่งระงับแผน "กำเนิดมนุษย์อวกาศ" ชี้เสี่ยงทำลายระบบสืบพันธุ์
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
พบช่องโหว่บนปลั๊กอิน Modular DS ของ Wordpress
Windows 11 25H2 มีความแข็งแกร่งสูง จากอัปเดตความปลอดภัยในจุดสำคัญ
จุดจบของ "มือจับประตูแบบซ่อน"? เมื่อจีนสั่งแบนเพราะความสวยอาจแลกด้วยชีวิต เริ่มปี 2027!
อันตรายเกินต้าน! ผู้เชี่ยวชาญสั่งระงับแผน "กำเนิดมนุษย์อวกาศ" ชี้เสี่ยงทำลายระบบสืบพันธุ์


