ญี่ปุ่นก็มีจ่าเฉยเหมือนกัน แต่หน้าตาหลอนกว่า
หากจะบอกว่าฤดูร้อนอันยืดยาวและร้อนแทบละลายในญี่ปุ่นมีข้อดีอยู่ข้อหนึ่ง ก็คือมันเปิดโอกาสให้ผู้คนได้หยุดพักผ่อนนานขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ "ซายะ โทกาชิ" นักเขียนของเรา ตัดสินใจหลบหนีความวุ่นวาย และ มุ่งหน้าไปยัง "มิยาโกจิมะ" เมืองชายฝั่งทางใต้ของโอกินาว่า ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบเขตร้อน
แม้จะมีฝนปรอยๆแทบทั้งวัน แต่อากาศที่นี่ยังคงอบอุ่นกว่าเกาะอื่นของญี่ปุ่น ใบไม้ร่วงเริ่มผลิบานท่ามกลางพืชพรรณเขตร้อน ทำให้ภูมิทัศน์ดูแปลกตา เหมือนฉากในวิดีโอไดอารี่การเดินทางมากกว่าของจริง
ซายะยังเสียดายไม่หายที่เธอตัดสินใจเช่ารถเปิดประทุน ซึ่งไม่เข้ากับสภาพอากาศฝนกระหน่ำเอาเสียเลย ขณะที่เธอครุ่นคิดว่า "คงจะประหยัดกว่านี้ ถ้าเลือกเช่ารถคอมแพ็กธรรมดา" จู่ๆเธอก็เห็นชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น... และ เขากำลังจะเปลี่ยนการเดินทางครั้งนี้ของเธอ ไปแบบไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
ญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่อง "มาสคอตประจำภูมิภาค" อยู่แล้ว ตั้งแต่หมีน่ากอดไปจนถึงฮีโร่พิเศษ แต่มาสคอตตัวนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ ผิวเขาขาวราวไข่มุก ริมฝีปากแดงสดจนเหมือนฉาบด้วยแสง และ ยืนเด่นอยู่ข้างถนนอย่างสงบนิ่ง
ตอนแรกซายะคิดว่าเป็นเพียงรูปปั้นประหลาด ที่ถูกตั้งไว้ตามจุดท่องเที่ยว แต่เมื่อขับรถไปอีกหน่อย เธอก็พบเข้ากับเขาอีกครั้ง จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นหลายจุด เหมือนถูกดึงเข้าไปในสถานการณ์แบบ "Outer Limits" หรือ "Blair Witch Project" ไม่ว่าขับตรงไปทางไหนก็เจอแต่ ใบหน้าขาวซีดและริมฝีปากสีแดงสดที่มองกลับมา
ที่แปลกกว่าคือ แต่ละรูปปั้นมีท่าทางแตกต่างกัน บางตัวดูกังวลจนเกินเหตุ บางตัวจ้องอย่างมั่นใจ บางตัวดูเหมือนกำลังกลั้นเข้าห้องน้ำอย่างสิ้นหวัง จนเธออดสงสัยไม่ได้ว่ารูปปั้นเหล่านี้ ถูกออกแบบเพื่อสื่ออะไร?
รูปปั้นแรกมีข้อความว่า "kotsuanzen taisakuzumi" ซึ่งแปลว่า "เตือนให้ระวังความปลอดภัยบนท้องถนน" ก่อนเธอจะรู้ว่าคำว่า "zumi" ในภาษาถิ่นแปลว่า "ยอดเยี่ยม" หรือ "ดีที่สุด"
ด้วยความสงสัย ซายะจึงสอบถามคนในพื้นที่ และ พบความจริงว่ารูปปั้นเหล่านี้คือ "มาโมรุ มิยาโกจิมะ" มาสคอตระดับซูเปอร์สตาร์ของเกาะ ที่ดังจนมีของที่ระลึกทุกรูปแบบ ขนม เครื่องดื่ม พวงกุญแจ เสื้อผ้า เครื่องเขียน ของเล่น ทุกอย่างล้วนมีใบหน้าแสนประหลาดที่ดูมนุษย์เกินไป ของเขาอยู่บนฉลาก
ชาวบ้านยังบอกด้วยว่า "มาโมรุตัวจริง" ยืนอยู่หน้าสำนักงานตำรวจ "มิยาโกจิมะ" และ มีน้องสาวชื่อ "มารุโกะ" ยืนเคียงข้าง มารุโกะดูมั่นใจ นิ่ง และเป็นมิตรยิ่งกว่าพี่ชายเสียอีก ทั้งคู่มี "บัตรผู้พักอาศัย" ของตัวเอง ซึ่งใครก็ซื้อได้ในราคาเพียง 200 เยนเท่านั้น
นอกจากสองพี่น้องนี้ เกาะยังมีสมาชิกประจำตระกูลตำรวจอีกหลายคน เช่น ซูซูมุ, โคจิ, ฮิโตชิ และ มาซาโอะ ที่ถูกตั้งไว้ทั่วเกาะตั้งแต่ยุค 90 จนมีบางคนมาที่นี่ด้วยภารกิจ ซื้อบัตรผู้พักอาศัยของพวกเขาเพื่อการสะสม
ซายะเองก็เป็นนักสะสมตัวยง เมื่อเจอของที่ระลึกชุดนี้ เธอจึงยอมแพ้ต่อเสน่ห์ประหลาดๆของมันอย่างง่ายดาย โดยเธอซื้อของสะสมจากมาโมรุมาเต็มไปหมด ถึงแม้ตอนแรกเธอจะรู้สึกสยองเล็กๆ กับหน้าตาเหล่านั้น แต่ในที่สุดก็เริ่มชอบความขัดแย้งแปลกประหลาด ในสีหน้าแต่ละรูปปั้น มันมีความเจ็บปวด ความกังวล และ ความเบื่อหน่ายที่แปลกประหลาด จนให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์อย่างน่าประหลาดใจ
ในที่สุดเธอยังซื้อ "ถั่วมาโมรุ" มากินด้วย ซึ่งเธอคิดว่ามันคงเค็มและเข้ากับเบียร์ แต่กลับพบว่ามันหวานล้วนๆ ทำให้ต้องหันไปดื่มโซดาแทน ซึ่งก็เหมาะกับบทบาทมาสคอต ปลอดภัยบนท้องถนนดีอยู่เหมือนกัน
ท้ายที่สุดแล้ว ซายะไม่อาจบอกได้เต็มปากว่า "การมาเยือนมาโมรุและบรรดาพี่น้องรูปปั้นของเขานั้น คุ้มค่าสำหรับการเดินทางหรือไม่?"
อ้างอิง : https://soranews24.com/2025/11/14/meet-the-eerie-police-statues-of-miyakojima-in-okinawa-prefecture/
มหาวิทยาลัยที่มี พื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
เปิดพิกัด "แหล่งร่อนทอง" ในไทย ใครอยากรวยด้วยมือเปล่าต้องมาลุย
เปิดอันดับประเทศจ่ายเงินผู้สูงอายุสูงสุดในโลก ใครได้มากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดชายฝั่งทะเลทั้งหมด
ศิลปินนักวาดรูปชาวไทย ที่ผลงานมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก
อดีต CIA เผยสาเหตุที่แท้จริง ที่ทรัมป์โจมตีอิหร่าน
สเปนเตรียมสอบสวนบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดัง หลังพบภาพล่วงละเมิดทางเพศเด็กถูกสร้างด้วย AI ของบริษัท
มัลแวร์ Keenadu ถูกติดตั้งจากโรงงานผู้ผลิตแท็บเล็ต Android สามารถแฮกแอปต่าง ๆ บนเครื่องได้
ซาอุเผย "วันนี้สกัดโดรนได้ 7 ลำ หลังมุ่งหน้าไปยังแหล่งนำมันของเรา"













