แม้ว่าชาวมาเลเซียจะพยายามหาเครื่องดื่มที่หวานน้อยลง แต่ความอยากน้ำตาลของชาวมาเลเซียยังคงรุนแรง
ชาวมาเลเซียจำนวนมากขึ้นเริ่มหันมาสั่งเครื่องดื่มแบบ "คุรังมานิส" (หวานน้อย) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนทำงาน และ ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ยังคงนิยมรสชาติหวานเช่นเดิม...
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กล่าวว่า "ถึงแม้พฤติกรรมของผู้บริโภค จะเริ่มเปลี่ยนไป "แต่รสชาติหวาน" ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญด้านรสชาติ" ซึ่งพวกเขาเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขควรมุ่งเน้นการให้ความรู้เรื่องปริมาณน้ำตาลแก่สาธารณชน มากกว่าการเพิ่มข้อบังคับ ที่อาจกระทบต่อธุรกิจรายย่อย
ประธานสมาคมเจ้าของร้านอาหารอินเดีย "ดาทุก เจ. โกวินดาซามี" ของมาเลเซีย กล่าวว่า "กระแสการสั่งเครื่องดื่มแบบ "หวานน้อย" เป็นสัญญาณบวกของการตระหนักด้านสุขภาพ แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องรักษาความสมดุลระหว่างรสชาติ ราคา และ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์" และ "มีสารให้ความหวานทางเลือก เช่น สตีเวีย หรือสารสกัดจากผลมะกอก ซึ่งดีต่อสุขภาพกว่า แต่มีราคาสูงและอาจทำให้รสชาติเปลี่ยนไปจากที่ลูกค้าคุ้นเคย บางร้านเลือกใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้ง แต่ก็ยังมีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่ดี..."
คำกล่าวของ "ดาทุก เจ. โกวินดาซามี" มีขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข "ดาโต๊ะ เซรี ดร. ซุลเกฟลี อาหมัด" กล่าวว่า "ทางกระทรวงกำลังพัฒนาระบบ "เกรดสารอาหาร" ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นระบบบังคับให้แสดงระดับปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม เพื่อจัดระดับตั้งแต่ A ถึง D หากเครื่องดื่มมีน้ำตาลเกิน 10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร จะถูกห้ามโฆษณาในทุกแพลตฟอร์ม โดยจะเริ่มบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม ก่อนขยายไปยังเครื่องดื่มที่ปรุงสด" โดยเขามีเสนอว่า "ผู้ประกอบการอาจต้องแสดงระดับน้ำตาลบนเมนูหรือเคาน์เตอร์ขาย" พร้อมเรียกร้องให้กระทรวง "ออกแนวทางที่ชัดเจน จัดช่วงเวลาปรับตัว และ จัดอบรมเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก..." และ "การติดฉลากนี้จะช่วยให้ผู้บริโภค รับรู้และหันมาบริโภคเครื่องดื่มหวานน้อยมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการ ปรับสูตรให้ดีต่อสุขภาพขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ดี แต่ภาครัฐควรทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ"
ประธานสมาคมร้านกาแฟเมืองเปอตาลิงจายา "เคียว ก๊ก เม็ง" กล่าวยืนยันว่า "คำสั่งซื้อเครื่องดื่มแบบ "คุรังมานิส" เพิ่มขึ้นจริงๆ!!" และ "การนำกฎดังกล่าวมาใช้กับร้านค้าขนาดเล็ก อาจต้องใช้เวลานานหน่อย และ อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในที่สุด!!" และ "ถ้ามีการบังคับใช้จริง จะกระทบกับผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มเป็นหลัก และ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกผลัก ให้ผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระ" และ "มาเลเซียไม่ควรรีบทำตามประเทศอื่น โดยไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าระบบนี้ได้ผลจริงๆ"
ที่ปรึกษา "เช มามัด เช มอด" จากองค์กร "สมาคมเพื่อนทอมยัมห่วงใยชาวมาเลเซียทุกคน" กล่าวว่า "ชาวมาเลเซียจำนวนมากยังไม่รู้ว่าเครื่องดื่มที่ตนเองดื่ม ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง? จึงเห็นว่ากระทรวงควรเน้นการให้ความรู้ และ รณรงค์เรื่องโภชนาการก่อนบังคับใช้กฎหมาย" และ "หลายธุรกิจกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด การเพิ่มภาระด้านกฎระเบียบ อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม สิ่งที่จำเป็นคือโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการ เพื่อให้คนเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ยอดนิยมบางชนิด มีน้ำตาลมากแค่ไหน?" และ "มุมมองจากภาครัฐอาจอิงข้อมูลเชิงวิชาการ แต่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในตลาด..."
อ้างอิง : https://asianews.network/despite-seeking-less-sweet-drinks-malaysians-sugar-cravings-remain-strong/
มหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
7 จังหวัดในไทยมีแหล่งน้ำมันดิบบนบก เปิดแผนที่ขุมพลังงานสำคัญ
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศ
ฐานเงินเดือน"อาจารย์มหาวิทยาลัย"
ชาวกัมพูชานับแสนชุมนุมกลางพนมเปญ เรียกร้องรัฐคว่ำบาตรไทยทุกด้าน
เปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..
😯 ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายหายากของปรากฏการณ์อันน่าทึ่งที่พิสูจน์ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าพิศวง 😉
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 16/03/69 วันจันทร์มาทำงานกันอย่างเข้มแข็งน๊า
5 ความเข้าใจผิดเรื่องการชาร์จมือถือ ที่อาจทำให้แบตเสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว
สรุปสีสัน ออสการ์ 2026: ลีโอนาร์โด สร้างมีมใหม่กลางเวที Oscars ครั้งที่ 98 จนว่อนโซเชียล
เจาะสูตรลับฉบับลูกผู้ชาย: คัดเลข 2 ตัวเน้นๆ งวด 16 มีนาคม 2569 กับ "บารมีท้าวเวสสุวรรณ"
จังหวัดในประเทศไทยที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเลแต่มีเกาะ
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกกินวิตามินเสริม
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก




