💥 “จี๋ สุทธิรักษ์” เคลียร์ชัด ปมเทศกาลเจนนี่ถูกยกเลิกก่อนออเดอร์! ป้อง “เมย์ วาสนา” หลังโดนถล่มเรื่องอ้างชื่อไอดอลดัง
💥 “จี๋ สุทธิรักษ์” เปิดใจครั้งแรกหลังดรามา! ยอมรับถูกยกเลิกออเดอร์กว่า 20-25% ช่วงเทศกาลเจนนี่ มองเป็นเรื่องปกติ – ยันไม่ได้อ้างชื่อ “แจ็คสัน หวัง” หรือ “แบมแบม” ดันยอดขาย เผยเชื่อมือ “เมย์ วาสนา” พูดจริงทำจริง เตรียมปล่อยหนังใหม่ “ช่างทอง” เบียวที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย!
หลังจากกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลจากกระแส “เทศกาลเจนนี่” ที่มีทั้งกระแสยอดขายพุ่งทะยานและคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตลาด ล่าสุดนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ “จี๋ สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร” ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
เขายอมรับว่าแบรนด์ที่ตนทำร่วมกับ “เมย์ วาสนา อินทะแสง” ถูก ยกเลิกออเดอร์กว่า 20-25 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเทศกาลดังกล่าว แต่กลับมองเป็นเรื่องปกติในวงการขายของออนไลน์ และยืนยันว่า “ความคุ้มค่าที่แท้จริง” คือการที่ผู้คนได้รู้จักสินค้าและเข้าใจในคุณค่าของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
พร้อมกันนี้ “จี๋” ยังได้เคลียร์ชัดถึงประเด็นดรามาที่มีคนพูดถึงว่าแบรนด์ของพวกเขา อ้างชื่อศิลปินระดับโลกอย่าง “แจ็คสัน หวัง” และ “แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยเจ้าตัวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่ได้คิดถึงพาร์ตนั้นเลย” และทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญสนุก ๆ ที่ต้องการให้การดูแลตัวเองไม่น่าเบื่อ
💬 “จี๋” เผยการไลฟ์ขายของคือโลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน – ยอมรับพูดไม่ทันใครเลย!
“จี๋ สุทธิรักษ์” เปิดฉากเล่าประสบการณ์ครั้งแรกในฐานะ “แม่ค้าไลฟ์สดจำเป็น” ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เขายอมรับตรง ๆ ว่าการขายของออนไลน์นั้น เหนื่อยและใช้พลังเยอะกว่าที่คิดมาก
“ได้ค้นพบเลยครับว่าผมพูดไม่ทันใครเลย (หัวเราะ) ผมเป็นคนขายอะไรไม่เก่งเลย วันนั้นไปนั่งให้กำลังใจทีมมากกว่า ได้รู้ว่าการขายของออนไลน์มันไม่ง่ายเลย ต้องใช้เอเนอร์จี้เยอะมาก หัวต้องเร็วมากจริง ๆ ผมว่าผมถนัดพาร์ตหลังบ้านมากกว่า”
เจ้าตัวยังบอกด้วยว่า ตอนนั้นไม่ได้ตั้งเป้าจะมาช่วยเพิ่มยอดขาย แต่แค่อยากแนะนำสินค้าให้คนเข้าใจจริง ๆ ว่ามันคืออะไรและช่วยเรื่องไหน
“ตอนไปก็ไม่ได้ตั้งเป้าอะไรเป็นพิเศษครับ ผมอยากให้คนเข้าใจโปรดักส์มากกว่า อยากให้รู้ว่ามันมีคุณค่ากับเขายังไง ถ้าคนดูรู้สึกสนุก รู้สึกดี แค่นั้นก็โอเคแล้ว”
📉 ยอมรับมีออเดอร์ถูกยกเลิก 20-25% – แต่ไม่ซีเรียส มองเป็นเรื่องปกติของตลาดออนไลน์
แม้จะมีเสียงบ่นเรื่อง “ออเดอร์ถูกยกเลิกจำนวนมาก” หลังเทศกาลจบลง แต่จี๋กลับมองอย่างเข้าใจ
“ยอดยกเลิกออเดอร์ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการขายของออนไลน์ เพราะบางคนกดใส่ตะกร้าไว้ก่อนแล้วเปลี่ยนใจภายหลัง มันเกิดขึ้นได้เสมอครับ ความคุ้มค่าของผมไม่ใช่เรื่องตัวเลขยอดขาย แต่คือการที่คนรู้จักโปรดักส์มากขึ้น”
เขาย้ำว่าการได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ของการตลาดออนไลน์ เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก
“มันทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องการสื่อสาร การทำคอนเทนต์ การเข้าใจผู้บริโภค และที่สำคัญคือได้เห็นว่าการขายของไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ ทุกคนในทีมทำงานหนักมากครับ พี่เมย์ก็แฮปปี้ ทีมก็แฮปปี้ มันคือพลังบวกที่ส่งต่อกันได้จริง ๆ”
🌟 เคลียร์ดรามา “อ้างชื่อแจ็คสัน – แบมแบม” ดันยอดขาย: “ไม่ได้คิดถึงพาร์ตนั้นเลยครับ”
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์คือ การที่แบรนด์ของจี๋และเมย์ถูกมองว่า “อ้างชื่อศิลปินระดับโลก” อย่าง แจ็คสัน หวัง และ แบมแบม GOT7 เพื่อกระตุ้นยอดขาย
“จี๋” รีบชี้แจงด้วยความสุภาพว่า ตนเอง ไม่ได้มีเจตนา ใช้ชื่อศิลปินใด ๆ มาเป็นเครื่องมือทางการตลาด
“ด้วยความสัตย์จริงนะครับ ผมไม่ได้คิดพาร์ตนั้นเลย แค่พูดชื่อคนที่เราชื่นชม หรือยกตัวอย่างจากสิ่งที่เราเห็นในวงการเท่านั้นเอง แต่บางทีเวลาเราพูดในไลฟ์ มันอาจถูกเข้าใจไปอีกแบบ ผมเองพูดก็ยังพูดไม่ทันใครเลยครับ (หัวเราะ)”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า จุดประสงค์หลักของแบรนด์คือ “อยากทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสนุก”
“เราอยากทำให้เรื่องการดูแลตัวเองไม่น่าเบื่อ เลยอยากมีแคมเปญที่สนุก ๆ มีพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะกับโปรดักส์ ถ้าเขามีความสุข แบรนด์ก็มีความสุข และคนดูก็สนุกไปด้วย มันคือพลังบวกที่เราต้องการส่งต่อจริง ๆ ครับ”
💪 เชื่อมือ “เมย์ วาสนา” เต็มร้อย! ย้ำพูดจริงทำจริง – ปัจจัยบางอย่างคุมไม่ได้
ในฐานะพาร์ตเนอร์ธุรกิจ “จี๋” กล่าวชื่นชม “เมย์ วาสนา อินทะแสง” ว่าเป็นคนทำงานจริงจังและมีความตั้งใจสูง
“พี่เมย์เป็นคนทำงานเก่งมากครับ เวลาเขาอยากทำอะไร เขาจะพยายามทำให้ถึงที่สุด เขาเป็นคนพูดจริงทำจริง ทุกอย่างที่เห็นคือเขาทำสุดความสามารถแล้ว แต่บางเรื่องเราก็ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่ความคิดเห็นต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็วมาก”
เขายังบอกว่า ตนพยายามไม่เข้าไปอ่านคอมเมนต์มากนักในช่วงนี้ เพราะกำลังโฟกัสกับโปรเจกต์ภาพยนตร์ใหม่
“เอาจริง ๆ ช่วงนี้ผมแทบไม่ได้คุยกับมนุษย์เลยครับ (หัวเราะ) อยู่แต่กับการเตรียมร่างกายและบทหนังใหม่ คือโปรเจกต์ ‘ร่างทอง’ ที่เคยอัปเดตไว้กับพี่ ๆ รอบที่แล้ว ตอนนี้ใกล้เปิดกล้องแล้วครับ”
🎬 “ช่างทอง” – หนังใหม่แห่งปี 2026! จี๋การันตี “เบียวที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทย”
อีกหนึ่งข่าวดีสำหรับแฟนคลับคือ จี๋ได้เปิดเผยถึง โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ “ช่างทอง” ซึ่งเขารับบทนำและร่วมพัฒนาในบางส่วนของบทด้วย เจ้าตัวยืนยันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะ “ไม่เหมือนหนังไทยเรื่องไหนมาก่อน”
“โปรเจกต์ใหม่น่าจะเป็นหนังที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยเลยครับ ถ้าจะสปอยอะไรสักอย่างได้ ก็คงต้องบอกว่ามัน ‘เบียวที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทย’ แน่นอน (หัวเราะ)”
จี๋อธิบายว่า “ช่างทอง” เป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานความแฟนตาซี ดราม่า และแอ็กชันเข้าด้วยกัน โดยเขาต้องผ่านการฝึกฝนร่างกายอย่างหนักเพื่อให้สมบทบาท
“ไม่ได้เปลืองตัวนะครับ แต่ต้องซ้อมเยอะมาก เพราะบทมันมีความเป็นพล็อตเฉพาะตัว ใช้พลังเยอะ ทั้งทางกายและทางอารมณ์ ปีหน้าได้ดูแน่นอนครับ ปีนี้ขอดู ‘อนงค์’ ก่อน (ยิ้ม)”
🎥 เปิดใจเบื้องหลังชีวิต “หลังบ้าน” ของนักแสดงที่ผันตัวเป็นนักธุรกิจ
นอกจากงานแสดงแล้ว จี๋ สุทธิรักษ์ ยังถือเป็นหนึ่งในศิลปินที่เริ่มขยายบทบาทสู่โลกของธุรกิจและการตลาดออนไลน์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่เติบโตจากสายการแสดง
“มันคืออีกโลกหนึ่งเลยครับ โลกของการขายออนไลน์มันเร็วมาก ทุกอย่างต้องวางแผน ต้องพร้อมสื่อสาร ต้องรับฟังลูกค้า มันทำให้ผมได้เรียนรู้มุมใหม่ ๆ ของตัวเอง ได้เห็นคุณค่าของคนทำงานแต่ละพาร์ต ตั้งแต่ทีมแพ็กของ ทีมครีเอทีฟ ไปจนถึงทีมไลฟ์ มันคือการทำงานเป็นทีมจริง ๆ”
เขายังบอกว่า การได้ลงสนามเองทำให้รู้ว่าการขายของออนไลน์ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และยิ่งต้องรับมือกับคอมเมนต์จากผู้คนจำนวนมาก ก็ยิ่งต้องมี “ใจที่แข็งแรง”
“ผมได้เห็นเลยครับว่าคนทำงานออนไลน์ต้องรับแรงกดดันแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ขายของ แต่มันคือการสร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อใจ และความรู้สึกดีให้กับลูกค้า ผมเคารพทุกคนที่ทำอาชีพนี้มากขึ้นเยอะเลย”
🌈 มุมมองใหม่ของชีวิต – “อยู่ใกล้คนพลังบวก วันทั้งวันก็จะดีขึ้น”
สิ่งที่จี๋เน้นย้ำระหว่างให้สัมภาษณ์คือ “พลังงานบวก” ที่เขาได้รับจากการร่วมงานกับทีมเมย์วาสนา
“วันนั้นทุกคนเก่งมากครับ ทุกคนมีเอเนอร์จี้เยอะมาก พลังงานบวกเป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ ผมเชื่อว่าอยู่ใกล้คนที่มีความคิดดี ๆ เราก็จะได้รับแรงผลักดันไปด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องขายของ แต่มันส่งผลถึงจิตใจของเราเลยครับ วันไหนเจอทีมที่มีพลังบวก ผมว่ามันเปลี่ยนวันทั้งวันของเราได้เลย”
🛍️ เตรียมเปิดตัวโปรดักส์ใหม่เดือนหน้า – พร้อมขอฝากเนื้อฝากตัว “กับทุกหัวใจของแฟน ๆ”
แม้จะผ่านดรามามาหลายระลอก แต่จี๋ยืนยันว่า เขาและทีมไม่ท้อ พร้อมลุยต่อกับโปรเจกต์ใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนหน้า
“เดือนหน้าจะมีโปรดักส์ใหม่เปิดตัวครับ ขอฝากเนื้อฝากตัว ฝากหัวใจไว้ด้วยเลย (ยิ้ม) ครั้งนี้ตั้งใจมาก ทุกคนในทีมทุ่มสุดตัว อยากให้แฟน ๆ ได้เห็นว่าพวกเราพัฒนาอยู่ตลอดเวลา”
เขายังทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อว่าความตั้งใจดีจะพาเราไปถึงจุดที่ดีได้เสมอครับ”
🔍 บทวิเคราะห์: จากดรามาสู่บทเรียนเรื่อง “ความเข้าใจ” และ “การสื่อสารในโลกออนไลน์”
กรณีของ “จี๋ สุทธิรักษ์” และ “เมย์ วาสนา” สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า โลกออนไลน์คือพื้นที่ที่มีทั้ง “โอกาส” และ “แรงกดดัน” อยู่พร้อมกัน การตลาดยุคใหม่ต้องรับมือกับความเร็วของข้อมูลและการตีความที่แตกต่างจากผู้บริโภค
ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์บางรายมองว่า ดรามาครั้งนี้เป็น “บทเรียนสำคัญ” ของศิลปินที่ขยายสู่โลกธุรกิจ เพราะแม้จะมีเจตนาดี แต่การสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนเพียงเสี้ยววินาทีในไลฟ์ ก็อาจกลายเป็นกระแสใหญ่ได้ทันที
ในอีกมุมหนึ่ง การที่จี๋ออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับทุกอย่างด้วยน้ำเสียงสุภาพและความเข้าใจ ถือเป็นท่าทีที่ช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึง “ความเป็นมืออาชีพ” ของเขาในฐานะศิลปินยุคใหม่ที่รู้จักปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์
🌟 ปิดท้ายด้วยพลังบวกจาก “จี๋ สุทธิรักษ์”
แม้จะมีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ “จี๋ สุทธิรักษ์” คือคนที่ทำงานด้วยความตั้งใจและจริงใจ ไม่ว่าจะอยู่หน้ากล้องหรือนอกจอ
“ทุกสิ่งที่ผมทำ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหรือธุรกิจ ผมอยากให้มันมีความหมายกับคนดูและลูกค้าจริง ๆ ครับ ผมเชื่อว่าความจริงใจมันส่งถึงกันได้ ถึงแม้จะมีบางช่วงที่เราพูดไม่ทันใคร (หัวเราะ) แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าใจเราตรง มันจะถึงคนที่เขาเปิดใจฟังเราแน่นอนครับ”
📍สรุปภาพรวมเนื้อหา:
จี๋ ยอมรับยอดออเดอร์ถูกยกเลิก 20-25% ช่วงเทศกาลเจนนี่
ไม่ซีเรียส มองเป็นเรื่องปกติของตลาดออนไลน์
ยืนยันไม่ได้อ้างชื่อ “แจ็คสัน หวัง” หรือ “แบมแบม” เพื่อดันยอดขาย
เชื่อมือ “เมย์ วาสนา” ทำเต็มที่และพูดจริงทำจริง
เตรียมเปิดตัวโปรดักส์ใหม่เร็ว ๆ นี้
เผยหนังใหม่ “ช่างทอง” เบียวที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทย
ชาว เกษตรกร เขมร กดดันไทยเปิดด่าน ควบรถไถเหยียบนาข้าวทิ้ง ราคาตกต่ำสุดขีด
ชาวนาเขมรยกมือไหว้วอนคนไทย “เปิดด่านช่วยด้วย” หลังราคาข้าวทรุดหนัก สวนทางคำพูดในอดีตที่เคยดูแคลนไทย
พบเครื่องบิน "โบอิ้ง 737" ที่หายไป 13 ปี ถูกจอดทิ้งกลางสนามบิน
‘ดร.ธรณ์’ แนะนำ ถ้าจะย้ายที่อยู่ จังหวัดไหนเหมาะที่สุด ที่ไม่มีมลพิษของฝุ่นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
10 อันดับเมืองที่มีมลพิษสูงสุดกรุงเทพฯ
พืชที่มีพิษร้ายแรงเทียบเท่าพิษงูเห่า
แคปซูลกาลเวลา 1,700 ปี การค้นพบหลุมศพโรมันที่ "สมบูรณ์แบบ" ในฮังการี
แบงก์เขมรปิด ฮุน โต! เผ่นหนี ลูกค้าถอนเงินไม่ได้
🔍 ถอดรหัสปี 2568! คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุด สะท้อนภาพสังคมแห่งปี
เปิดการบ้านภาษาไทย เรียงอักษรให้เป็นคำ แบบนี้ยากไปไหม
'ฮุนเซน' ควันออกหู หลังลาวฉวยโอกาสขายของตัดหน้า แย่งสัมปทานจีน
สภาทนายความ แจงเหตุลบชื่อ ‘ทนายคนดัง’ ออกจากทะเบียนทนาย
ซาอุฯ สั่ง "มันอัดเม็ดไทย" เพิ่ม 30,000 ตัน! เกษตรกรเฮลั่น
นี่คือสิ่งมีชีวิตที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลก Redwood และ Sequoia
เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับของจีน ทดสอบบินและยิงกระสุนจริงครั้งแรกแล้ว
‘ดร.ธรณ์’ แนะนำ ถ้าจะย้ายที่อยู่ จังหวัดไหนเหมาะที่สุด ที่ไม่มีมลพิษของฝุ่นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
สื่อใหญ่เวียดนามวิจารณ์ยับ! “ราชมังฯ” เสื่อมสภาพหลังใช้แค่ 2 นัดในซีเกมส์
ทัพฟ้าไทย พร้อมรบ 24 ชั่วโมง โชว์ยุทโธปกรณ์สุดล้ำ โจมตีแม่นยำ "ไม่ให้ใครย่ำยี" น่านฟ้าไทย
ซาอุฯ สั่ง "มันอัดเม็ดไทย" เพิ่ม 30,000 ตัน! เกษตรกรเฮลั่น
เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับของจีน ทดสอบบินและยิงกระสุนจริงครั้งแรกแล้ว

