แม่โทรแจ้งความ หลังครูวาดภาพแปลกๆ บนแขนของลูกสาว
การพาลูกไปโรงเรียนทุกวัน อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวล เพราะเมื่อเด็กอยู่ที่บ้าน เราสามารถดูแลได้ตลอดเวลา แต่เมื่ออยู่โรงเรียน เด็กต้องเจอคนแปลกหน้ามากมาย แม้จะมีกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100%
ล่าสุดในประเทศจีน มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ปกครองทั่วประเทศตกใจ โดยเรื่องเริ่มจาก "รูปวาดแปลกๆ" ที่ครูวาด บนแขนของเด็กหญิงคนหนึ่ง
หลังเลิกเรียน เด็กหญิงเดินกลับบ้านกับเพื่อนๆ แล้วเจอผู้หญิงคนหนึ่งมาทัก บอกว่าตัวเองเป็น "ครูสอนเต้น" จากสถาบันใกล้ๆ และ ชวนเด็กๆมาลองเต้นดู บอกว่าถ้าใครเต้นเก่งจะได้เรียนเต้นฟรี...
เด็กๆก็สนุกตามธรรมชาติของวัย ทำตามคำชวนอย่างไร้พิษภัย หลังจากนั้น ครูคนนี้ก็เลือกเด็ก 2 คนที่เต้นเก่งที่สุด แล้ววาดสัญลักษณ์บางอย่างลงบนแขน พร้อมบอกว่า "ถ้านำเครื่องหมายนี้ไปที่ศูนย์ จะได้รับของขวัญด้วยนะ"
เมื่อกลับถึงบ้าน เด็กหญิงดีใจมากและอวดให้แม่ดู แต่แม่ของเธอรู้สึกแปลกใจ จึงถามลูกอย่างละเอียด และ เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด เธอตกใจมาก รีบโทรแจ้งตำรวจทันที
เมื่อดูใกล้ๆ แม่จำได้ว่าสัญลักษณ์นั้นคล้ายกับ เครื่องหมายที่แก๊งค้ามนุษย์ ใช้เพื่อระบุตัวเด็กเป้าหมาย ถ้าไม่ได้สังเกตทันเวลา ลูกสาวของเธออาจตกอยู่ในอันตราย
เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลจีนอย่างรวดเร็ว หลายคนคอมเมนต์ว่า เคยเห็นสัญลักษณ์คล้ายกันในเอกสารของตำรวจ บ้างก็แชร์ภาพจากเหตุการณ์ก่อนๆ ซึ่้งทำให้เหล่าผู้ปกครองทั่วประเทศ เริ่มรู้ว่าการหลอกเด็กไปขายนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด...
แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกตกเป็นเหยื่อ?
แม้เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับทุกครอบครัว ว่าการลักพาตัวในปัจจุบันมีวิธีการซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วย 4 วิธีง่ายๆดังนี้ เข่น...
1. ตรวจร่างกายลูกทุกวัน และถามไถ่รายละเอียดให้มาก
ก่อนนอน ใช้เวลาแค่ 2 นาทีดูแขน ขา เสื้อผ้าของลูกว่ามีรอยแปลกๆ หรือ ของที่ไม่รู้ที่มาหรือไม่ อย่าถามแค่ "วันนี้เรียนอะไร?" แต่ให้ถามว่า "วันนี้เจอคนแปลกหน้าหรือเปล่า? มีใครให้ของไหม?" เพราะการสังเกตเล็กๆแบบนี้ อาจช่วยชีวิตลูกได้...
2. สอนให้ลูกรู้จักระวัง และ รับมือกับคนแปลกหน้า
บอกลูกว่าอย่าไปกับคนที่ไม่รู้จัก อย่ารับของหรือขนมจากใคร และ ถ้ามีใครพยายามพาไป ให้ตะโกนดัง ๆว่า "ช่วยด้วย!" ซึ่งพ่อแม่สามารถเล่นบทบาทสมมติสั้นๆ กับลูกสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้เด็กจำและตอบสนองอัตโนมัติ เมื่อเจอสถานการณ์จริง...
3. ใช้อุปกรณ์ติดตาม และ กำหนดจุดนัดพบเมื่อหลงทาง
ซื้อนาฬิกา GPS หรือ ตัวติดตามตำแหน่งที่เชื่อมต่อกับมือถือผู้ปกครอง และ บอกลูกว่าถ้าหลงทางให้ยืนอยู่ที่จุดนัดพบ เช่น หน้าประตูโรงเรียน หรือ จุดเดิมที่คุ้นเคย ห้ามเดินไปไหนเอง การหาลูกใน 5–10 นาทีแรก เป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยชีวิตได้
4. แจ้งตำรวจทันทีเมื่อสงสัยสิ่งผิดปกติ
อย่าชะล่าใจ... เพราะแค่คิดว่าไม่เป็นไร อาจสายเกินไปแล้ว การแจ้งตำรวจเร็วๆ คือ การเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือได้มากที่สุด
อ้างอิง : soha
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ล้มยักษ์หักปากกาเซียน "หนึ่ง ขัติยะนนท์" พลิกประวัติศาสตร์ปากช่อง ปักธงพรรคประชาชนสำเร็จ
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
แฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกา
ทริคดีๆ ทำก่อนหวยออก เตรียมรับทรัพย์
นกที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในภายหลัง
ล้มยักษ์หักปากกาเซียน "หนึ่ง ขัติยะนนท์" พลิกประวัติศาสตร์ปากช่อง ปักธงพรรคประชาชนสำเร็จ
ส่องสีสันสนามเลือกตั้ง 69 เปิดรายชื่อคนดัง-คนบันเทิง ใคร "สอบผ่าน" ใคร "สอบตก"
CIB จับผู้ต้องหาหลังหนีคดีเกือบ 20 ปี ก่อนหมดอายุความเพียง 1 วัน
ดับ 2 ราย หลังเกิดเหตุฮ.ทหารตก ที่เกาหลีใต้
