หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สั่นสะเทือนทั้งประเทศ! เพจดังเผย “ยกเลิก MOU 43” เสี่ยงไทยเสียดินแดนทันที เขมรได้เปรียบเต็มๆ

เขียนโดย bbb1236555

ยกเลิก MOU43: เปิดมุมมองและทางออกของปม “เสียดินแดน” หรือ “ถูกเล่นทางการเมือง”?

ในวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ได้มีการเผยแพร่เนื้อหาจากแอคเคาต์ ThaiArmedForce ซึ่งกล่าวอ้างถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หากไทยดำเนินการ ยกเลิก MOU43 โดยสรุปใจความสำคัญว่า:

 “ถ้าหากยกเลิก MOU43 นอกจากจะ ‘เข้าทางเขมร 100%’ แล้วยัง ‘รับประกันการเสียดินแดนแน่นอน’ — โดยเฉพาะในประเด็นแผนที่ (1:200,000 vs 1:50,000) ที่มักถูกหยิบมาอธิบายให้ดูเหมือนไทยเสี่ยงถูกเอาเปรียบมากขึ้น”

บทความชิ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อตีความ ประเมินตรรกะ และเติมมุมมองที่สำคัญจากมิติทางกฎหมายและยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมและแนวทางที่เป็นไปได้

เบื้องต้น: MOU43 คืออะไร? ทำไมถึง “อยู่ในเกมชายแดน” ตลอดมา

ก่อนจะเข้าสู่ข้อถกเถียง เราต้องกลับมาทำความเข้าใจพื้นฐานของ MOU 43 (บันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543) ระหว่างไทยกับกัมพูชา:

MOU43 ลงนามเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 มีจุดประสงค์หลักคือให้ไทยและกัมพูชาร่วมกัน สำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก โดยอิงจากเอกสารชุดเดิม ได้แก่ สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส (ปี 1893, 1904, 1907) และแผนที่ต่าง ๆ ที่แนบท้ายสนธิสัญญาเหล่านั้น 

ในบันทึกจะกำหนดให้มี คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของไทยและกัมพูชา ทำหน้าที่สำรวจภาคสนาม จัดทำแผนที่ และติดตามผลการดำเนินงานตามแนวเขตแดนที่ตกลงกันไว้ 

MOU43 มี 9 ข้อ โดยข้อสำคัญ เช่น

  • ข้อ 1: กำหนดเอกสารอ้างอิง (สนธิสัญญา, แผนที่แนบท้าย) ในการปักปันเขตแดน 

  • ข้อ 4: เสนอให้แบ่งแนวเขตเป็นหลายตอน และเมื่อสำรวจเสร็จในแต่ละตอนให้จัดทำแผนที่แนบท้าย พร้อมบันทึกความเข้าใจย่อย ๆ 

  • ข้อ 8: ระบุวิธีระงับข้อพิพาทแบบ “สันติวิธี” เช่น ปรึกษาหารือและเจรจาเป็นหลัก 

โดยจุดเด่นของ MOU43 คือ มันเป็นกรอบทางเทคนิค — มิได้เป็น “การเปลี่ยนแปลงเขตแดนทันที” — แต่เปิดให้มีการสำรวจใหม่ ปักปันหลักเขตแดนจริงร่วมกัน

 

นอกจากนี้ ไทยและกัมพูชายังมี กลไกการเจรจาอื่น ๆ เช่น GBC (General Border Committee) และ RBC (Regional Border Committee) ซึ่งเป็นเวทีทหารที่ดูแลประเด็นชายแดนโดยเฉพาะ ที่ส่งเสริมให้ MOU43 ทำงานได้ต่อเนื่องในทางปฏิบัติ 

 

เจาะทีละประเด็น: ข้อโต้แย้ง 6 ข้อที่ถูกหยิบมา “ตอกฝาโลง”

ต้นฉบับมี 6 ข้อหลักที่อธิบายว่า “ยกเลิก MOU43 → ทางเขมรได้เปรียบ → ไทยเสียดินแดนแน่นอน” ผมขอถอดบทเรียน ชี้ช่องอ่อน-จุดแข็ง พร้อมใส่มุมมองเสริมให้สมดุล ดังนี้:

ข้อ 1: แผนที่ 1:200,000 หรือ 1:50,000 — ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้?

ข้ออ้างต้นฉบับ: คนไทยมักยก “แผนที่ 1:200,000” ว่าเป็นแบบหยาบ ต้องใช้ 1:50,000 เท่านั้น แต่อันที่จริง 1:200,000 ถูกยกมาใช้เจรจา ดังนั้นแปลว่าไทย “ยอมรับ” แผนที่ 1:200,000 ไปแล้ว — ขณะเดียวกัน แผนที่ 1:50,000 ก็ยังมีความคลาดเคลื่อน

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ถูกต้องที่ว่าแผนที่ทุกแบบ — ไม่ว่าจะ 1:50,000 หรือ 1:200,000 — มี “ความคลาดเคลื่อน” ได้ทั้งนั้น เพราะไม่มีแผนที่ใดแม่นยำระดับไร้ข้อผิดพลาด 100%

แต่การเลือก “มาตราส่วน” ไม่ได้แปลว่าเป็นการ “ยอมรับว่าเป็นเส้นเขตแดนสุดท้าย” — เดินทางเทคนิคระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงเปิดให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น LiDAR, GPS, การวัดภาคสนามจริง ฯลฯ

ตรรกะที่ว่า “เพียงใช้ 1:200,000 → ไทยยอมรับแผนที่นั้นแล้ว” เป็นการสรุปแบบง่ายเกินไป — เพราะในแง่วิชาการประเทศ มักยอมรับหลายมาตราส่วนเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเขตแดนเพียงหนึ่งเดียว

แผนที่ 1:50,000 อาจถูกใช้ในทางทหารหรือในงานระดับภูมิภาคเฉพาะ ส่วนมาตราส่วน 1:200,000 มักใช้ในงานระดับกว้างหรือแผนที่แนบท้ายสนธิสัญญาเก่า ๆ

ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างนี้มี “น้ำหนักบางส่วน” แต่ถูกใช้ในเชิง “ผลักความหวาดกลัว” มากกว่าจะเป็นข้อพิสูจน์ทางกฎหมาย

ข้อ 2: MOU43 คือ “การฝึกปักแนวเขต” ไม่ใช่ “รับรองแผนที่เก่า”

ข้ออ้างต้นฉบับ: เมื่อแผนที่ไม่ตรง จึงตกลงสร้างแผนที่ใหม่ให้ตรงจุดจริง — MOU43 จึงเป็นกรอบให้ “ปักแนวเขต” ไม่ใช่เป็นการยอมรับว่าแผนที่เดิม (1:200,000) ถูกต้องเสมอไป

 

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ข้อที่ว่า “แผนที่เดิมไม่ตรง” เป็นข้อสังเกตที่ถูกต้อง — เขตแดนตามธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลง (แม่น้ำไหลเปลี่ยน, ป่าไม้เคลื่อน, พื้นที่แห้งแล้งเปลี่ยน) ทำให้ต้องมีการสำรวจใหม่

MOU43 มี “คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม” เพื่อให้เกิดการสำรวจภาคสนาม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “เทคนิคเป็นตัวพิสูจน์จริง” มากกว่าการอ้างแผนที่เก่าโดยลำพัง 

อย่างไรก็ดี “การฝึกปักแนวเขต” ใน MOU43 ก็มีเงื่อนไขและกรอบข้อผูกมัด — ไม่ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงเขตแดนตามอำเภอใจ

 

ข้อ 2 ถือเป็นจุดที่ต้นฉบับตีให้เห็นมุม “ไทยได้เปรียบ” มาก — แต่ในความเป็นจริงมันเป็น “ความตั้งใจ” ของ MOU43 อยู่แล้ว ที่จะไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ล่วงหน้า

 

ข้อ 3: MOU43 ไม่ได้ “รับรอง” แผนที่ 1:200,000 ทั้งหมด

ข้ออ้างต้นฉบับ: MOU43 แม้แนบแผนที่ 1:200,000 ไว้เป็นเอกสารอ้างอิง แต่ไม่ได้แปลว่า “ต้องปฏิบัติตามแผนที่นั้นทั้งหมดทุกประการ”

 

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ข้อนี้เป็นการอธิบายจุดที่สำคัญ — การแนบแผนที่ใน MOU แต่ละฝ่ายอาจตีความต่างกันได้

แต่ในทางปฏิบัติ คู่รัฐมักถือว่าแผนที่แนบท้ายเป็น “หนึ่งในเอกสารอ้างอิง” — การปักปันเขตแดนใหม่ต้องทำให้สอดคล้องกับเอกสารต้นทาง (สนธิสัญญา + แผนที่แนบท้าย) มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ 

ข้อจำกัดอยู่ที่ว่า หากมีจุดที่แผนที่-เอกสารเดิมขัดแย้งกัน หรือไม่ชัดเจน สิทธิในการปรับแก้และเจรจาต่อยังมีอยู่

ดังนั้น ข้อ 3 เป็นข้อที่ค่อนข้าง “มีเหตุผล” — แต่ก็ต้องเข้าใจเงื่อนไขทางกฎหมายและเจตนารมณ์ของคู่สัญญาด้วย

ข้อ 4: ถ้า MOU43 สำเร็จ = ได้แผนที่ใหม่ที่ “ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ” จริง

ข้ออ้างต้นฉบับ: ผลลัพธ์ของ MOU43 คือการได้แผนที่ที่ถูกต้อง มีพิกัด GPS / ดาวเทียม ยืนยันได้จริง และจะไม่มีใครสามารถ “มาบิด/ย้ายหลักเขต” ได้อีก

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ข้อดีที่กล่าวถึงเป็น “อุดมคติ” — หากสำเร็จได้ตามนั้น แนวทางเป็นไปได้ทางวิชาการ

 

ในทางปฏิบัติ ปัจจุบัน คู่ไทย-กัมพูชาได้ตกลงจะนำเทคโนโลยีอย่าง LiDAR มาช่วยในการหาแนวสันปันน้ำและประเด็นระดับภูมิประเทศ ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดของแผนที่เก่า ๆ 

 

อย่างไรก็ตาม “ไม่มีใครสามารถบิด/ย้ายหลักเขตได้อีก” เป็นข้อความแบบอุดมคติ — ในความเป็นจริง อาจยังมีกรณีข้อพิพาทเฉพาะจุดที่ต้องแก้ไขทางเทคนิค

ประเมินแล้ว ข้อ 4 มีน้ำหนักเป็นเป้าหมายในอุดมคติ มากกว่าจะเป็นเงื่อนไขที่เกิดได้ทันที

 

ข้อ 5: ถ้ายกเลิก MOU43 → เหลือเพียงแผนที่ 1:200,000 ให้ใช้อ้างอิง

ข้ออ้างต้นฉบับ: เมื่อถอด MOU43 ออกไป ก็ไม่มีกรอบทางเทคนิคให้จัดทำแผนที่ใหม่ — ทำให้ “แผนที่ 1:200,000 เดิม” กลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงเพียงหนึ่งเดียว — และ 1:50,000 ไม่มีสถานะทางกฎหมาย

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ข้อสังเกตที่สำคัญคือ MOU43 เป็น “กรอบกลาง” — ไม่มีบทบัญญัติใดที่กล่าวว่า “ถ้าถอดออก → ให้กลับไปใช้แผนที่เดิมโดยอัตโนมัติ”

ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า MOU43 ไม่สามารถเพิกถอนฝ่ายเดียวได้ เพราะจดทะเบียนกับ UN และไม่มีเงื่อนไขการยกเลิกฝ่ายเดียวในบันทึกนั้น 

หากไม่มี MOU43 ก็อาจเกิดช่วง “อัมพาตทางเทคนิค” — ประเทศทั้งสองอาจพิสูจน์สิทธิผ่านกลไกอื่น เช่น ศาลระหว่างประเทศ — กระบวนการยาวและเสี่ยง

อีกทั้งแผนที่ 1:200,000 แม้ถูกใช้อ้างอิงบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้แปลว่าจะเป็น “ผลงานสมบูรณ์” — เพราะยังมีจุดที่ต้องปรับในภาคสนาม

ด้วยเหตุนี้ ข้อ 5 เป็นข้อโต้แย้งที่ “ทรงพลังทางการเมือง” มากกว่าทางเทคนิคเสมอไป

ข้อ 6: MOU43 เป็น “เครื่องมือป้องกัน” ไม่ให้เรื่องขึ้นศาลโลกทันที

ข้ออ้างต้นฉบับ: หากไม่มี MOU43 ฝ่ายกัมพูชาอาจพาเรื่องเข้า “ศาลโลก” ได้ง่ายขึ้น — ซึ่งในศาลโลกไทยอาจเสียเปรียบเพราะไม่มีกรอบเทคนิคกลาง — MOU43 ถูกออกแบบให้เป็นกลไกให้ “เจรจาในระดับทวิภาคี” ก่อน

ข้อสังเกต/วิจารณ์:

ข้อเท็จจริงคือ MOU43 กำหนดว่าเมื่อมีข้อพิพาท ให้ใช้ “การเจรจา/ปรึกษาหารือ” ก่อน ไม่ใช่การฟ้องศาลระหว่างประเทศทันที 

โดยที่กัมพูชาเคยอ้างว่า MOU43 ถูกจดทะเบียนกับสหประชาชาติ (UN Treaty Series) และไม่สามารถยกเลิกฝ่ายเดียวได้ 

แต่ในทางปฏิบัติ หากฝ่ายหนึ่งพยายามนำเรื่องไปสู้ศาลโลกโดยไม่ผ่าน MOU43 อาจถูกคัดค้านว่า “ยังมีพันธกรณีให้เจรจาในกรอบทวิภาคี”

ในอดีตมีข้อถกเถียงว่า MOU43 ถูก “ยกระดับ” ให้ใกล้เคียงสนธิสัญญาผ่านการจดทะเบียนใน UN โดยที่สภาผู้แทนราษฎรไทยอาจไม่ได้พิจารณาอย่างเต็มที่ 

ดังนั้น ข้อ 6 มีน้ำหนักในมิติ “กลยุทธ์ทางกฎหมายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” — แต่ไม่ได้ “การันตีว่าไทยจะชนะเสมอในศาลโลก”

 

วิเคราะห์ “บานปลาย” — จริงหรือแค่ “ตกใจประเด็น”?

เมื่อประเมินข้อโต้แย้งทั้ง 6 แล้ว เรามาพิจารณาภาพรวม:

ประเด็น ข้อดี/มีเหตุผล ข้อจำกัด/ต้องระวัง

ข้อ 1 (มาตราส่วนแผนที่) ชี้ให้เห็นว่ามาตราส่วนไม่ใช่ตัวตัดสินเขตแดน ไม่อาจสรุปว่าการใช้ 1:200,000 แปลว่า “ยอมรับ” โดยไม่มีเงื่อนไข

ข้อ 2 ยืนยันว่าจุดประสงค์คือ “ปักแนวเขตใหม่” ไม่มีใครได้เปรียบล่วงหน้าโดยไม่ได้เจรจา

ข้อ 3 ตอกย้ำว่า MOU43 ไม่ได้ล็อกให้ต้องใช้แผนที่เดิม ยังต้องอ้างอิงกับเอกสารต้นทาง

ข้อ 4 เป็นเป้าหมายทางอุดมคติที่พึงหวัง ต้องอาศัยความร่วมมือทางเทคนิคสูง

ข้อ 5 สร้าง “ความกลัว” ว่าหากไม่มีกรอบเทคนิคจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ไม่มีบทบัญญัติบังคับให้กลับไปใช้แผนที่เดิม

ข้อ 6 มีเหตุผลทางกลยุทธ์ — MOU43 เป็น “ด่านแรกทางกฎหมาย” หากจะฟ้องศาลโลก อาจมีการโต้แย้งว่า MOU ยังอยู่ในภาคปฏิบัติ

 

สรุปเชิงวิเคราะห์: ข้อโต้แย้งเหล่านี้มีน้ำหนักบางส่วน โดยเฉพาะในแง่มุม “ความกลัวถูกเล่นทางการเมือง” — แต่หลายส่วนเป็นการตั้งสมมุติฐานที่ “สุดโต่ง” และไม่อิงกับตรรกะทางกฎหมายหรือกลไกระหว่างประเทศในโลกแห่งความเป็นจริง

 

ทางออก: ถ้าไม่ยกเลิก MOU43 ต้องทำอะไร? ถ้ายกเลิก — ทางเลือกอยู่ตรงไหน?

เมื่อตั้งคำถามว่า “จะอยู่กับ MOU43 ต่อไป หรือถอยออก?” เรามาดูกลยุทธ์หรือทางเลือกที่อาจนำมาใช้ได้:

กรณี ไม่ถอด MOU43 (คงกรอบเดิมไว้)

1. เสริมเทคนิค-ข้อมูลภาคสนามให้แน่น

  ใช้ LiDAR, ดาวเทียม, GPS ความแม่นยำสูง พิสูจน์แนวเขตในจุดที่มีข้อสงสัย

2. เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน

  ให้ประชาชนได้รับรู้ว่า “แผนที่แนบท้าย” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

3. ยกระดับกลไกเจรจา

  เร่งประชุม JBC / อนุกรรมาธิการ / เวทีทวิภาคีให้มีผลงานเป็นรูปธรรม

4. เตรียมยุทธศาสตร์ทางการทูต

  หากอีกฝ่ายลุยนำเรื่องเข้าสู่สากล ให้ไทยมีข้อมูลรองรับว่า “เรายังมี MOU43 อยู่ และพร้อมเจรจา”

5. ปรับปรุงแก้ไขภายใน (กฎหมาย/รัฐธรรมนูญ)

  ตรวจสอบว่า MOU43 มีสถานะและบทบาทในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายไทยอย่างไร — ถ้ามีจุดอ่อนให้เสริม

 

กรณี ถอดหรือเพิกถอน MOU43

แม้จะเป็นทางเลือกที่ “เสี่ยง” แต่ก็ยังไม่ใช่ทางตัน — ถ้าจะเดินทางนี้ ไทยควร:

1. เตรียมฐานข้อมูลแน่นหนา

  สำรวจภาคสนามให้ครบถ้วนก่อนเพิกถอน — เพื่อสร้างหลักฐานให้แข็งแรง

2. ใช้เวทีระหว่างประเทศแบบมีแผน

  ถ้าหากเรื่องขึ้นศาลโลกหรือศาลระหว่างประเทศอื่น ๆ ไทยต้องมี “คลังข้อมูลเทคนิค+ประวัติ MOU43” รองรับ

3. เจรจากับกัมพูชาอย่างแข็งขันต่อเนื่อง

  แม้จะเพิกถอน แต่ยังสามารถเสนอข้อตกลงใหม่ — หรือกรอบใหม่ที่อัปเดตสำหรับยุคเทคโนโลยี

4. เตรียมกลยุทธ์ประชาสังคม & ป้องกันปลุกปั่น

  เพราะประเด็นชายแดนมักถูกใช้เป็นประเด็นการเมือง — ไทยต้องป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายภายใน

5. สำรองทางลัดทางกฎหมาย

  เช่น ให้มีบทบัญญัติภายในกฎหมายไทยว่า ถ้ามีประเทศเพื่อนบ้านยกเรื่องสู่ศาล ให้ไทยมีสิทธิอุทธรณ์ ฯลฯ

 

ข้อสังเกตเพิ่มเติม &คำถามที่ควรถาม

สิทธิยกเลิกฝ่ายเดียว? กัมพูชาแถลงว่า MOU43 ไม่อาจถูกยกเลิกโดยฝ่ายเดียว เพราะถูกจดทะเบียนกับ UN และไม่มีบทบัญญัติการยกเลิกฝ่ายเดียว 

 

สถานะทางกฎหมายของ MOU43 — แม้มีชื่อว่า “บันทึกความเข้าใจ (MOU)” แต่ในทางนิติรัฐศาสตร์ บันทึกที่มีผลผูกพันระหว่างรัฐอาจถือได้เสมือน “สนธิสัญญา” ในบางเงื่อนไข

คดีในศาลโลก / ระหว่างประเทศ — หากไม่มี MOU43 อยู่ในมือ ฝ่ายไทยอาจเสียเปรียบเมื่อต้องนำประเด็นเข้าศาลโลก

บทบาทของรัฐสภา — ประเด็นว่าการจดทะเบียน MOU43 กับ UN เคยผ่านการพิจารณาในรัฐสภาหรือไม่ เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทย 

สรุปบทสรุป — อย่าแค่สร้างความหวาดกลัว ให้ตั้งคำถาม + แลกเปลี่ยนทางวิชาการ

ต้นฉบับที่อ้างว่า “ยกเลิก MOU43 → เสียดินแดนแน่นอน 100%” เป็นการยกเหตุผลในเชิง “เตือนภัย” ที่หวังสร้างความตื่นตระหนก แต่ถ้ามองลึกเข้าไป จะพบว่า:

หลายข้อที่หยิบมาใช้ มีทั้ง “ส่วนจริง” และ “ส่วนสมมุติฐานสุดโต่ง” ผสมปนกัน

ปัญหาไม่ใช่แค่ “MOU43 อยู่หรือไม่อยู่” แต่เป็น “คุณภาพของข้อมูล เทคนิคการปักเขต เขตทางสังคม-การเมือง” ที่จะรองรับหรือปัดป้องการอ้างสิทธิของอีกฝ่

เนื้อหาโดย: bbb1236555
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 221 ครั้ง
เขียนโดย bbb1236555
นักเขียนสายข่าวไวรัลและประเด็นสังคมที่กำลังเป็นกระแส เชี่ยวชาญการสรุปเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่วินาที เน้นข่าวจริง เล่าเร็ว อ่านแล้ว “รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น” ติดตามเทรนด์ออนไลน์แบบเรียลไทม์ พร้อมจับประเด็นที่คนสนใจจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: sakura1569
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่จะขึ้นชื่อว่า มหานครเศรษฐกิจแห่งใหม่ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปิดลิสต์ 4 โรงงานยักษ์ใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานมากที่สุด อัปเดตปี 2569สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 พฤษภาคม5 จังหวัดขับยากที่สุดในไทย! เปิดสถิติ "ถนนปราบเซียน" ที่มือใหม่ต้องตั้งสติก่อนเปลี่ยนเลนความลับของ 'รูเล็กๆ' ท้ายกรรไกรตัดเล็บเลขเด็ดทักษามหาโชค งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว"3 รถไฟที่แน่นที่สุดในโลก"ชนบทของประเทศลาวถนน 4 อำเภอเข้ายากที่สุดในไทยรวยเงียบแต่ยั่งยืน! เจาะเคล็ดลับเศรษฐีญี่ปุ่นวัย 75 มี 45 ล้านแต่ใช้ชีวิตติดดิน เพื่อ "ความปลอดภัย"บทเรียนเลือดสู่บัลลังก์ทอง เบื้องหลังการหนีตายของ "เฮนรีที่ 5" และจุดจบของกษัตริย์ผู้ถูกลืมปลาช่อน 3 ชนิด ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุดพลิกโผปี 2026! เม็กซิโกคว้าแชมป์ "ประเทศที่น่าอยู่และมีความสุขที่สุด" ในราคาสบายกระเป๋ารวยเงียบแต่ยั่งยืน! เจาะเคล็ดลับเศรษฐีญี่ปุ่นวัย 75 มี 45 ล้านแต่ใช้ชีวิตติดดิน เพื่อ "ความปลอดภัย"บทเรียนเลือดสู่บัลลังก์ทอง เบื้องหลังการหนีตายของ "เฮนรีที่ 5" และจุดจบของกษัตริย์ผู้ถูกลืมชนเผ่าที่แทบไม่อาบน้ำ แต่ยังสะอาดในแบบของตัวเอง"ลิซ่า" ทำลายสถิติ! ค่าโพสต์ไอจีพุ่ง 60 ล้านบาทต่อครั้ง..ปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
"ลุงล้างถังน้ำหน้าคะมำตัวติด"รวยเงียบแต่ยั่งยืน! เจาะเคล็ดลับเศรษฐีญี่ปุ่นวัย 75 มี 45 ล้านแต่ใช้ชีวิตติดดิน เพื่อ "ความปลอดภัย""ลิซ่า" ทำลายสถิติ! ค่าโพสต์ไอจีพุ่ง 60 ล้านบาทต่อครั้ง..ปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้วการออกเสียงที่ถูกต้องของชื่อห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น "OIOI" 90% ของคนส่วนใหญ่ออกเสียงผิด
ตั้งกระทู้ใหม่