คู่รักหนุ่มสาวถูกจับหลังสลักชื่อบนกำแพงเมืองจีน
"กำแพงเมืองจีน" นับเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก ที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก ซึ่งได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางฝูงชนที่พลุกพล่าน เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่สาธารณชน ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่ง สลักชื่อและรูปหัวใจ ลงบนกำแพงโบราณอย่างโจ่งแจ้ง ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวโดยรอบจะเตือนพวกเขาแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงเมินเฉย เหล่านักท่องเที่ยวก็เลยถ่ายคลิปและภาพนิ่งเขา ก่อนนำไปอัพลงบนสื่อโซเชียลมีเดีย...
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า "เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่หอส่งสัญญาณซื่อ "หม่าไถ" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีน ในเมืองกู๋เป่ยโข่ว เขตมี่หยุน กรุงปักกิ่ง ซึ่งคู่รักคู่ดังกล่าว ได้ใช้หินที่เก็บขึ้นมาจากพื้นดิน สลักข้อความและลวดลายลงบนแผ่นหินโบราณ เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นเหตุการณ์และตะโกนห้ามปราม ทั้งคู่ก็เพิกเฉยและยังคงก่อเหตุทำลายทรัพย์สินต่อไป นักท่องเที่ยวรายหนึ่งได้บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด และ ส่งไปยังหน่วยจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว ก่อนนำอัพลงเน็ต" และ "หลังจากนั้นคณะกรรมการบริหาร จึงเริ่มดำเนินการสอบสวนทันที ซึ่งผลปรากฏว่าผู้สลักอักษรสองคน คือ "หม่าน" ชายวัย 26 ปี และ "หลิว" หญิงวัย 21 ปี พวกเขาได้เข้าไปในพื้นที่โบราณสถานเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 2025 และ ได้กระทำความผิดในเวลา 16.30 น. [ตามคำให้การของ "หม่าน" ผู้ซึ่งเป็นผู้สลักชื่อโดยตรง] ในขณะที่ "หลิว" เสนอให้วาดรูปหัวใจ"
เช้าวานนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมทั้ง 2 คน และ พวกเขาก็โดนลงโทษตามกฎหมาย เช่น การถูกจำคุกเป็นระยะเวลาหลายปี โดยไม่มีโทษปรับแต่อย่างใด...
กำแพงเมืองจีน "หม่าไถ" มีความยาว 5.4 กิโลเมตร มีหอสังเกตการณ์ 35 แห่ง และ เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีนโบราณ ที่ยังคงรักษาลักษณะเด่นหลายอย่าง จากสมัยราชวงศ์หมิงไว้ได้อย่างสมบูรณ์ กำแพงเมืองจีนถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในประวัติศาสตร์จีน กฎการคุ้มครองกำแพงเมืองจีน คือ ห้ามมิให้มีการแกะสลัก ทำลาย หรือ ทำลายสิ่งก่อสร้างโดยเด็ดขาด!!
เหตุการณ์นี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียของจีน และ ได้รับความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์หลายพันครั้ง ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่า "การกระทำของทั้งคู่ ไม่เพียงแต่ขาดความตระหนักรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการดูหมิ่นประวัติศาสตร์อีกด้วย" โดยชาวเน็ตบางคนเน้นย้ำว่า "การเก็บความทรงจำ ด้วยการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมนั้น เห็นแก่ตัว!! และ พวกเขาควรได้รับลงโทษอย่างรุนแรงเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู"
ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดก กล่าวว่า "นอกจากการลงโทษอย่างเข้มงวดแล้ว จำเป็นต้องเสริมสร้างการโฆษณาชวนเชื่อ และ การให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน" และ "ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด และ สั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยืนตามจุดต่างๆ เพื่อป้องกันการละเมิดที่อาจเกิดขึ้น จากเหล่านักท่องเที่ยว..."
อ้างอิง : 6park
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
บ้านเพื่อสุขภาพ คือ บ้านที่เงียบสงบ วิธีทำให้บ้านเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน
ถอดรหัสความเรียบง่ายของ "เทพเหว่ย": อัจฉริยะคณิตศาสตร์ผู้เลือกใช้ชีวิตสมถะ สวนทางโลกวัตถุนิยม
"หนุ่ม กะลา" เคลื่อนไหวเบาๆ ติดตามสถานการณ์ทองคำ
8 วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ฉบับคนขี้เกียจ
จริงมั้ย!! ไทยเหลือใช้น้ำมันแค่ 61 วัน เตรียมแผนซื้อน้ำมันกักตุน
ประเทศที่ทำศัลยกรรมมากที่สุดในเอเชีย
สนามบินดูไบกลับมาเปิดให้บริการแล้วแต่ยังจำกัดเที่ยวบิน
สาวขับรถเข้าซอยเจอคนเดินเยอะ นึกว่ากลับไปยุคจูราสสิค
ระทึกกรุงชิง! “ผู้ใหญ่กุ้ง” คลั่งยิงเพื่อนบ้านดับ บุกบ้านนายกฯ นาสาร เผารถ ก่อนโดนกระสุนปริศนาเจาะร่างดับคาที่
เมื่อ "เจ้าถิ่น" กลายเป็น "ขาตั้งกล้อง" ไวรัลสุดฮาจากตุรกีที่ทำเอาแมวเซเลบถึงกับมองแรง!
เมื่อ "จุดเซฟ" ในเกมโผล่ขึ้นกลางทะเลสาบ! ปรากฏการณ์ชวนอึ้งที่คามิสุวะ


