หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นักบรรพชีวินวิทยาพบร่องรอยบนโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ชี้ให้เห็นว่าสมัยก่อนมนุษย์เคยกินเนื้อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง


โพสท์โดย Kidmaiook

พบหลักฐานบนโครงกระดูกอย่างน้อย 11 ราย ของมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรียในช่วงปลายยุคหินใหม่ อายุราว ๆ 5,709–5,573 ปี ก่อน ในถ้ำเอลมิราดอร์ (El Mirado) ในเซียร์ราเดอาตาปูแอร์กา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าในยุคนั้นพวกเขาอาจจะกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง 

การกินเนื้อมนุษย์นั้นเป็นพฤติกรรมที่ซับซ้อน ตีความหมายและจุดประสงค์ของการกระทำเหล่านั้นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความยากลำบากในการเข้าใจจิตใจของมนุษย์ด้วยกันเอง และหลักฐานที่ยังไม่เพียงพอในการสรุปว่าเหตุใด้มนุษย์เหล่านั้นถึงหันมากินเนื้อกันเอง แม้จะหาข้อสรุปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ทำการศึกษาและระบุเหตุผลหลัก ๆ ถึงสาเหตุของการกินเนื้อกันเองของมนุษย์ในยุคนั้น 

มีหลายสาเหตุที่ทำให้บรรพบุรุษของเรามีพฤติกรรมกินเนื้อคน ตั้งแต่การกินในรูปแบบของการบริโภคอาหาร ไปจนถึงการทำพิธีกรรมต่าง ๆ 

นี่คือรูปตัวอย่างของกระดูกที่ทางนักวิจัยได้ทำการถ่ายหลักฐานเก็บไว้ 

 

Palmira Saladié นักบรรพชีวินวิทยาจากสถาบันบรรพชีวินวิทยามนุษย์และวิวัฒนาการทางสังคมแห่งคาตาลัน (IPHES) ในประเทศสเปน และเพื่อน ๆ ในทีมวิจัย พบหลักฐานการกินเนื้อมนุษย์บนกระดูกจำนวน 650 ชิ้นจากถ้ำเอลมิราดอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของสิ่งที่เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงหลังการตาย (Postmortem Change) ได้แก่ การทำให้ปลายกระดูกเรียบซึ่งเกี่ยวข้องกับการโยนกระดูกเหล่านั้นลงในหม้อปรุงอาหาร การเปลี่ยนสีซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผาศพ และรอยตัดบนกระดูก 132 ชิ้น ซึ่งสอดคล้องกับ การลอกเนื้อ การถลกหนัง การแตกข้อต่อ การแยกส่วน และการควักไส้ กระดูกบางชิ้นยังแสดงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เรียกว่า การลอกผิว นักวิทยาศาสตร์ยังถกเถียงกันว่าการลอกผิวนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่กลไกหนึ่งที่เป็นไปได้คือการถูกกัด นักวิจัยกล่าวว่าซากกระดูกบางส่วนที่ประกอบเข้าด้วยกันมีร่องรอยที่ชัดเจนว่าถูกฟันมนุษย์กัด

นอกจากการศึกษาสาเหตุของการตายของกระดูกเหล่านั้นแล้ว นักวิจัยยังศึกษาด้วยว่าเจ้าของกระดูกเหล่านั้นเป็นใครมาจากไหน ด้วยวิธีการหาด้วยคาร์บอนกัมตรังสี และการวิเคราะห์ไอโซโทป ซึ่งผลที่ได้ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ที่ถูกกินทั้งหมดเสียชีวิตในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และถูกฆ่าและกินในเหตุการณ์เดียวกัน การวิเคราะห์อัตราส่วนไอโซโทปของสตรอนเซียมในกระดูกแสดงให้เห็นด้วยว่า มนุษย์ที่ถูกกินทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่น

จากหลักฐานการวิเคราะห์ของนักวิจัยพบว่าการกินเนื้อมนุษย์ในสมัยการนั้นมีสาเหตุและที่มาที่ไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้สงคราม การกินเพื่อความอยู่รอด หรือแม้กระทั่งการกินเพื่อพิธีกรรมความเชื่อ และแม้ว่าเราจะไม่รู้จุดประสงค์แน่ชัดของการกินเนื้อมนุษย์ของคนในสมัยก่อน แต่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมอันโหดร้ายป่าเถื่อนของสังคมในยุคนั้น 

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.sciencealert.com/human-bones-reveal-evidence-of-one-horrifying-cannibalistic-feast
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Kidmaiook's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 219 ครั้ง
โพสท์โดย Kidmaiook
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทยสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทยผักที่หากินยากที่สุดในไทย5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตรวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569จังหวัดที่มีจำนวนอำเภอมากที่สุดในประเทศไทยตลาดน่าเที่ยวที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผลไม้เป็นมิตรต่อลำไส้ แก้ท้องผูก กากใยสูง ช่วยขับถ่ายหลายคนอาจไม่เคยรู้ "เส้นบนผ้าเช็ดตัว" คืออะไร ? บอกเลยประโยชน์มากกว่าเอาไว้จับธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ร้อนระอุทั้งแผ่นดิน ฝนยังไม่ช่วยคลายทุกข์—เตือนใจคนไทยรับมือพายุฤดูร้อนที่กำลังจะมาเจาะลึกแฟชั่นยุค 80 ผู้หญิง: ย้อนรอยสไตล์ "More is More" ที่กลับมาฮิตในปัจจุบันวิธีปลูกฟักทองยักษ์ให้ทำลายสถิติโลก: เผยเคล็ดลับจากมือโปรระดับโลกไข่จิ๋วสะเทือนโลก! กินเนสส์รับรอง “ไข่ไดโนเสาร์เล็กที่สุด” จากจีน อายุ 80 ล้านปี
ตั้งกระทู้ใหม่