10 ชนิดปลาที่มีปรอทสูงสุด : อร่อยแค่ไหนก็ควรระวัง!!
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
ปลาถือเป็นอาหาร "ทองคำ" ในมื้ออาหารประจำวัน เพราะอุดมด้วยโปรตีน ไขมันอิ่มตัวต่ำ และ กรดไขมันโอเมก้า3 ที่ดีต่อหัวใจ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ปลาทุกชนิดจะปลอดภัยและมีประโยชน์เสมอไป เนื่องจากปลาบางชนิด มีปริมาณปรอทสูงจนกลายเป็น "ดาบสองคม" ต่อสุขภาพของเรา...
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์สุขภาพ "Everyday Health" พบว่า "ปรอทในปลาส่วนใหญ่มีอยู่ในรูป "เมทิลเมอร์คิวรี" ซึ่งเป็นรูปแบบอินทรีย์ของปรอท โดยการรับประทานมากเกินไป อาจเป็นพิษต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ และ ผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร"
ปริมาณปรอทในปลา มักถูกวัดเป็นสัดส่วนล้าน หรือที่เรียกว่า "ppm" โดยองค์การอาหารและยาของอเมริกา กำหนดค่าปริมาณสูงสุดของเมทิลเมอร์คิวรีในปลา สำหรับการบริโภคมนุษย์ไว้ที่ 1 ppm ซึ่งงานวิจัยพบว่าปลาส่วนใหญ่ มีระดับเมทิลเมอร์คิวรีตั้งแต่ต่ำกว่า 0.01 ppm ถึง 0.5 ppm แต่หากรับประทานปลาจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาที่มีปรอทสูง ก็เสี่ยงสะสมปรอทในร่างกายได้เช่นกัน
ทาง Everyday Health ได้จัดทำรายชื่อ 10 ชนิดปลาที่มีปรอทสูงที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ และ ควบคุมการบริโภคให้ปลอดภัย เช่น...
1. ปลากระเบนงอย (Tilefish): 1.123 ppm
ปลาชนิดนี้จากอ่าวเม็กซิโก มีระดับปรอทสูงเกินมาตรฐาน องค์การอาหารและยา ถึงแม้รสชาติจะหวานคล้ายกุ้งหรือปู แต่ไม่แนะนำให้รับประทาน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และ เด็ก
2. ปลาปากดาบ (Swordfish): 0.995 ppm
มีปรอทสูงใกล้เคียงกับปลากระเบนงอย จัดอยู่ในกลุ่มปลาที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก ควรหลีกเลี่ยง!!
3. ปลาฉลาม: 0.979 ppm
เป็นปลาขนาดใหญ่ ที่อยู่บนห่วงโซ่อาหารสูง ทำให้สะสมปรอทในร่างกายมาก เหมาะสมที่จะหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
4. ปลากะตักคิง (King Mackerel): 0.73 ppm
มีปรอทในระดับสูง หากไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือ วางแผนมีบุตร สามารถรับประทานได้ในปริมาณจำกัด
5. ปลาทูน่าตาโต (Bigeye Tuna): 0.689 ppm
ไม่เพียงมีปรอทสูง แต่ยังถูกจับมากเกินไปจนใกล้สูญพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงและเลือกทูน่ากระป๋องแทน (มีเพียง 0.126 ppm)
6. ปลาส้ม (Orange Roughy): 0.571 ppm
ปลาชนิดนี้มีอายุยืนยาว (อาจถึง 200 ปี) และโตช้า นอกจากมีปรอทสูงแล้ว ยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหากบริโภคมากเกินไป
7. ปลามาร์ลิน (Marlin): 0.485 ppm
หรือที่ผู้คนทั่วไปเรียกว่า "ปลาธง" ก็ควรหลีกเลี่ยงสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่กำลังให้นมบุตร และเด็ก
8. ปลากะพงเก๋า (Grouper): 0.448 ppm
หากจะรับประทาน ควรจำกัดไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือน เพื่อไม่ให้เกินค่าปรอทสูงสุดที่กำหนด
9. ปลากะพงชิลี (Chilean Sea Bass): 0.354 ppm
เนื้อปลามีรสชาติดี อาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็นลึก แม้ปรอทต่ำกว่าชนิดอื่นในรายชื่อ แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ
10. ปลาลิ้นหมา (Halibut): 0.241 ppm
บางชนิดอาจมีปรอทสูงกว่าที่ระบุ แต่ส่วนใหญ่ถือว่าปลอดภัยถ้ารับประทานพอดี อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนมีบุตรควรหลีกเลี่ยง
สรุป: ปลาเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ไม่ควรบริโภคเกินพอดี โดยเฉพาะชนิดที่มีปรอทสูง เพื่อป้องกันการสะสมสารพิษในร่างกาย...
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
จังหวัดที่มีจำนวนอำเภอมากที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
การหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบินลำใหญ่ที่ยังคงเป็นปริศนามาจนปัจจุบัน
“ลูกข่างไทย” การละเล่นพื้นบ้านสุดคลาสสิก หมุนความสนุก พร้อมกติกาลงโทษสุดมัน!
ผลไม้เป็นมิตรต่อลำไส้ แก้ท้องผูก กากใยสูง ช่วยขับถ่าย
ร้อนระอุทั้งแผ่นดิน ฝนยังไม่ช่วยคลายทุกข์—เตือนใจคนไทยรับมือพายุฤดูร้อนที่กำลังจะมา
เจาะลึกแฟชั่นยุค 80 ผู้หญิง: ย้อนรอยสไตล์ "More is More" ที่กลับมาฮิตในปัจจุบัน
วิธีปลูกฟักทองยักษ์ให้ทำลายสถิติโลก: เผยเคล็ดลับจากมือโปรระดับโลก
ไข่จิ๋วสะเทือนโลก! กินเนสส์รับรอง “ไข่ไดโนเสาร์เล็กที่สุด” จากจีน อายุ 80 ล้านปี










