หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งฟ้าผ่า! เดินหน้าย้ายชาวกัมพูชารุกชายแดนไทยทันที

โพสท์โดย bbb1236555

ผู้ว่าฯ สระแก้วใช้มาตรการเด็ดขาด! จี้กัมพูชาย้าย 170 ครัวเรือนพ้นพื้นที่บุกรุกชายแดน บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว ย้ำอธิปไตยไทย หวั่นปะทะตึงเครียดยืดเยื้อ

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด จัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินของชาวกัมพูชาที่เข้ามาสร้างบ้านเรือนในเขตแดนไทย โดยได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจีย ประเทศกัมพูชา เพื่อขอให้ดำเนินการย้ายชาวบ้านที่บุกรุกกว่า 170 ครัวเรือน ออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว

มาตรการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการยืนยันอธิปไตยไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการจัดการปัญหาชายแดนที่มีความซับซ้อนทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

ภาพรวมการบุกรุกพื้นที่ชายแดน

จากข้อมูลการตรวจสอบของฝ่ายปกครอง พบว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาสร้างบ้านเรือนในฝั่งไทยรวมกว่า 170 ครัวเรือน โดยแบ่งเป็น

บ้านหนองจาน : 135 ครัวเรือน บนพื้นที่ประมาณ 64 ไร่

บ้านหนองหญ้าแก้ว : 35 ครัวเรือน บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่

พื้นที่ดังกล่าวถูกจัดอยู่ในเขตป่าและพื้นที่ตามกฎหมายของไทย ทำให้การตั้งถิ่นฐานของชาวกัมพูชาถือเป็นการ บุกรุกที่ผิดกฎหมาย และละเมิดอธิปไตยโดยตรง

 

มาตรการของฝ่ายไทย

เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ผู้ว่าฯ สระแก้ว ได้ดำเนินการหลายด้าน ได้แก่

1. ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจีย

เพื่อขอความร่วมมือให้กัมพูชาจัดการย้ายชาวบ้านของตนเองออกจากพื้นที่บุกรุก โดยยึดตามกรอบ MOU การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543

2. ติดตั้งป้ายเตือน 3 ภาษา (ไทย-อังกฤษ-เขมร)

ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อแจ้งชัดเจนว่า พื้นที่นี้อยู่ในเขตแดนไทย และเป็นการบุกรุกผิดกฎหมาย

3. ประกาศใช้กฎหมายไทยอย่างเด็ดขาด

หากยังเพิกเฉย ไม่ย้ายออก ฝ่ายไทยจะดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

พระราชบัญญัติป่าไม้

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ

มาตรการเหล่านี้สะท้อนว่าไทยพร้อมใช้ทั้ง แนวทางการทูตและกฎหมายควบคู่กัน เพื่อจัดการปัญหาโดยไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ

 

ปฏิกิริยาของชาวกัมพูชา

รายงานระบุว่า มาตรการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวกัมพูชาบางส่วน โดยมีการเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ไทย แม้ยังไม่ถึงขั้นปะทะ แต่สถานการณ์ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ฝ่ายความมั่นคงไทย ทั้ง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และฝ่ายปกครอง ได้เสริมกำลังควบคุมพื้นที่ พร้อมย้ำแนวทางปฏิบัติที่ใช้ ความอดทนอดกลั้นสูงสุด และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันการปะทะที่อาจบานปลายกลายเป็นวิกฤติระหว่างประเทศ

 

มิติทางกฎหมายและอธิปไตย

การบุกรุกของชาวกัมพูชาแม้ดูเป็นเพียงการสร้างบ้านเรือนเพื่ออยู่อาศัย แต่ในเชิงกฎหมายถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติไทยอย่างชัดเจน หากปล่อยปละละเลย อาจส่งผลให้เกิดการอ้างสิทธิ์พื้นที่ในอนาคต

MOU ปี 2543 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ไทย–กัมพูชา เป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน แต่กระบวนการปฏิบัติในพื้นที่จริงยังคงมีความอ่อนไหวสูง เพราะเกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งสองฝั่ง

 

แผนระยะยาว: การสร้างรั้วชายแดน

เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซาก สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้อนุมัติแนวทาง สร้างรั้วชายแดน ในพื้นที่ดังกล่าว ครอบคลุมระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร โดยรั้วนี้จะทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตชัดเจนระหว่างไทยและกัมพูชา ลดช่องว่างในการบุกรุก

แม้แผนนี้จะช่วยเสริมความมั่นคง แต่ก็มีความท้าทายทั้งเรื่องงบประมาณ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองฝั่งชายแดนที่เคยพึ่งพาอาศัยกัน

 

เวทีทวิภาคี: GBC วันที่ 10 กันยายน 2568

ประเด็นดังกล่าวจะถูกหยิบยกเข้าสู่การประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ระหว่างไทย–กัมพูชา ในวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้

ที่ประชุม GBC จะเป็นพื้นที่สำคัญในการหาทางออกที่ยั่งยืน ทั้งในมิติการรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และการสร้างความเข้าใจร่วมกันในระดับทวิภาคี

 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

1. ด้านความมั่นคง

หากกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ การกดดันในพื้นที่ชายแดนอาจนำไปสู่ความตึงเครียด หรือแม้กระทั่งเหตุปะทะระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่

2. ด้านเศรษฐกิจและสังคมชายแดน

การสร้างรั้วชายแดนอาจส่งผลกระทบต่อการค้าขายและการดำเนินชีวิตของประชาชนสองฝั่งที่เคยไปมาหาสู่กัน

3. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ไทยและกัมพูชาต้องบริหารจัดการปัญหานี้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้บานปลายกลายเป็นประเด็นทางการเมืองระดับชาติ ที่อาจกระทบต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

 

บทสรุป

มาตรการของ ผู้ว่าฯ สระแก้ว ในการส่งหนังสือถึงผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจีย และเรียกร้องให้ย้าย 170 ครัวเรือนกัมพูชาออกจากพื้นที่บุกรุก ถือเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาชายแดนไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมายหรือการทหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองฝั่ง ความอดทน อดกลั้น และการใช้กลไกทวิภาคีอย่าง GBC จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยหาทางออกที่ยั่งยืน ลดความตึงเครียด และสร้างความมั่นคงร่วมกันในระยะยาว

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile


โพสท์โดย: bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/695 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลกการใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุดจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งปิดตำนานโรงแรมนารายณ์ ความทรงจำย่านสีลม แล้วพบกันใหม่ในปี2571 นะเครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรสจังหวัดที่มีการเปลี่ยนชื่อของไทยเปิดโผ ประเทศที่กินอาหารเผ็ดที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สมุทรสงคราม – ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออกรักพัง 14 ปี! หนุ่มช้ำจับโป๊ะเมียผูกข้อมือสาวหล่อ เลี้ยงดูอย่างดีแต่ถูกเย้ยหยามศักดิ์ศรี(เกาะติด) วินาทีกราดยิง-จับตัวประกัน "รร.พะตงประธาน สงขลา" ฟ้ามืดแล้วแต่เสียงปืนยังดังอยู่!เสียงตะโกนหน้ากรมอุทยานฯ การจากไปของ “สีดอหูพับ” กลายเป็นคำถามต่อความรับผิดชอบ
ตั้งกระทู้ใหม่