ทรัมป์เปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม” ย้ำใช้ชื่อนี้ถาวร
เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามต่อฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เป็นกระทรวงสงคราม ในพิธีลงนามที่จัดขึ้นในธรรมเนียบขาว
โดยชื่อกระทรวงสงครามนี้เคยถูกใช้มาก่อนหน้านานแล้ว จนกระทั่งจบสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเปลี่ยนเป็นกระทรวงกลาโหม เนื่องจากต้องการเปลี่ยนไปเน้นบทบาทในการป้องกันประเทศไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
แต่ต่อจากนี้ทุกตำแหน่งในกระทรวงนี้ จะถูกเปลี่ยนไป เช่น รัฐมนตรีสงคราม รัฐมนตรีช่วยสงคราม ซึ่งการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในสหรัฐฯ และต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งสองสภาของรัฐสภา แต่ขณะนี้พรรคของทรัมป์ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา เลยมีอำนาจ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังนำทหารและกองทัพสหรัฐฯ มาใช้ในกิจการภายในประเทศ รวมถึงการจัดตั้งเขตทหารตลอดแนวชายแดนทางใต้ ที่ติดกับเม็กซิโกเพื่อปราบปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงส่งทหารไปตามเมืองต่าง ๆ โดยอ้างว่าเป็นการปราบปรามอาชญากรรม
เครดิต: tnnworld
ปิดตำนานโรงแรมนารายณ์ ความทรงจำย่านสีลม แล้วพบกันใหม่ในปี2571 นะ
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุด
การใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรส
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.
นี่คือภาพของความสวยงามของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมองมาจากนอกโลก
น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/69
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กกต. สั่งสอบด่วนปมเลือกตั้งชลบุรี เตรียมเอาผิด "สาวเสื้อแดง" บุกเปิดหีบขัดกฎหมาย
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
สมุทรสงคราม – ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออก
รักพัง 14 ปี! หนุ่มช้ำจับโป๊ะเมียผูกข้อมือสาวหล่อ เลี้ยงดูอย่างดีแต่ถูกเย้ยหยามศักดิ์ศรี
(เกาะติด) วินาทีกราดยิง-จับตัวประกัน "รร.พะตงประธาน สงขลา" ฟ้ามืดแล้วแต่เสียงปืนยังดังอยู่!
เสียงตะโกนหน้ากรมอุทยานฯ การจากไปของ “สีดอหูพับ” กลายเป็นคำถามต่อความรับผิดชอบ


