IO กัมพูชานำภาพเด็กเขมรกับทหารไทยที่บ้านหนองจาน สร้างคลิปด้วย Ai เพื่อใช้เป็นโฆษณาชวนเชื่อ ปั่นกระแสหลอกคนเขมรด้วยกันเอง
โพสท์โดย เนเปิ้ล
สำหรับวันนี้มาติดตามเรื่องราวของเพจ Facebook ชื่อดังที่มีชื่อเพจว่า Army Military Force ที่ล่าสุดได้มีการออกมาเปิดเผยคลิปวีดีโอพร้อมระบุข้อความแคปชั่นเอาไว้ว่า
ดูความชั่ว ของพวก IO กัมพูชาสิ ล่าสุดนำภาพเด็กเขมรกับทหารไทยที่บ้านหนองจาน สร้างคลิปด้วย Ai เพื่อใช้เป็นโฆษณาชวนเชื่อ ปั่นกระแสหลอกคนเขมรด้วยกันเอง สังเกตดูๆ ดี เป็นวิดีโอสั้น การเคลื่อนไหวของวีดีโอ และจังหวะที่ถือท่อนไม้ไม่สมูท แถมหน้าทหารไทยอย่างกับฝรั่ง จมูกสูงโด่งอย่างกะดอยอินทนนท์ ฮาๆ เมื่อวานพวก IO กัมพูชาได้สร้างภาพ AI ปั่นกระแสหลอกคนเขมรไปแล้วรอบหนึ่ง
แน่นอนการปั่นกระแสดังกล่าวของชาวเขมรก็ทำให้ประชาชนชาวเขมรหลงเชื่อตามว่าทหารไทยได้มีการขู่ทำร้ายเด็กเล็กของเขมรที่ได้มีการยืนปกป้องพื้นที่อธิปไตยของเขมรพร้อมกับมีการต่อว่ากล่าวหาทหารไทยว่าทำร้ายแม้กระทั่งเด็ก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/69
การใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรส
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ปิดตำนานโรงแรมนารายณ์ ความทรงจำย่านสีลม แล้วพบกันใหม่ในปี2571 นะ
เปิดโผ ประเทศที่กินอาหารเผ็ดที่สุดในโลก
กกต. สั่งสอบด่วนปมเลือกตั้งชลบุรี เตรียมเอาผิด "สาวเสื้อแดง" บุกเปิดหีบขัดกฎหมาย
ปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุดHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดกระทู้อื่นๆในบอร์ด
ข่าววันนี้
สมุทรสงคราม – ฮือฮา!! วัดจุฬามณี จัดพิธีใหญ่บวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ ๘ ทิศ พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายเลข ขอเลขเด็ดใกล้วันหวยออก
รักพัง 14 ปี! หนุ่มช้ำจับโป๊ะเมียผูกข้อมือสาวหล่อ เลี้ยงดูอย่างดีแต่ถูกเย้ยหยามศักดิ์ศรี
(เกาะติด) วินาทีกราดยิง-จับตัวประกัน "รร.พะตงประธาน สงขลา" ฟ้ามืดแล้วแต่เสียงปืนยังดังอยู่!
เสียงตะโกนหน้ากรมอุทยานฯ การจากไปของ “สีดอหูพับ” กลายเป็นคำถามต่อความรับผิดชอบ