หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย้อนตำนาน “มันจบแล้วครับนาย” เนวิน ประกาศตัดขาดทักษิณ จุดเปลี่ยนการเมืองไทย


เขียนโดย bbb1236555

“มันจบแล้วครับนาย” วลีอมตะในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จุดแตกหัก เนวิน – ทักษิณ และการเปลี่ยนขั้วที่สั่นสะเทือนประเทศ

หากจะกล่าวถึงวาทะกรรมการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดประโยคหนึ่งของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก “มันจบแล้วครับนาย” คำพูดสั้น ๆ แต่กินใจ ที่ถูกเล่าขานว่าออกมาจากปากของ นายเนวิน ชิดชอบ อดีตขุนพลคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2551

วลีนี้ไม่ได้เป็นเพียงประโยคธรรมดา หากแต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดความสัมพันธ์ การเมืองระหว่าง “นาย” กับ “บ่าว” ที่เคยแนบแน่น และยังสะท้อนให้เห็นถึงความจริงอันโหดร้ายในโลกการเมืองว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”

 

ฉากหลัง: การเมืองไทยในปี 2551

ปี 2551 ถือเป็นปีที่การเมืองไทยสับสนวุ่นวายที่สุดปีหนึ่ง ประเทศไทยเพิ่งผ่านเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มรัฐบาลไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เครือข่ายทางการเมืองของเขายังแข็งแกร่งอยู่ภายใต้พรรคพลังประชาชน ซึ่งต่อมาชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ นายสมัคร สุนทรเวช และต่อมาเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของทักษิณ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพลังประชาชนต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจาก กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PAD) ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างต่อเนื่อง การประท้วงยืดเยื้อทำให้บรรยากาศทางการเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2551 เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ทำให้รัฐบาลต้องสิ้นสุดลง การเมืองไทยจึงเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านพยายามรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอ

 

เนวิน ชิดชอบ: จากขุนพลคนสนิท สู่ผู้เล่นเกมการเมือง

ในเวลานั้น นายเนวิน ชิดชอบ เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่ม ส.ส. ที่เรียกกันว่า “เพื่อนเนวิน” ภายในพรรคพลังประชาชน เขาเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมือทำงานคนสำคัญของทักษิณ และเป็นผู้ที่พร้อมถวายชีวิตเพื่อ “นาย”

แต่เมื่อการเมืองเดินทางมาถึงทางแยก เนวินกลับเลือกทางที่ต่างออกไป เขานำ ส.ส. ร่วมกลุ่มกว่า 30 คน แยกตัวออกมา และต่อมาได้รวมตัวก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย

การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันคือการ “ย้ายขั้ว” จากฝ่ายที่เคยสนับสนุนทักษิณ ไปสู่การหนุนหลังพรรคประชาธิปัตย์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลและขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ

“มันจบแล้วครับนาย” : วินาทีแตกหัก

แม้จะไม่มีหลักฐานคลิปเสียงยืนยัน แต่ตามคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดและนักการเมืองที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะทักษิณพำนักอยู่ต่างประเทศ เขาได้โทรศัพท์หานายเนวินเพื่อเจรจา ขอให้กลับมาสนับสนุนฝ่ายตนเอง

แต่สิ่งที่ปลายสายได้รับกลับมา คือประโยคสั้น ๆ แต่หนักแน่นว่า

“มันจบแล้วครับนาย”

คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธการเจรจา แต่เป็นการ ประกาศสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางการเมือง ที่เคยเหนียวแน่น และเป็นการหักหลังครั้งใหญ่ในสายตาของผู้สนับสนุนทักษิณ เพราะเนวินคือหนึ่งในบุคคลที่ใกล้ชิดและเคยได้รับความไว้วางใจอย่างสูง

 

ความหมายลึกซึ้งของวลี

1. สิ้นสุดความสัมพันธ์

วลีนี้ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “นาย” และ “ลูกน้อง” ได้สิ้นสุดลง ไม่ใช่แค่ในเชิงการเมือง แต่ยังรวมถึงความไว้เนื้อเชื่อใจส่วนบุคคล

2. การเลือกข้างของผู้เล่นการเมือง

เนวินเลือกที่จะอยู่ข้าง “ผู้ชนะ” ตามกติกาและบริบทการเมืองที่เปลี่ยนไป ดังที่ ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยให้ความเห็นว่า “เขารู้ว่ากติกาเปลี่ยน บริบทเปลี่ยน กระแสสังคมเปลี่ยน เขาจะปรับตลอด ทำให้อยู่ข้างผู้ชนะตลอด”

3. สัญลักษณ์การเปลี่ยนขั้วการเมืองไทย

นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาฯ และผลักดันให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ถือเป็นการเปลี่ยนขั้วครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนการเมืองไทย

 

จากวลีเด็ดสู่ “มีม” การเมือง

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น วลี “มันจบแล้วครับนาย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นคำพูดในเชิงการเมือง แต่ได้กลายเป็น “มีม” (Meme) ที่คนไทยใช้กันอย่างแพร่หลาย

ใช้สื่อถึงการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรัก หรือมิตรภาพ

ใช้ในเชิงการประกาศจุดยืน ว่า “ไม่เอาด้วยแล้ว”

กลายเป็นคำประชดประชันที่พบได้ทั่วไปในโลกออนไลน์

วลีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการเมือง แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมสื่อสารสาธารณะ ของสังคมไทย

สะท้อนความจริงของการเมืองไทย

คำพูดเพียง 5 คำนี้ยังสะท้อนบทเรียนสำคัญของการเมืองไทยว่า

การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามผลประโยชน์และบริบททางการเมือง

ผลประโยชน์และอำนาจคือแรงขับเคลื่อน

การเลือกข้างของเนวินคือการคำนวณทางการเมือง เพื่ออยู่รอดและมีอิทธิพลต่อไปในอนาคต

ภาพลักษณ์ของนักการเมือง

แม้จะถูกมองว่าเป็นการหักหลัง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ถูกตีความว่าเป็นความสามารถในการอ่านเกมการเมืองและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

ผลสืบเนื่อง: พรรคภูมิใจไทยและการอยู่รอดทางการเมือง

จากการแตกหักครั้งนั้น นำไปสู่การเกิดขึ้นของ พรรคภูมิใจไทย ที่มีบทบาททางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พรรคนี้ไม่เพียงแต่รอดพ้นจากกระแสการเมืองที่ผันผวน แต่ยังเติบโตจนกลายเป็นพรรคที่มีอิทธิพลและมักจะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล

นี่คือผลพวงจากการตัดสินใจของเนวินในวันนั้น ที่ทำให้เขาและเครือข่ายทางการเมืองสามารถ “อยู่รอด” และยังคงมีบทบาทสำคัญในเวทีการเมืองไทย

 

บทสรุป

“มันจบแล้วครับนาย” จึงไม่ใช่แค่ประโยคสั้น ๆ ที่จบการสนทนา หากแต่เป็น วาทะกรรมอมตะ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแตกหักครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

จากความภักดีที่เคยมี สู่การประกาศจุดยืนใหม่ จากขุนพลคนสนิท สู่การสร้างพรรคการเมืองใหม่ และจากคำพูดในห้องสนทนา สู่ “มีม” ที่คนไทยยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การเมืองคือสนามที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์สามารถสิ้นสุดได้ในชั่วพริบตา และสุดท้ายแล้ว ประโยคอมตะ “มันจบแล้วครับนาย” ก็ยังคงดังก้องในความทรงจำของสังคมไทยในฐานะสัญลักษณ์ของการเมืองที่ไม่แน่นอน

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
เขียนโดย bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: coffeyblur63
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 25695 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"ชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาปูมะพร้าวสัตว์ขาปล้องใหญ่สุดในโลก ก้ามบีบแรงมหาศาลนักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)ไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปีจังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียวเขตที่มีพื้นที่ทุ่งนามากที่สุด อันดับหนึ่งของเมืองกรุงเทพมหานคร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อินฟลูเอนเซอร์ดัง Clavicular ถูกจับฐานทำร้ายร่างกายชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกว่า 50% รู้สึกว่าตนเองถูกมองว่าเป็นคนต่างชาติตชด.จับล็อตใหญ่ไวรัลไปทั้งโลก หลังชาวเน็ตพบว่าส.ส.ญี่ปุ่น เคยเป็นนักร้อง พรีเซ็นเตอร์ และนางแบบสุดฮอตมาก่อน
ตั้งกระทู้ใหม่