หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาร์ค พิตบูล’ เคลื่อนไหว! โพสต์เตือน ‘กัน จอมพลัง’ ประโยคเดียวแต่เจ็บจี๊ด

โพสท์โดย bbb1236555

มาร์ค พิตบูล เตือนตรง "กัน จอมพลัง" อย่าโพสต์ประจานกองทัพ! แนะช่วยเหลือเงียบ ๆ ดีกว่าในภาวะสงคราม

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ทันทีเมื่อ "มาร์ค พิตบูล" หรือที่รู้จักกันในชื่อจริงว่า นายณัชพล สุพัฒนะ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือน "กัน จอมพลัง" หรือ นายกัณตพัทร ชื่นค้า อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและนักเคลื่อนไหวในโลกโซเชียล ที่กำลังมีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือสนับสนุนทหารไทยในช่วงสถานการณ์ชายแดนที่กำลังตึงเครียด

แม้เจตนาจะดี แต่อาจไม่เหมาะสมในบางมิติ โดยเฉพาะเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในสภาวะกึ่งสงครามเช่นนี้

 

การช่วยเหลือที่ถูกตั้งคำถาม

"กัน จอมพลัง" เป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวแนวหน้า ที่มักใช้โซเชียลมีเดียในการระดมความช่วยเหลือหรือสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ซึ่งในกรณีล่าสุด เขาได้เผยแพร่ภาพและข้อความที่สะท้อนให้เห็นถึงความขาดแคลนบางอย่างของกองทัพไทย โดยตั้งใจจะกระตุ้นให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือทหารไทยที่กำลังปฏิบัติภารกิจปกป้องประเทศชาติอยู่แนวหน้า

แต่สำหรับ "มาร์ค พิตบูล" แล้ว เขามองว่าวิธีการนี้อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ข้อความจากใจ “มาร์ค พิตบูล”

โดยในโพสต์ของเขาระบุไว้ชัดเจนว่า...

“เรียนคุณกัน จอมพลัง ด้วยความเคารพ

การที่คุณกันเข้าช่วยเหลือสนับสนุนกองทัพ ผมชื่นชมจากหัวใจครับ

แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะเอามาโพสต์แบบนี้ครับ

มันเหมือนกับเป็นการประจานถึงความไม่พร้อมและความขาดแคลนของกองทัพ

ทั้งยังเป็นการเปิดเผยให้ถึงจุดที่เป็นความยากลำบากของทหารไทย

มันจะทำให้ศัตรูรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของเราครับ”

ในช่วงท้ายของข้อความ มาร์คยังย้ำว่า

 “บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องเอามาเปิดเผย

เราแอบสนับสนุนแบบเงียบ ๆ น่าจะดีกว่าครับ”

 

ประเด็นด้านความมั่นคง: เมื่อเจตนาดีอาจกลายเป็นจุดอ่อน

สิ่งที่มาร์ค พิตบูล กล่าวถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์หรือความรู้สึก แต่เป็นการเตือนในเชิงยุทธศาสตร์และความมั่นคงของชาติ เพราะการเปิดเผยข้อมูลหรือภาพที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลน เช่น อาหาร, ยารักษาโรค หรืออุปกรณ์ทางทหาร อาจเป็น "ช่องโหว่" ที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้เป็นข้อมูลในการประเมินสถานการณ์

ในทางทหาร การปิดบังความเคลื่อนไหวและสถานะของหน่วยรบถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะในสถานการณ์สงคราม ข้อมูลคือ "อาวุธ" ที่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของการสู้รบได้

 

แรงสนับสนุนจากสังคม VS. ความลับของชาติ

บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์เช่น "กัน จอมพลัง" นั้นทรงพลังในด้านการสื่อสารและระดมทรัพยากรจากภาคประชาชนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของ "ความมั่นคง" การใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียอย่างไม่ระมัดระวังอาจกลายเป็น "ดาบสองคม"

หลายคนเห็นด้วยกับเจตนาของกัน จอมพลัง ที่อยากเห็นทหารแนวหน้าได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากประชาชน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กันคือ “ขอบเขตของการเปิดเผยข้อมูล” ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

 

เสียงสะท้อนจากสังคมออนไลน์

หลังจากโพสต์ของมาร์ค พิตบูล เผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสการถกเถียงในโลกออนไลน์ในหลายมุม

บางฝ่ายเห็นด้วยกับมาร์ค โดยมองว่าการเปิดเผยข้อมูลลักษณะนี้ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดนั้นไม่เหมาะสม และอาจเป็นภัยต่อชาติ

ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งให้การสนับสนุนกัน จอมพลัง โดยย้ำว่า “ถ้าไม่มีใครพูด ใครจะรู้ว่าทหารลำบากขนาดไหน?”

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการปะทะทางความคิดระหว่างบุคคลสองคนเท่านั้น แต่สะท้อนถึงแนวคิดของคนในสังคมต่อบทบาทของภาคประชาชนกับกองทัพในสถานการณ์ความขัดแย้ง

 

ภาวะสงครามยุคใหม่: ศึกข้อมูลและภาพลักษณ์

ในศตวรรษที่ 21 สงครามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามรบ แต่ขยายออกไปยัง “สนามข่าวสาร” หรือที่เรียกว่า “Information Warfare” การปล่อยข้อมูล ภาพ หรือแม้แต่ข่าวลือ สามารถสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาได้รุนแรงไม่แพ้การใช้อาวุธ

ประเทศมหาอำนาจต่างพัฒนายุทธศาสตร์ในด้านนี้ โดยเฉพาะการควบคุมข้อมูลที่ส่งออกสู่ภายนอก เพื่อไม่ให้ศัตรูรู้จุดอ่อน หรือรู้ความเคลื่อนไหวของกองทัพ

เมื่อพิจารณาในบริบทนี้ คำเตือนของมาร์ค พิตบูล จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่สะท้อนถึงความเข้าใจใน “ยุทธศาสตร์ด้านข้อมูล” ที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติอย่างลึกซึ้ง

 

คำถามที่สังคมควรตั้ง: เราจะสมดุลความโปร่งใสกับความมั่นคงได้อย่างไร?

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความท้าทายยุคใหม่ ที่สังคมต้องเผชิญระหว่าง “ความโปร่งใส” กับ “ความปลอดภัย” การช่วยเหลือกองทัพเป็นเรื่องดี แต่ต้องทำอย่างมีสติ มีวิจารณญาณ และไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายชาติของตนเอง

 

บทสรุป

ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับใครในประเด็นนี้ แต่สิ่งที่ควรนำไปคิดต่อคือ:

เจตนาดีอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในบริบทที่ซับซ้อนด้วย

สื่อโซเชียลมีเดียมีพลัง และพลังนี้ควรใช้อย่างระมัดระวัง

ข้อมูลบางอย่างไม่ควรถูกเปิดเผย แม้จะมีเจตนาเพื่อการช่วยเหลือก็ตาม

 

สุดท้ายแล้ว การช่วยเหลือกองทัพอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตในโลกโซเชียล แต่สามารถทำได้ในรูปแบบที่เงียบ เชิงยุทธศาสตร์ และไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาตินั่นอาจเป็นหนทางที่ดีที่สุดในภาวะวิกฤตเช่นนี้

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile


โพสท์โดย: bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สายพันธุ์ข้าวที่คนนิยมที่สุด มีการบริโภคมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปีส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรสรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69อาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบันมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสานการใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?ย้อนภาพสะพานข้ามคลองกรุงเทพฯ ปี 2503 วิถีชีวิตริมน้ำแห่งพระนครในวันวานกระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ดาราสาวแม็กซิโก กำลังเจอเรื่องช็อค! สยองขวัญ! เมื่อหลายสิบปี แต่เรื่องมาฉาว ตอนปี 2026"สาวไทยข้ามภพป่วนใจแม่ทัพ" ปล่อยทีเซอร์แรกแล้ว!..หนุ่มจีนสาวไทยเคมีเข้ากันสุดๆอินเดียรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากไวรัสนิปาห์!เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ขึ้นที่บริเวณก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในเซี่ยงไฮ้
ตั้งกระทู้ใหม่