ฮุนเซนไม่กลัวใคร! ได้อำนาจจากสีหมุนี ลั่นพร้อมสู้ไทย?
ฮุนเซนได้รับพระราชอำนาจเต็มจากกษัตริย์สีหมุนี: กัมพูชาส่งสัญญาณแข็งกร้าว ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้ไทย – “ฉันเป็นนายพล 5 ดาว ทำไมไทยถึงกลัว?”
สถานการณ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชายกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโช ฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีคนดัง และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาและประธานองคมนตรีของกษัตริย์กัมพูชา ให้มีอำนาจเต็มในการประสานงานด้านการทหารและความมั่นคงของประเทศ
การมอบอำนาจในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ทับซ้อนที่ยังมีข้อพิพาท และการปะทะทางความเห็นในเชิงประวัติศาสตร์และการทูตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “อะไรคือเบื้องหลังของพระบรมราชโองการฉบับนี้?” และ “ทำไมฮุนเซนจึงออกมาประกาศเสียงแข็งถึงขนาดกล่าวว่า ‘ทำไมไทยถึงกลัวฉัน?’”
🔺 พระราชโองการจากกษัตริย์สีหมุนี: อำนาจพิเศษที่เหนือกว่าการเมือง
ตามรายงานจากสื่อของกัมพูชา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี ได้ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งฮุนเซนให้มีอำนาจในการดูแล กิจการกองทัพ การป้องกันประเทศ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญและเป็นหัวใจของความมั่นคงแห่งชาติ
ในเนื้อหาของพระราชโองการ มีการอ้างถึงสถานการณ์ที่กัมพูชากำลังเผชิญ “การละเมิดและคุกคาม” จากกองทัพของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาอย่างเป็นทางการในระดับสูงสุด โดยไม่ผ่านกระบวนการทางทูตหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแบบปกติ
สิ่งที่น่าสนใจคือ พระราชโองการยังระบุด้วยว่า การมอบหมายครั้งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกัมพูชา ซึ่งสะท้อนว่า ฮุนเซนไม่ได้รับอำนาจเฉพาะทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นอำนาจในเชิง "เชื่อมโยงกับอำนาจของราชบัลลังก์" ซึ่งมีน้ำหนักทางสัญลักษณ์และความชอบธรรมอย่างสูง
🧭 บทบาทใหม่ของ “นายพล 5 ดาว” ฮุนเซน: จากนายกรัฐมนตรี สู่ผู้มีอำนาจสูงสุดด้านความมั่นคง
แม้ว่าฮุนเซนจะเกษียณจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปเมื่อปี 2023 และส่งไม้ต่อให้แก่ลูกชายคือ ฮุน มาเนต แต่ดูเหมือนว่าอิทธิพลของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับ “ยิ่งใหญ่ขึ้น” ในระดับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ
การได้รับอำนาจประสานงานด้านกองทัพ ทำให้ฮุนเซนกลายเป็น “ผู้มีอำนาจสูงสุดนอกเหนือจากรัฐบาล” และสามารถใช้สถานะดังกล่าวเพื่อออกแถลงการณ์ หรือดำเนินการตอบโต้กรณีที่เห็นว่า “ไทยรุกราน” ได้ทันที
ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด ฮุนเซนได้กล่าวอย่างท้าทายว่า:
“ผมเป็นนายพล 5 ดาวเกษียณ ทำไมประเทศไทยถึงกลัวผม? ผมทำงานเพื่อประเทศของผม และจะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา”
คำกล่าวนี้ไม่เพียงแสดงออกถึงความมั่นใจในตัวเอง แต่ยังส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลไทยอย่างชัดเจน ว่าเขา พร้อมชน หากจำเป็น
🗺️ พื้นที่พิพาท: ชายแดนไทย-กัมพูชา กับประวัติศาสตร์อันซับซ้อน
หนึ่งในจุดอ่อนไหวที่ทำให้สถานการณ์ปะทุขึ้นอีกครั้ง คือพื้นที่ชายแดนบริเวณ เขาพระวิหาร และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองประเทศเคยมีข้อพิพาทกันอย่างรุนแรงในช่วงปี 2008–2011 จนถึงขั้นมีการปะทะทางทหาร
แม้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จะมีคำตัดสินให้กัมพูชามีสิทธิในเขาพระวิหารเมื่อปี 1962 แต่บริเวณโดยรอบยังคงเป็นประเด็นถกเถียงมาจนถึงทุกวันนี้
ความตึงเครียดล่าสุดดูเหมือนจะปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังมีข่าวว่ากองกำลังไทยได้เคลื่อนย้ายกำลังในลักษณะที่กัมพูชามองว่าเป็น “การละเมิดอธิปไตย” ส่งผลให้กัมพูชาแสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านฮุนเซน
⚖️ การเมืองภายในกัมพูชา: รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ “ตระกูลฮุน”
อีกหนึ่งมิติที่ไม่อาจมองข้ามได้คือการเมืองภายในของกัมพูชา หลังจากฮุน มาเนต เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2023 ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอำนาจบริหารประเทศกำลังถูกรวมศูนย์ไว้ที่ครอบครัวฮุนเซน
ฮุน มาเนตเองเป็นอดีตผู้บัญชาการทหาร และมีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีน เช่นเดียวกับบิดา ความสัมพันธ์นี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า กัมพูชากำลังขยับเข้าใกล้มหาอำนาจเอเชียอย่างเปิดเผยมากขึ้น ขณะที่ความสัมพันธ์กับไทยยังเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
การแต่งตั้งฮุนเซนให้มีบทบาทด้านกองทัพ จึงอาจสะท้อนการเตรียมพร้อมสำหรับ “การป้องกันผลประโยชน์ของชาติ” หรือ “การสร้างเอกภาพทางการเมือง” ที่รวมศูนย์อยู่ภายใต้ตระกูลเดียว
🇹🇭 มุมมองจากฝั่งไทย: ควรกังวลหรือแค่แสดงละครการเมือง?
คำถามใหญ่ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยตั้งขึ้นคือ “ทำไมกัมพูชาต้องออกแถลงการณ์แข็งกร้าวเช่นนี้?” และ “ประเทศไทยควรรับมืออย่างไร?”
นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศบางรายให้ความเห็นว่า การออกแถลงการณ์ครั้งนี้อาจเป็นเพียง การเมืองภายใน เพื่อแสดงอำนาจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกัมพูชาเอง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของไทยก็ไม่ควรมองข้ามความเป็นไปได้ของการปะทะระดับต่ำ (low-intensity conflict) ในพื้นที่พิพาท ซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิด หรือการเคลื่อนไหวของกองกำลังท้องถิ่น
🔍 วิเคราะห์: ทำไมฮุนเซน “ต้อง” กลับมามีบทบาท?
1. เสริมบทบาทระหว่างรุ่น: ฮุน มาเนตยังถือว่าเป็นผู้นำรุ่นใหม่ การมีฮุนเซนคอยหนุนหลังจะสร้างความมั่นใจในหมู่ทหารระดับสูงและประชาชน
2. สร้างอำนาจคู่ขนาน: ฮุนเซนอาจไม่ได้ต้องการเป็นแค่ “ที่ปรึกษา” แต่สร้างบทบาทขนานกับรัฐบาลใหม่ เพื่อควบคุมเสถียรภาพประเทศ
3. ส่งสัญญาณไปยังไทย: เพื่อให้ไทยชะลอหรือหยุดการดำเนินการใด ๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการคุกคามผลประโยชน์ของกัมพูชา
✍️ สรุป: สงครามยังไม่เกิด แต่สัญญาณเริ่มชัด
แม้ยังไม่มีรายงานการปะทะทางทหารโดยตรงระหว่างไทย-กัมพูชาในช่วงนี้ แต่ถ้อยแถลงและพระราชโองการที่ออกมาในลักษณะ “สงครามเย็น” เริ่มบ่งบอกว่าทั้งสองฝ่ายควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
การเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่เกมที่เล่นด้วยอารมณ์ และในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเร็ว ทุกคำพูดของผู้นำมีผลสะเทือนทั้งในประเทศและเวทีโลก
สิ่งที่ไทยควรจับตาอย่างใกล้ชิดคือ “การเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์” ของฮุนเซนในช่วงนี้ ว่าเป็นเพียงการแสดงบทบาททางการเมือง หรือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
โรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน






