ขอทานเขมรลั่น! ไม่อยากกลับประเทศ “กลับไปก็ลำบาก”
เขียนโดย bbb1236555
เปิดปมชีวิตกลุ่มขอทานชาวกัมพูชาในพัทยา: จากชายแดนสู่เมืองท่องเที่ยว ความจนที่มาพร้อมความขัดแย้ง
เสียงสะท้อนจาก “พัทยา” เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่กำลังเผชิญปัญหาซ้ำซ้อนระหว่าง “ภาพลักษณ์” กับ “ความจำเป็นในการเอาชีวิตรอด” ของผู้คนชายขอบ
ในขณะที่พัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศไทย กำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 และเร่งเดินหน้าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไปสู่มาตรฐานโลกอย่างเต็มรูปแบบ ปรากฏว่าในเงามืดของแสงไฟนีออนและเสียงดนตรีจากสถานบันเทิงชื่อดัง ยังมี “กลุ่มขอทานชาวกัมพูชา” ที่ยังคงวนเวียนอยู่ตามจุดท่องเที่ยวสำคัญ สร้างทั้งความห่วงใย ความสงสาร และข้อถกเถียงในสังคมไทยอย่างไม่สิ้นสุด
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมของกลุ่มขอทานเหล่านี้หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่ามีการแพร่กระจายของกลุ่มขอทานชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลักษณะใช้ “เด็กเล็ก” เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องความสงสารจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
พฤติกรรมขอทานแบบ “จัดการเป็นระบบ”
เบื้องหลังการหลบหนี-ซ่อนตัว-วนกลับ: วงจรที่ซ้ำซาก
จากการสังเกตของทีมข่าวพบว่า กลุ่มขอทานเหล่านี้มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างมีแบบแผน พวกเขามักเลือกบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ป้ายรถเมล์ และทางเข้าสถานบันเทิงที่มีผู้คนพลุกพล่านเป็นจุดหลักในการปักหลักขอทาน โดยส่วนใหญ่จะเป็นหญิงชาวกัมพูชาอุ้มเด็กทารก หรือมีเด็กเล็กวัยไม่เกิน 10 ขวบอยู่ข้างกาย เพื่อเรียกร้องความสงสารจากนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีชายชาวกัมพูชาซึ่งคาดว่าเป็นผู้ดูต้นทาง คอยสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น มีเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนเข้าใกล้ จะรีบส่งสัญญาณให้ทุกคน “หลบหนี” ไปทันที หลายครั้งพบว่าพวกเขาหลบเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะหรือหลังตึกซึ่งเป็นจุดอับสายตา ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมในเวลาต่อมาเมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลาย
เสียงจากหญิงสาววัย 24 ปี: “ฉันไม่อยากกลับบ้าน”
หนึ่งในหญิงสาวที่ทีมข่าวเข้าไปพูดคุยด้วยเป็นชาวกัมพูชาวัย 24 ปี อุ้มลูกวัยเพียง 2 เดือนนั่งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อใจกลางเมืองพัทยา เธอยอมรับทั้งน้ำตาว่า “ไม่อยากกลับประเทศ เพราะไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และถูกสามีทอดทิ้ง” เธอยังเผยอีกว่า บ้านของเธออยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดนที่กำลังมีความตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้ไม่สามารถกลับไปตั้งหลักได้อย่างปลอดภัย
“วันนี้ฉันได้เงินมาแค่ 200 บาท ไม่พอซื้อนมลูกเลย” เธอพูดเสียงสั่น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ต้องการมาขอทาน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นในการเลี้ยงลูก
เมื่อชีวิตติดชายแดน: “กลับบ้านก็ไม่มีอะไรจะกิน”
อีกคู่หนึ่งที่ทีมข่าวพบเป็นแม่ลูกที่พยายามวิ่งหนีเข้าไปซ่อนในห้องน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนจะยอมให้สัมภาษณ์หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย หญิงรายนี้บอกว่า เคยถูกจับกุมและผลักดันกลับประเทศกัมพูชามาแล้วเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน แต่ก็สามารถกลับเข้ามาใหม่ได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน
“ฉันเป็นเบาหวาน ไม่มีเงินซื้อยา ถ้าอยู่ที่กัมพูชาก็คงตาย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองใช้ลูกชายวัยประมาณ 7-8 ขวบเป็นผู้เดินขอเงินจากนักท่องเที่ยว โดยจะนั่งตามฟุตบาทย่านวอล์คกิ้งสตรีทตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตีหนึ่งของทุกวัน
ชาวบ้านไทยในพื้นที่: “วนมาซ้ำ ๆ แม้จะถูกจับ”
ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ซึ่งเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์และมีบ้านอยู่ใกล้จุดขอทานเผยว่า กลุ่มขอทานเหล่านี้วนเวียนอยู่ในพื้นที่พัทยามานานหลายปี แม้จะถูกจับและผลักดันกลับไปแล้วก็ตาม พวกเขาจะกลับมาอีกภายในไม่กี่เดือน
“หน้าเดิม ๆ นั่นแหละ บางวันนั่งอยู่ 3-4 จุด บางทีแยกกันไป บางวันเห็นได้เงินดีมาก เป็นพันสองพันต่อคืนเลย” เขาเล่าต่อว่า พวกเขาไม่เคยก่อความวุ่นวายใด ๆ กับคนในพื้นที่ เพียงแต่ภาพลักษณ์ของพัทยาที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบ
รายได้ที่ผิดกฎหมายแต่เลี้ยงชีวิต
แม้อาชีพขอทานจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่จากการสังเกตพบว่า รายได้จากการขอทานนั้นไม่ใช่น้อยเลย บางวันอาจมากถึง 1,000-2,000 บาท โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือเทศกาลสำคัญ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินผ่านจุดขอทานเหล่านี้
การที่กลุ่มขอทานเหล่านี้ยังคงฝังตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ก็เพราะโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต้นทางของพวกเขายังคงมีอยู่อย่างจำกัด หรือแทบไม่มีเลย ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งในประเทศต้นทางที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ผู้คนชายขอบเหล่านี้ยังคงต้องดิ้นรนต่อไปในพื้นที่ที่มีความหวังแม้เพียงเล็กน้อย
วิเคราะห์เชิงลึก: ปัญหาที่ไม่อาจแก้ด้วยการจับกุมเพียงอย่างเดียว
1. ปัญหาเศรษฐกิจและความไม่สงบในกัมพูชา
หลายพื้นที่ของกัมพูชายังคงเผชิญกับภาวะความยากจน การว่างงาน และความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ประชากรส่วนใหญ่พึ่งพาการค้าขายชายแดนหรือการเกษตรขนาดเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิดและภาวะเงินเฟ้อในภูมิภาค
2. ขาดมาตรการระยะยาวจากรัฐไทย
แม้จะมีการจับกุมและผลักดันกลับประเทศเป็นระยะ แต่หากไม่มีการดำเนินมาตรการระยะยาว เช่น การควบคุมเส้นทางลักลอบ การจัดตั้งจุดตรวจถาวร การจัดการกับขบวนการนำเข้าขอทาน หรือการประสานงานร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาอย่างจริงจัง ปัญหานี้ก็จะยังคงกลับมาในลักษณะเดิม
3. ความซับซ้อนของ “ความจำเป็น” กับ “การผิดกฎหมาย”
ในมุมของกฎหมาย กลุ่มขอทานเหล่านี้ทำผิดชัดเจน ทั้งการลักลอบเข้าเมือง การขอทาน และการใช้แรงงานเด็ก แต่ในเชิงมนุษยธรรม พวกเขากลับเป็นเหยื่อของระบบที่ไม่สามารถรับรองชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในบ้านเกิดได้ การแก้ปัญหานี้จึงต้องอาศัยทั้งความเข้มงวดและความเข้าใจ
สรุป: ระหว่าง “การจัดระเบียบ” กับ “ชีวิตที่ไร้ทางเลือก”
กรณีของกลุ่มขอทานชาวกัมพูชาในเมืองพัทยา ไม่ใช่เพียงปัญหาของเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นปัญหาของ “คนไร้สิทธิ” ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในโลกที่ไม่มีที่ยืนให้กับพวกเขา
ประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน อาจต้องหาวิธี “จัดการ” และ “ช่วยเหลือ” ไปพร้อมกัน
ไม่ใช่เพื่อพวกเขาเพียงอย่างเดียว
แต่เพื่อสร้างระบบที่ทั้ง “เป็นธรรม” และ “ยั่งยืน” ให้กับทุกฝ่ายในภูมิภาคนี้
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
จังหวัดในไทยที่มีถนนทางโค้งมากที่สุด
สวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เปิดโผ 3 จังหวัดที่ค่าครองชีพถูกที่สุด เงินหมื่นเดียวก็อยู่ได้สบาย
ทองคำธรรมชาติก้อนใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยมีการขุดค้นพบ
“หมวกกันแดดรูปฝ่ามือ” ไอเดียแปลกแต่ใช้ได้จริง กำลังถูกแชร์หนักในโซเชียล
พักเที่ยงนี้ต้องลอง! 6 ทริค รีเฟรชลุยงานบ่ายแบบไม่มึน
จังหวัดตาก หนึ่งในพื้นที่ที่มีน้ำตกมาก และสวยที่สุดในไทย





