ปั๊มพังยับ! เจ้าของบ้านผือร้องรัฐเยียวยา เสียหายกว่า 20 ล้าน
เขียนโดย bbb1236555
วิกฤตกลางลานน้ำมัน: เสียงจาก "ปั๊ม ปตท. บ้านผือ" เมื่อความเสียหายพุ่ง 20 ล้าน – รอรัฐช่วยเหลือกลางความเงียบ
“พวกเราต้องเดินหน้า พนักงานต้องกินต้องใช้”
– กมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ, เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ จังหวัดศรีสะเกษ
เมื่อคำว่า “โครงสร้างต้องรื้อใหม่ทั้งหมด” ถูกเอ่ยขึ้นกลางการประเมินความเสียหาย นั่นไม่ใช่เพียงการพูดถึงงบประมาณ หรือวัสดุการก่อสร้าง หากแต่หมายถึงการล่มสลายชั่วคราวของธุรกิจระดับชุมชน ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ความสูญเสียที่เกินคาด และการเรียกร้องอย่างเงียบงันจากผู้ประกอบการท้องถิ่นที่กำลังรอการเยียวยา
บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจมุมมองของเจ้าของกิจการ ที่ต้องหยุดชะงักกลางวิกฤต พนักงานต้องว่างงานกว่า 3 เดือน และการเรียกร้องต่อรัฐบาลที่ยังไม่มีเสียงตอบกลับ
ประเมินความเสียหาย: จาก 14 ล้านสู่ 20 ล้าน และยังไม่นิ่ง
นางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ว่า เดิมทีการประเมินความเสียหายเบื้องต้นภายหลังเหตุการณ์ไม่สงบ ได้คำนวณไว้ที่ประมาณ 14 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งตัวอาคารโครงสร้างของสถานีบริการน้ำมัน, ร้านสะดวกซื้อ, และโซนคาเฟ่ Amazon
แต่ภายหลังการพูดคุยกับผู้บริหารจาก บริษัทซีพี และ บริษัท OR (โออาร์) ผู้ดูแลแฟรนไชส์ธุรกิจปั๊มน้ำมันและคาเฟ่ Amazon กลับพบความจริงที่น่าตกใจ: โครงสร้างของปั๊มต้องรื้อใหม่ทั้งหมด เพราะความเสียหายร้ายแรงถึง “เสาโครงสร้างหลัก” และ “ตู้จ่ายน้ำมัน” ที่ถือเป็นหัวใจของสถานีบริการ
จึงทำให้ยอดประมาณการล่าสุดพุ่งสูงขึ้นไปถึง 20 ล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ขึ้นอยู่กับราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และสถานการณ์ภาคสนามที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้เริ่มการก่อสร้างได้ทันที
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ธุรกิจหยุด หนี้ยังเดิน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ผลกระทบต่อรายได้ในแต่ละวัน ซึ่งไม่ใช่แค่ของเจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึง พนักงานประจำและชั่วคราวกว่า 20 ชีวิต ที่ต้องขาดรายได้ในระยะเวลานาน
นางกมลรัตน์ระบุว่า:
ตัวปั๊มน้ำมันเองจะต้องหยุดดำเนินการนาน 3 เดือน เพราะโครงสร้างเสียหายอย่างหนัก
ร้านคาเฟ่อเมซอน และร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ปั๊มต้องปิดยาว ถึงแม้เดิมคาดว่า 1-2 เดือนจะกลับมาเปิดได้ แต่ด้วยสภาพโครงสร้างที่ถูกกระสุนลูกปลายเจาะทะลุเสา ทำให้ต้องรื้อถอนและเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
“พนักงานไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ค่าใช้จ่ายก็ยังคงต้องจ่าย เราไม่รู้จะประคองได้อีกนานแค่ไหน...” – เจ้าของปั๊ม
ผู้ประกอบการรายย่อยที่ลงทุนในแฟรนไชส์สถานีบริการน้ำมัน มักมีต้นทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 10–50 ล้านบาท หากไม่ได้รับการชดเชยหรือเยียวยาอย่างทันท่วงที ก็อาจเข้าสู่ภาวะล้มละลาย หรือถูกบีบให้ขายกิจการในราคาต่ำ
บทบาทของภาครัฐ: การลงพื้นที่ที่ยังไม่ต่อยอด
แม้ว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)** จะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดเกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา และให้คำมั่นว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี แต่จนถึงขณะนี้ – ก็ยังไม่มีการประสานงานหรือคำตอบใดๆ กลับมาจากหน่วยงานรัฐ
“บอกว่าจะติดต่อมาเร็วๆ นี้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย” – นางกมลรัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
เจ้าของธุรกิจจึงเรียกร้องให้ เร่งรัดกระบวนการเยียวยา และวางมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะแม้จะเป็นกิจการเล็กๆ เมื่อเทียบกับผู้เล่นระดับชาติ แต่ก็เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญในพื้นที่ห่างไกล
เสียงจากแรงงานในพื้นที่: “เราไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงลูก”
แม้สื่อจะไม่ได้เปิดเผยรายชื่อพนักงาน แต่จากการประเมินสถานการณ์พบว่า แรงงานท้องถิ่นที่ทำงานในปั๊มมีทั้งพนักงานประจำและพาร์ตไทม์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้รายวันในการดำรงชีวิต
“ปั๊มหยุด เราก็ไม่มีรายได้ ต้องกู้หนี้ยืมสินจากญาติพี่น้อง” – พนักงานคนหนึ่งกล่าว
การว่างงานในระยะเวลา 2-3 เดือนโดยไม่มีค่าจ้างหรือการชดเชยใดๆ จากทั้งบริษัทแม่หรือรัฐ อาจนำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น การเข้าถึงสวัสดิการถดถอย และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัวชนชั้นแรงงานในชนบท
ความเงียบที่อันตราย: เมื่อความช่วยเหลือยังไม่มาถึง
แม้จะมีคำสั่ง “ให้รื้อถอนและเริ่มก่อสร้างใหม่ได้” จากหน่วยงานท้องถิ่น แต่จากการประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ ทำให้เจ้าของกิจการยังไม่สามารถนำอุปกรณ์หรือแรงงานเข้าไปดำเนินการได้
“สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย มีความตึงเครียด เราไม่กล้าทำอะไรตอนนี้”
ความเงียบและความไม่แน่นอนนี้คืออุปสรรคสำคัญในการเดินหน้ากระบวนการฟื้นฟู เพราะนอกจากโครงสร้างที่เสียหาย ยังมีเรื่องของ “ความปลอดภัยของแรงงาน” ที่ต้องคำนึงถึงก่อนจะเริ่มการรื้อถอน
บทเรียนและคำถามถึงรัฐบาล
กรณีปั๊มน้ำมันบ้านผือคือภาพสะท้อนของการ ขาดแผนรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่ไม่ได้รับการเยียวยาหรือคำแนะนำอย่างทันท่วงที
คำถามที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดคือ:
มี กองทุนฟื้นฟูธุรกิจรายย่อยในพื้นที่วิกฤต หรือไม่?
หากมีคำสั่งให้เริ่มฟื้นฟูโครงสร้างแล้ว เหตุใด ความปลอดภัยในพื้นที่ยังไม่รับประกัน?
รัฐจะช่วย แรงงานชั่วคราวที่ว่างงานกลางคันอย่างไร? จะมีเบี้ยเยียวยาหรือไม่?
สรุป: ความเสียหายทางโครงสร้าง...และความเสียหายทางใจ
กรณีของ ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ไม่ใช่เพียงการสูญเสียทางกายภาพ แต่ยังสะท้อนถึง ช่องโหว่ของระบบการดูแลผู้ประกอบการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ภาครัฐควรตระหนัก
เจ้าของธุรกิจรายย่อยจำนวนมากทั่วประเทศต่างกำลังดำเนินชีวิตภายใต้ “ความไม่แน่นอน” ของทั้งภัยธรรมชาติ ภัยทางการเมือง และความไม่ชัดเจนของนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ
“ขอแค่การประสานงานที่รวดเร็ว เราไม่ใช่บริษัทใหญ่ เราแค่อยากให้พนักงานมีงานทำ ลูกค้ากลับมาเติมน้ำมัน และให้ชุมชนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” – นางกมลรัตน์ทิ้งท้าย
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจในพื้นที่วิกฤต และต้องการร้องเรียนหรือยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากรัฐ สามารถติดต่อได้ที่ [สายด่วน 1569 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ] หรือส่งอีเมลถึงกระ
ทรวงพาณิชย์เพื่อเข้าสู่ระบบฟื้นฟูวิกฤตธุรกิจ SMEs
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
นักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
หนังฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลก ที่ใช้ฉากถ่ายทำในประเทศไทยเป็นหลัก
ชั้น13หายไปไหน? เมื่อความกลัวมีอิทธิพลเหนือวิศวกรรม
สารพัดประโยชน์ของมะนาว และ เลมอน ช่วยสุขภาพดี
จังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียว
จากฮีโร่หนีตาย สู่แก๊งเพื่อนซี้ตามจีบสาว ปฏิบัติการ "หลงทางเพราะรัก"
เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปี
เจาะลึก Terafab: Elon Musk ทุ่มเงินเดือน 10 ล้าน ล่าตัววิศวกรชิป เสริมทัพ Tesla & SpaceX
แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีปิดการอบรม พสบ.ทภ.4 รุ่นที่ 21 สร้างเครือข่ายความมั่นคงภาคประชาชน
ส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้ม
หอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโป
