คล้ายจนสะดุดตา? "แอร์ คัมโบเดีย" ปัดลอก "การบินไทย" ยันแค่บังเอิญ!
แอร์กัมพูชาชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์ว่าเลียนแบบอัตลักษณ์ “การบินไทย”
ย้ำความเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนมรดกเขมร พร้อมเรียกร้องให้เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 – กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อสายการบินแห่งชาติกัมพูชา “แอร์กัมพูชา (Air Cambodia)” ถูกวิพากษ์จากชาวเน็ตไทยจำนวนมากว่า “ลวดลายบนตัวเครื่องบิน” และ “เครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน” มีความคล้ายคลึงกับสายการบินแห่งชาติของไทยอย่าง การบินไทย (Thai Airways) จนเกิดกระแสเปรียบเทียบและวิพากษ์ในวงกว้าง โดยเฉพาะหลังจากที่แอร์กัมพูชาได้เปิดเส้นทางบินตรงระหว่าง เซินเจิ้น (จีน) และ เสียมราฐ (กัมพูชา) เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ในรายงานจาก Khmer Times สื่อท้องถิ่นของกัมพูชา ได้ระบุถึงคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางสายการบิน ที่ออกมาปกป้อง “อัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity)” ของตนอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า การออกแบบทั้งหมดของสายการบิน ไม่ว่าจะเป็นลวดลายตัวเครื่อง ชุดเครื่องแบบ หรือสัญลักษณ์แบรนด์ ได้รับการออกแบบอย่างอิสระ และสะท้อนถึงวัฒนธรรมและมรดกของชาวเขมรอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเจตนาเลียนแบบหรืออิงแบบจากสายการบินใด
🎨 อัตลักษณ์แบรนด์สายเลือดเขมร: สีม่วง-ทอง กับความหมายลึกซึ้ง
แอร์กัมพูชาระบุว่า โทนสีหลักที่ใช้ในแบรนด์คือ “สีม่วง” และ “สีทอง” ซึ่งไม่ได้เลือกมาเพียงเพราะความสวยงาม แต่สะท้อนถึง คุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวกัมพูชา โดยสีม่วงถูกอธิบายว่าแสดงถึง “ศักดิ์ศรี ความสงบ และความจงรักภักดี” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สุนทรียศาสตร์ของเขมรดั้งเดิม
นอกจากนี้ สีม่วงของแบรนด์แอร์กัมพูชายังเป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานเฉดสีที่ได้จากธงชาติกัมพูชาอย่างมีนัยยะ ไม่ใช่การลอกเลียนรูปแบบจากชาติใด และ สีทอง ในโลโก้ก็ถูกเลือกมาเพื่อ สื่อถึงความรุ่งเรือง มั่งคั่ง และความภาคภูมิใจในมรดกประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักร ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเลียนแบบแบรนด์อื่นในภูมิภาค
“องค์ประกอบทั้งหมดของอัตลักษณ์ภาพลักษณ์ของแอร์กัมพูชา ได้รับการออกแบบและพัฒนาผ่านกระบวนการอิสระ และอยู่ภายใต้มาตรฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ” — แถลงการณ์แอร์กัมพูชา
✈️ จุดเริ่มต้นบทใหม่: จาก Cambodia Angkor Air สู่ Air Cambodia
ก่อนหน้านี้สายการบินแห่งชาติของกัมพูชาดำเนินกิจการภายใต้ชื่อ Cambodia Angkor Air ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 โดยมีความร่วมมือกับสายการบินเวียดนาม (Vietnam Airlines) และใช้ชื่อดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง
แต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 สายการบินได้ทำการ “รีแบรนด์” ใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อจาก Cambodia Angkor Air เป็น Air Cambodia Co., Ltd. ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของอุตสาหกรรมการบินกัมพูชา พร้อมทั้งยังคง รักษาองค์ประกอบสำคัญของแบรนด์ไว้ เช่น โลโก้เดิม สีประจำแบรนด์ และเครื่องแบบที่มีลวดลายแบบเขมร เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ของชาติ
“การสร้างแบรนด์ของแอร์กัมพูชา เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการที่รอบคอบและคำนึงถึงวัฒนธรรม สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในชาติและมรดกเขมรอันล้ำค่า” — แถลงการณ์แอร์กัมพูชา
💬 ความเหมือนหรือแค่บังเอิญ? แอร์กัมพูชาโต้ข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน
จากกระแสในโลกออนไลน์ของไทยที่มีการตั้งข้อสงสัยถึง ความคล้ายคลึงกับแบรนด์การบินไทย ทั้งในด้านโทนสี มู้ดแอนด์โทนของเครื่องแบบ และลวดลายการตกแต่งตัวเครื่อง ทางแอร์กัมพูชาตอบโต้ว่า “ความคล้ายคลึงใดๆ ที่รับรู้ได้ เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ” และ “ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเลียนแบบแต่อย่างใด”
พร้อมย้ำว่า เครื่องแบบของพนักงานและการตกแต่งเครื่องบินล้วนผ่านขั้นตอนการออกแบบที่มี นักออกแบบท้องถิ่นและที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมร่วมกำหนดทิศทางอย่างเคร่งครัด และมีการลงทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาตามข้อกำหนดระดับสากล
🌏 ส่งเสริมการเจรจา ไม่ใช่ดราม่า: เสียงเรียกร้องจากแอร์กัมพูชา
แม้กระแสดราม่าทางออนไลน์จะร้อนแรงขึ้น แต่แอร์กัมพูชายืนยันว่า ทางสายการบิน ไม่ต้องการโต้เถียงหรือเปิดศึกกับสายการบินในภูมิภาค กลับกัน ทางบริษัทต้องการใช้โอกาสนี้ในการ “ส่งเสริมการเจรจาเชิงสร้างสรรค์” และ “สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันในระดับภูมิภาค”
“แอร์กัมพูชายังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และเคารพสายการบินต่างๆ ทั่วภูมิภาค เรายินดีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการบินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน” — แถลงการณ์
นอกจากนี้ ทางสายการบินยังเชิญชวนให้ผู้มีข้อคิดเห็นหรือข้อสงสัย ส่งคำถามหรือความเห็นผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ แทนการวิพากษ์ผ่านโซเชียลโดยไม่มีข้อมูลพื้นฐาน เพราะ "ความเข้าใจที่ผิด อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"
🛡️ ปราการสุดท้าย: ความภาคภูมิใจในมรดกและอัตลักษณ์ของกัมพูชา
ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ แอร์กัมพูชาได้ย้ำหนักแน่นว่า “จะยังคงภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ประจำชาติ และจะยืนหยัดบนมาตรฐานความเป็นมืออาชีพ” โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์ทางวัฒนธรรมและการเคารพสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับภูมิภาค
การตอบโต้ของแอร์กัมพูชาครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการจัดการกับดราม่าโซเชียลอย่างมืออาชีพ โดยไม่ได้เน้นการโต้แย้งหรือเอาชนะ แต่ใช้จังหวะนี้ในการสร้าง “พื้นที่กลาง” สำหรับความเข้าใจ ความร่วมมือ และความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างชาติในอาเซียน
✈️ บทส่งท้าย: เมื่อสีม่วง-ทอง กลายเป็นจุดร่วม หรือจุดต่าง?
ถึงแม้ว่า “สีม่วง” และ “สีทอง” จะเป็นสีที่มีความสำคัญในหลายวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน แต่เมื่อมาอยู่ในโลกของการออกแบบแบรนด์ สายตาของผู้บริโภคย่อมตั้งคำถามถึง “ความเหมือน” และ “ความต่าง” โดยธรรมชาติ
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการจับผิด แต่คือ การเรียนรู้ที่จะเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาค เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ และสนับสนุนความร่วมมือมากกว่าการแข่งขันระหว่างชาติใกล้เคียง
และไม่ว่าแอร์กัมพูชาจะตั้งใจหรือไม่กับการเลือกใช้โทนสีที่ดูคุ้นตาสำหรับคนไทย สิ่งที่เห็นชัดคือ พวกเขามี “จุดยืน” ที่ชัดเจนว่า อัตลักษณ์ของแบรนด์นี้ คือเสียงสะท้อนของเขมร ไม่ใช่เงาของใคร
---
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
คู่รักย้ายเข้าบ้านใหม่ ก่อนพบของเก่าแสนสวย บนห้องใต้หลังคา
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
ผู้ชายไทยเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ได้ตำแหน่งเป็นแชมป์โอลิมปิก
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
หนุ่มเวียดนามตกหลุมรักสาวญี่ปุ่น ไม่กล้าบอกรักเพราะกลัวโดนแจ้งความจับ
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
คู่รักย้ายเข้าบ้านใหม่ ก่อนพบของเก่าแสนสวย บนห้องใต้หลังคา
รีวิว โดราเอม่อนเดอะมูฟวี่ ตอนสงครามอวกาศจิ๋วของโนบิตะ เมือผู้รักประชาธิปไตยต้องร่วมกันสู้กับเผด็จการ
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท






